เข้าช่วงนับถอยหลัง… วันที่ 28 มิ.ย. 2569 ใน กรุงเทพฯ ในเมืองหลวง จะมี “เลือกตั้งสำคัญ” อีกครั้ง คือเลือกตั้งสมาชิกสภา กทม. หรือ สก. ที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ 50 เขต 50 คน และเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. ผู้นำฝ่ายบริหารพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งคอลัมน์ “พิสัยไกร” ก็ขอร่วมเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ไปใช้สิทธิกัน และพร้อมกันนี้ก็ขอเรียกร้อง…
ควร…ต้องฟังเสียงคนในกรุงเทพฯ
เมื่อจะมีการเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้งก็ต้องลงพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อหาเสียง เพื่อขอเสียงเลือกตั้งจากประชาชน ซึ่งก็เป็นโอกาสที่ ประชาชนจะได้แสดงความคิดเห็น หรือเสนอ หรือเรียกร้อง ให้มีการ “แก้ไข–ป้องกันปัญหาต่าง ๆ” ที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน หรือให้ “บริหารจัดการในเรื่องต่าง ๆ” ที่ประชาชนเห็นว่าควรต้องทำ ซึ่งนอกจากเสียงเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งแล้ว เสียงแสดงความเห็น เสียงเสนอ เสียงเรียกร้อง ก็ควรต้องให้ความสำคัญ ด้วย!!
ควร…ต้องใส่ใจถึงหลังผ่านเลือกตั้ง
สำหรับผู้ไม่ชนะเลือกตั้งและคิดจะสู้อีกในอนาคต…เสียงความเห็น เสียงเสนอ เสียงเรียกร้อง ย่อมเป็นประโยชน์ในการปรับนโยบายให้โดนใจประชาชน ขณะที่ ผู้ชนะเลือกตั้ง…เสียงความเห็น เสียงเสนอ เสียงเรียกร้อง ต้องถือเป็นการบ้านที่สำคัญที่จะต้องทำเพื่อประชาชน!! มิใช่แค่ในส่วนของนโยบายที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งชูไว้เพื่อหาเสียง
และประเด็นที่ ณ ที่นี้ขอเรียกร้องแทนประชาชนไว้ด้วยคือ… ต้องใส่ใจมิใช่แค่เสียงคนมีชื่อในทะเบียนบ้านในกรุงเทพฯ ที่มีสิทธิเลือกตั้ง แต่… ต้องใส่ใจรวมถึง คนอยู่ในกรุงเทพฯ ที่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านในกรุงเทพฯ ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ก็ทำงาน เรียน ใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะอยู่ระยะยาว ชั่วคราว หรือมาเช้าเย็นกลับ ก็ตาม
ควร…ต้องฟังเสียงคนมาอยู่ในกรุงฯ
คนไทยที่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านในกรุงเทพฯ แต่ก็อยู่ในกรุงเทพฯ มีมิใช่น้อย ๆ โฟกัสเฉพาะส่วนที่สำรวจพบ ที่ถูกเรียกว่า “ประชากรแฝง” ก็มิใช่แค่หลักหมื่นหลักแสน แต่เป็นหลัก หลายล้านคน หรือกว่า 30% ของคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งเมื่อก็อยู่ในกรุงเทพฯ เป็นคนไทย…ไม่ใช่ต่างด้าวผิดกฎหมาย และก็ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎระเบียบ ก็ต้องดูแล
ควร…ต้องให้การดูแล ไม่เดียดฉันท์
คนไทยกลุ่มนี้ ก็เป็น ทรัพยากรมนุษย์ที่มีส่วนในการขับเคลื่อนความเป็นไปของกรุงเทพฯ เช่นกัน ไม่ว่าจะผ่านทางการอยู่ในสถานะ แรงงานรูปแบบต่าง ๆ ของบริษัท ห้างร้าน องค์กร หน่วยงานต่าง ๆ สถานะ ผู้ให้บริการด้านต่าง ๆ สถานะ ผู้ทำมาค้าขายสินค้า–อาหาร ที่รองรับการใช้-การกินอยู่ของผู้คน หรือแม้แต่สถานะ นักเรียน–นักศึกษา ต่อไปในภายหน้าก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญของกรุงเทพฯ คนในกรุงฯ กลุ่มนี้ก็ต้องดูแล
ทั้งนี้ คอลัมน์ “พิสัยไกร” ขอเรียกร้องไว้ ณ ที่นี้ว่า… ทั้งฝ่ายข้าราชการสังกัด กทม. ส่วนต่าง ๆ และฝ่ายการเมืองที่จะได้มีอำนาจหน้าที่จัดการดูแลกรุงเทพฯ ต้องใส่ใจฟังเสียง-ต้องใส่ใจดูแลคนอยู่ในกรุงเทพฯ ให้ทั่วถึงทั่วหน้า
ผู้อาสาจะเป็น ผู้ว่าฯ กทม. ผู้อาสาจะเป็น สก. ถ้า… “ใส่ใจแต่คนมีสิทธิมีเสียงเลือกตั้งในกรุงเทพฯ…ด้อยการใส่ใจคนโดยรวมที่อยู่ในกรุงเทพฯ” ถ้าเช่นนี้ก็แสดงว่า…ด้อยวิสัยทัศน์.
‘ไกรเลิศ’



