รัฐบาลสีน้ำเงินของนายกฯหนูกำลังไต่อยู่บนเส้นด้าย โดยศัตรูตัวจริงไม่ใช่พรรคฝ่ายค้าน ไม่ใช่ขบวนการต้านรัฐบาล แต่คือ องคาพยพสีน้ำเงิน ที่เซาะกร่อนความชอบธรรมตัวเอง จนกระแทกความเชื่อมั่นของประชาชนให้ทรุดต่ำเรื่อย ๆ

ชีพจรรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กำลังอยู่ในอาการ รอถูกเข็นเข้าไอซียู เพราะปัญหาที่ถาโถมเข้ามา

รัฐบาลที่เคยขายความเป็น มือทำงาน เคยชู 3 ขุนพล ศุภจีเอกนิติสีหศักดิ์ เป็น ขุนศึกกู้วิกฤติ ตอนนี้กลับถูกกลบด้วยปมร้ายที่ตัวเองสร้างขึ้น และต้องวิ่งดับไฟร้อนรายวัน

ตัวอย่างชัดที่สุด คือมหากาพย์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ที่เกือบกลายเป็น ระเบิดลูกใหญ่ ใส่ฐานเสียงระดับล่าง หลังกระทรวงการคลังผุดไอเดียบรรเจิด การใช้เกณฑ์สิทธิการลดหย่อนภาษีของบิดา มารดา มาเป็นหนึ่งในตัวคัดกรองผู้ได้รับสิทธิ จนถูก ทัวร์ถล่ม หนักมาก

เพราะทันทีที่แนวคิดนี้หลุดออกมา สิ่งที่ประชาชนเห็นไม่ใช่การจัดระเบียบงบประมาณ แต่คือภาพของรัฐที่กำลังบีบให้ลูกต้องเลือกระหว่าง บุญคุณกับปากท้อง เป็น ตรรกะพิสดาร ที่ผลักให้คนจนต้องแตกหักกับครอบครัว จนอาจเรียกได้ว่า ลูกอกตัญญู เพียงเพื่อรักษาสิทธิในการดำรงชีวิต

แรงกระแทกหนักหน่วง จนรัฐบาลต้อง ถอยกรูด ล่าสุด บอร์ดบัตรคนจนมีมติยกเลิกหลักเกณฑ์ดังกล่าว เปรียบเสมือนการยอมรับโดยปริยายว่า นโยบายนี้ คิดไม่รอบคอบ และเกือบสร้างความร้าวฉานในครอบครัวคนไทยทั้งประเทศ

ยิ่งเมื่อมาเจอกับอีก โปรเจกต์เดือด อย่าง TH-AI PASSWORD งบประมาณ 1,600 ล้านบาท ของกระทรวงดีอี ภายใต้การนำของ ลูกเทพ ไชยชนก ชิดชอบ กลายเป็นการเติมฟืนเข้ากองไฟ

ลูกนกของพ่อเนวินแม่ต่ายและแม่เต่าตั้งใจดัน โปรเจกต์ AI ให้เป็นภาพลักษณ์ใหม่ของรัฐบาล แต่กลับถูกพรรคฝ่ายค้านเดินเกมแฉยับ ตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส พร้อมโยงภาพผู้บริหารบริษัทผู้ได้รับงาน ไปปรากฏร่วมเฟรมวันเกิด ซ้อต่าย ปลุกข้อครหาเรื่องความสัมพันธ์เชิงอำนาจและเครือข่ายทางการเมือง ปูทางสู่นายทุนสีน้ำเงิน???

ดาวฤกษ์ มองว่า ประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวไม่ใช่ความผิด แต่การปล่อยภาพดังกล่าว ในทางการเมือง ภาพมีพลังมากกว่าคำอธิบาย และรัฐบาลสีน้ำเงินกำลังติดกับดักของภาพจำว่า อำนาจรัฐกำลังถูกใช้ภายใต้เครือข่ายพวกพ้อง ???

ยิ่งอธิบาย คำถามยิ่งตามมา ยิ่งปฏิเสธ สังคมยิ่งอยากรู้!

เมื่อย้อนดูสารพัดคดีและข้อครหาเก่า ทั้งกรณีเขากระโดงที่ถูกวิจารณ์ว่า ดองคดี ปมหุ้นของ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” ที่ยังมีคำถามเรื่องการ ฟอกขาว ลากยาว ปมฮั้วเลือก สว. ข้อกล่าวหาเรื่อง ไลน์ลับ “ช่วยน้ำเงินด้วย” และ “ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน” กลายเป็น คดีหลอนแห่งค่ายสีน้ำเงิน ซึ่งรวมตัวกันเป็น ภูเขาแห่งความไม่ไว้วางใจ

กลายเป็นการผลักให้รัฐบาลสีน้ำเงินอยู่ห่างจากประชาชนไปไกลมากขึ้น ซึ่งเป็นอันตรายที่สุด เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่การถูกฝ่ายค้านล้ม แต่คือการล้มตัวเอง”!!!

และหากยังปล่อยให้ทุกดราม่าบานปลาย แล้วค่อยแก้เกมด้วยการถอยหลังหรือออกมาชี้แจงภายหลัง สุดท้ายรัฐบาลอาจไม่ได้พังเพราะศัตรูทางการเมือง

แต่พังเพราะคนกันเอง เป็นความเสื่อมสีน้ำเงิน ที่ช่วยกันพารัฐบาลจมหล่มความไม่น่าเชื่อถือ จนหมดเครดิตก่อนหมดวาระ.

“ดาวฤกษ์”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่