หลอกให้รักแล้วโอนเงิน สร้างเรื่องราวน่าสงสาร สร้างความหวังมีอนาคตร่วมกัน , หลอกให้ลงทุนหรือร่วมทำธุรกิจแพลตฟอร์มปลอมในรูปแบบสินทรัพย์ดิจิทัล , ส่งลิงก์หรือให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันรีโมทเพื่อควบคุมสมาร์ตโฟนและดูดเงินจากบัญชี และการ“แบล็กเมล์”ทางเพศ  ชักชวนทำกิจกรรมผ่านวิดีโอคอลแล้วบันทึกภาพ นำมาขู่เรียกค่าไถ่   

เหล่านี้คือพัฒนาการ“โจรความรัก”ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน สะท้อนห้วงความรักดีๆ ก็ยังมีความรักลวงๆ ที่ต้องระวังร่วมด้วยเสมอ  

ช่วงนี้เทรนรักลวงแบบใดต้องสแกนเป็นพิเศษ  พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 ในฐานะ รองโฆษก ตร. เผยผ่าน“ทีมข่าวอาชญากรรม”ว่ามี 3 หลอกต้องระวังคือ

1.โรแมนซ์สแกม  คือการปลอมโปรไฟล์เป็นชาวต่างชาติ ชาวตะวันออกกลาง สร้างอาชีพ“ดีเลิศ”มีความเป็นอยู่ดี และมาขอหลอกเงิน

2.หลอกให้รักแล้วชวนลงทุน มีการปลอมโปรไฟล์เช่นเดียวกัน แต่พอรักไปแล้วจะชวนลงทุน แต่สุดท้ายไม่ได้เงิน

และ3.หลอกรักชวนถ่ายคลิป ลักษณะคือพอหลอกรักเสร็จ ก็จะให้อีกฝ่ายเปลื้องผ้าถ่ายคลิป และนำมาแบล็คเมล์ภายหลัง

ปัจจุบันการหลอกลวงความรักทางออนไลน์“สุดช้ำ”ที่สร้างความความเสียหายมากสุดคือ “หลอกรักชวนลงทุน”  ผ่านการ“สูบเงิน”ไปจากความรัก และหลอกให้ลงทุน ส่วนมูลค่าความเสียหายขึ้นอยู่ที่เหยื่อว่ามีเงินมากขนาดไหน เพราะยิ่งมีเงินมากและหลงเชื่อมาก มูลค่าความเสียหายจะสูงตามไปด้วย เพราะมีเงินในกระเป๋าเท่าไหร่ก็จะโอนไปให้ทั้งหมด

“เพราะว่าความรักทำให้คนตาบอด” ก่อนรักใคร โดยเฉพาะคนที่เจอในโลกออนไลน์ที่ไม่รู้ว่า“ตัวจริง”เป็นใคร ยิ่งต้องตระหนักให้มากว่าเป็น“มิจฉาชีพ”หรือไม่  

พร้อมย้ำระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวในโลกออนไลน์ ไม่ส่งเอกสารสำคัญ รูปภาพ หรือวิดีโอที่มีความเสี่ยงต่อการถูกนำไปใช้แบล็กเมล์ หลีกเลี่ยงการนัดพบกับคนแปลกหน้าที่รู้จักผ่านออนไลน์โดยไม่ตรวจสอบให้รอบคอบ ผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

“เทศกาลแห่งความรักควรเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและความปลอดภัย ขอให้ประชาชนใช้สติและความรอบคอบในการสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์ผ่านโลกออนไลน์ เพื่อไม่ให้ความรัก กลายเป็นช่องทางของความสูญเสียในวาเลนไทน์นี้”

สำหรับสถิติคดีออนไลน์สะสม 1 ม.ค.-31 ธ.ค.68 มีรวม 380,378 เรื่อง เฉลี่ย 1,045 เรื่อง/วัน มูลค่าความเสียหายรวม 25,195,936,027 บาท เฉลี่ยความเสียหาย 69 ล้านบาท/วัน สัดส่วนผู้เสียหาย ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง คิดเป็นร้อยละ  64  ที่เหลือร้อยละ 36 เป็นผู้ชาย

ช่วงอายุผู้เสียหายมากสุดอยู่ระหว่าง 31-40 ปี (ร้อยละ 25.60) รองมาอายุ 41-50 ปี (ร้อยละ 19.75) อายุ 18-25 ปี (ร้อยละ 18.35 ) อายุ 26-30 ปี (ร้อยละ 15.62) อายุ 51-60 ปี (ร้อยละ 10.69 ) อายุ 60 ปีขึ้นไป (ร้อยละ 7.66 ) ต่ำกว่า 18 ปี(ร้อยละ 2.34)

5 อันดับคดีออนไลน์มากสุด คือ 1.หลอกซื้อขายสินค้า/บริการ 198,898 คดี ( ร้อยละ 52.29) 2.หลอกให้โอนเงินเพื่อทำงาน 32,968 คดี (ร้อยละ  8.67 ) 3.หลอกให้กู้เงิน 23,977 คดี (ร้อยละ 6.30 ) 4.หลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล/สิทธิพิเศษ 55,587 คดี (ร้อยละ 14.61) 5.หลอกลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ 19,235 คดี (ร้อยละ 5.06) และ6.หลอกให้รักแล้วโอนเงิน Romance Scam 2,249 คดี (ร้อยละ 0.59).

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน