คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 4 คน (จากทั้งหมด 7 คน) ที่มาจากการโหวตผ่านโดยสมาชิกวุฒิสภา (สว.) สีเทา ๆ เนื่องจาก สว.ส่วนใหญ่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่า  “ฮั้ว สว.”

จริงอยู่! กกต. 4 คนนี้ ไม่ใช่ “ไปรษณีย์” ที่เห็นสำนวนคดีฮั้ว สว. ทำกันมาอย่างไร ก็ปล่อยผ่านไปอย่างนั้นทันที โดยไม่มีการพิจารณาตรวจสอบให้ถี่ถ้วนก่อน

ดังนั้นเมื่อ กกต.  4 คนนี้ ไม่ใช่ “ไปรษณีย์” แต่เป็นอดีตผู้พิพากษา  อดีตปลัดกระทรวง อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด และอดีตอธิบดี ก็ต้องรีบดำเนินการในกรณี “เลขาฯ กกต.” ที่ได้คะแนนประเมินผลงานปี 68 “ไม่ผ่าน”  แล้วจะให้เลขาฯ กกต.อยู่ทำงานต่อไป  หรือให้กลับไปอยู่บ้าน?

ถ้า กกต. 4 คนนี้ ไม่มี “วาระพิเศษ” หรือ “ไม่ได้รับปาก” ใครมา! ท่านต้องนึกเอะใจกันบ้างว่าทำไม? 13 จังหวัด จึงไม่มี สว. แม้แต่คนเดียว! แล้วทำไมสว.จึงไปกองอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ 14 คน มากที่สุดในประเทศไทย ขณะที่กรุงเทพฯ มีสว. เพียง 9 คนเท่านั้น

ทำไม? จังหวัดขนาดเล็ก ๆ ที่มีประชากรไม่มาก เช่น จ.อ่างทอง จึงมี สว. 6 คน, สตูล 6 คน, อุทัยธานี 5 คน, อำนาจเจริญ 5 คน, สิงห์บุรี 3 คน

กกต. 4 คนนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของ “กระบวนการยุติธรรม” ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย และกำลังถูกสังคมตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสและเที่ยงธรรม ในการพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว. ที่มีผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี-ประธานวุฒิสภา-รัฐมนตรี-สว.-สส.-ผู้สมัคร สว. และเครือข่ายพรรคการเมือง

เพราะ กกต. 4 คนนี้ ถูกมองว่ามี “ผลประโยชน์ทับซ้อน” และถูกเพ่งเล็งว่า “ผลัดกันเกาหลัง” ให้กับบรรดา สว. ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่?

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีแถลงการณ์ของ “กลุ่มนักวิชาการอาวุโส” 21 คน อาทิ รศ.ดร.สิริลักษณา คอมันตร์ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ รศ.ดร.อัจนา ไวความดี ศ.(เกียรติคุณ) ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์  เรื่องวิกฤติศรัทธาต่อกระบวนการได้มาซึ่ง สว. กกต.ต้องเร่งส่งศาลฎีกาพิจารณาหลักฐานเชิงประจักษ์ ก่อนระบบนิติบัญญัติจะล่มสลาย

เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กระบวนการเลือกสว. เต็มไปด้วยข้อกังขา พฤติการณ์ และหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า เกิดการสมยอม ทุจริต และบล็อกโหวตอย่างเป็นระบบกว้างขวางทั่วประเทศ หรือที่สังคมประณามว่า “กระบวนการฮั้วเลือก สว.”

ในฐานะ “กลุ่มนักวิชาการอาวุโส” จากหลากหลายสาขาวิชา ขอให้ กกต.ยุติการเพิกเฉย และเร่งส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา : ในเมื่อบัดนี้พยานหลักฐานและข้อเท็จจริงมีความชัดเจนเป็นที่ประจักษ์แล้ว  กกต.ต้องหยุดประวิงเวลา และรีบจัดส่งสำนวนคดีพร้อมหลักฐานทั้งหมดไปยังศาลฎีกา เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาพิพากษาถอดถอน และลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายโดยเร็วที่สุด

ขอเรียกร้องให้ กกต. ตระหนักถึงเกียรติภูมิและหน้าที่ต่อแผ่นดิน บังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาด และส่งเรื่องให้ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยพลัน ก่อนที่ระบบขบวนการยุติธรรม และระบบรัฐสภาไทยจะพังทลายลงจนเกินเยียวยา!!.

พยัคฆ์น้อย

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่