เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีกรมบัญชีกลางเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นการพิจารณาปรับแก้พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล เพื่อลดค่าใช้จ่าย ว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งเราจะได้ข้อมูลกลับมาแยกแยะความต้องการของแต่ละคนเป็นอย่างไร สุดท้ายจะนำความเห็นทั้งหมดมาพิจารณาว่ามีความต้องการกี่ประเภท มีอะไรบ้าง จัดกลุ่มอย่างไร และจะบริหารจัดการต่อไปอย่างไร ซึ่งจะต้องใช้เวลาสักระยะ ไม่ได้ชัดเจนภายใน 1-2 วัน เพราะเราต้องคิดให้เยอะ 

นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า จากที่รับฟังความคิดเห็นมา บางคนบอกอยากได้บำนาญ หรือบางคนคิดว่าสามารถบริหารเงินของเขาได้ดีกว่า เป็นเรื่องที่เราต้องรับฟังทั้งหมด ยืนยันว่าเป็นการใช้เหตุผล ไม่ได้ใช้อารมณ์หรือดราม่า 

เมื่อถามว่า กรณีมีเสียงสะท้อนว่าหากคุมเข้มเรื่องสวัสดิการมาก จะทำให้คนเก่งไม่กล้าเข้ามาในระบบราชการ นายปกรณ์ กล่าวว่า ไม่แน่ เป็นการคาดคิดไปก่อน แต่ส่วนตัวคิดว่าคนที่อยู่ในระบบมานาน และใกล้เข้าบำนาญคงไม่อยากเสียเวลานั้น ส่วนข้าราชการใหม่ที่เข้ามาก็จะดูว่าเป็นไปได้หรือไม่ และจะมีตัวเลือกให้เลือก 

นายปกรณ์ ยังอธิบายเพิ่มเติมถึงการจ้างงานในระบบราชการ ว่า ตามกฎหมายของสํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เป็นการจ้างอย่างเดียวกัน ทุกคนจ้างเหมือนกัน รายได้ตอบแทนคล้ายกัน แต่ลักษณะงานแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่กฎหมายไทยใช้ระบบโบราณระบบเดียวใช้กับทั้งหมด จึงทำให้เกิดปัญหา เช่น บุคลากรทางการแพทย์พยาบาลที่เข้าเวร ตำรวจเข้าเวร ข้าราชการประจำ เมื่อใช้ระบบเดียวกันจึงเกิดปัญหา ฉะนั้นจึงควรมีความหลากหลายในการบริหารจัดการมากกว่านี้ โดยได้มอบให้ ก.พ. ไปพิจารณาว่าระบบควรเป็นอย่างไร และปรับอย่างไร แต่ที่แน่ๆ จะไม่ใช่ระบบเดียวใช้กับทั้งหมดแน่นอน เพราะระบบการจ้างจะต้องทำให้สอดคล้องกับลักษณะงาน  

เมื่อถามว่า ความชัดเจนที่จะต้องดำเนินการให้ทันในปีงบประมาณ 2570 นายปกรณ์ กล่าวว่า จะพยายามให้ทัน เพราะเวลาทํางานจะต้องมีเป้าหมาย ไม่ใช่ดูข้อมูล หรือพูดไปเรื่อยแล้วไม่เกิดอะไรขึ้น แต่ยืนยันจะไม่บังคับให้ทุกคนเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ จะมีตัวเลือกให้เลือก