น.ส.จันทมณี เกรกิตตะ ชาวอินเดีย วัย 27 ปี ทำงานดูแลพืชผลในตอนกลางวัน และเข้าเวรกลางคืนเพื่อระบุประเภทข้อมูล ซึ่งเธอเป็นส่วนหนึ่งของแรงงานชาวอินเดียในพื้นที่ชนบท ที่ช่วยขับเคลื่อนการปฏิวัติปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)


จากบ้านของเธอในรัฐฌารขัณฑ์ ทางตะวันออกของอินเดีย เกรกิตตะเป็นส่วนหนึ่งของระบบการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ ซึ่งรัฐบาลนิวเดลีหวังว่า มันจะเปลี่ยนแปลงชีวิต รวมถึงดึงดูดผู้หญิงเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น


แม้งานดังกล่าวเป็นงานพื้นฐาน แต่มันมีความจำเป็นสำหรับการเรียนรู้ของเครื่องจักร (เอ็มแอล) ไม่ว่าจะเป็น การระบุประเภทข้อมูล การใส่คำอธิบายประกอบ และการตรวจสอบคุณภาพ


ในตอนแรก เกรกิตตะทำงานเป็นผู้ช่วยสำนักงานที่บริษัทประมวลผลข้อมูลแห่งหนึ่งในเมืองรานชี เมืองเอกของรัฐฌารขัณฑ์ ซึ่งเธอได้เห็นพนักงานทำงานกับคอมพิวเตอร์ แต่หลังจากเกรกิตตะเรียนหลักสูตรคอมพิวเตอร์ที่โรงเรียนในหมู่บ้าน เธอก็เข้าร่วมกลุ่มแรงงานจัดทำข้อมูลอย่างน้อย 200,000 คน ในหมู่บ้านและเมืองเล็กของอินเดีย ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของแรงงานกลุ่มดังกล่าวทั่วโลก


ทั้งนี้ คนงานในชนบทสามารถติดป้ายกำกับรูปภาพ คลิปวิดีโอ และเอกสารหลายร้อยรายการ ระหว่างกะทำงาน 8 ชั่วโมง ไม่ว่าจะทำงานจากที่บ้าน หรือจากศูนย์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตขนาดเล็ก


อินเดีย ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดด้านเอไอระดับนานาชาติในเดือนหน้า มีแผนการที่ทะเยอทะยาน โดยในปัจจุบัน อินเดียอยู่อันดับที่สาม ในการจัดอันดับอำนาจด้านเอไอระดับโลก แซงหน้าเกาหลีใต้และญี่ปุ่น โดยพิจารณาจากตัวชี้วัดมากกว่า 40 ตัว ตั้งแต่สิทธิบัตร ไปจนถึงเงินทุนภาคเอกชน


ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐ รวมถึงกูเกิล ไมโครซอฟท์ และแอมะซอน ต่างประกาศการลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ในอินเดีย


แม้เมืองต่าง ๆ ในอินเดีย เป็นที่ตั้งของบริษัทระหว่างประเทศขนาดใหญ่ แต่การผลักดันด้านเอไอของอินเดีย ก็ขยายไปยังภูมิภาคที่ห่างไกลมากขึ้นด้วย


อนึ่ง โมเดลเอไอทุกตัว ต้องอาศัยข้อมูลที่มีการติดป้ายกำกับจำนวนมหาศาล ไม่ว่ามันจะซับซ้อนแค่ไหนก็ตาม และยิ่งการระบุประเภทข้อมูลแม่นยำมากเท่าไหร่ เทคโนโลยีก็จะยิ่งทำงานได้ดีขึ้นเท่านั้น


ด้านนายศรีธาร์ มิตตา ผู้ก่อตั้งบริษัท เน็กซ์เวลธ์ (NextWealth) กล่าวว่า ระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ อาจทำให้งานบางอย่างล้าสมัย แต่เขาเชื่อว่า มันจะสร้างโอกาสใหม่เช่นกัน


“การเป็นผู้ประกอบการรายย่อย จะเป็นขั้นต่อไปสำหรับเมืองขนาดเล็ก ซึ่งมันอาจไม่ใช่บริษัทมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐอีกแห่ง แต่พวกเขาจะสร้างบางสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อภูมิภาค” มิตตา กล่าวทิ้งท้าย.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP