@ยังเป็นวิบากกรรม สำหรับประเทศไทย หลังการเลือกตั้ง แทนที่จะมีความสงบเรียบร้อย เพื่อให้มีการตั้งรัฐบาลมา”บริหารประเทศด้วยความราบรื่น แต่กลับต้องมายุ่งเหยิง กับการเลือกตั้ง ที่เกิดจากความไร้ประประสิทธิภาพมีความผิดพลาด ที่ถูกมองว่าไม่โปร่งใส กลายเป็นประเด็น ให้มีผู้ยื่นคัดค้าน การเลือกตั้ง ครั้งนี้ เพื่อขอให้นับคะแนนใหม่ ในหลายเขตเลือกตั้ง และมีการฟ้องศาลปกครอง และผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ สุดท้ายอาจจะให้ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้ชี้ขาด ว่าการเลือกตั้ง ครั้งนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญ หรือไม่อย่างไร…..ในขณะที่คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือกกต. ที่การเลือกตั้งผ่านไป 2 สัปดาห์ แล้ว แต่ยังไม่สามารถประกาศ ตัวเลขของผู้มาใช้สิทธิ์ และผลคะแนน อย่างเป็น ทางการ อะไรเกิดขึ้นกับ กกต. ทำไมการจัดให้มีการเลือกตั้งครั้งนี้ถึงได้ขายหน้า และสับสนอลหม่าน ถึงขนาดนี้ และถึงเวลาแล้วหรือไม่ ที่ต้องมีการสังคายนา คณะกรรมการการเลือกตั้ง ครั้งใหญ่ ก่อนที่จะเสียหายมากไปกว่านี้….จากการตรวจดูหน่วยเลือกตั้ง ในวันที่ 8 กพ.2569 ที่ผ่านมา สิ่งที่พบเห็น คือ เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ส่วนหนึ่ง ไม่มีคุณภาพและไร้ประสบการณ์ รวมทั้ง ผู้อำนวยการเลือกตั้ง การใส่ใจ ทำให้มีความหละหลวม ในการปฏิบัติหน้าที่ผู้ที่ทำหน้าที่ในหน่วยเลือกตั้ง คือประชาชนในชุมชน ที่ไม่มีคุณภาพ ผิดกับในอดีต ที่การเลือกตั้ง ดำเนินการโดยมหาดไทย ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการ ประจำหน่วยเลือกตั้ง คือครู และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงาน ต่างๆในแต่ละอำเภอ ที่มีประสบการณ์ มีความรู้ มีคุณภาพ ที่สำคัญคือมีความรับผิดชอบ ในฐานะของข้าราชการ ….
@การเลือกตั้ง ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 8 กพ.2569 จึงปฏิเสธ ไม่ได้ว่านักการเมือง ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ในหลายเขต ถูกกล่าวหาว่ามีการซื้อหน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้ได้รับชัยชนะ ดังนั้น การดำเนินการ ในการเอาผิด ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ต้องดำเนินการเอาผิดกับผู้อำนวยการเลือกตั้ง และกรรมการประจำหน่วย ที่มีปัญหา เรื่องจำนวนบัตร ที่ไม่เท่ากัน และเรื่องบัตรเขย่ง เพราะหลายเขตเลือกตั้งมีความผิดปกติ จริงๆ แบบที่บัตรเลือกตั้งออกลูกในหีบ ที่ไม่ได้เกี่ยวกับคอมฯเออร์เรอร์ หรือฮิวแมนเออร์เรอร์ อย่างที่ กกต. ให้เหตุผล ถ้าผู้ร้อง หรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ต้องการให้มีหลักฐาน ก็ต้องแจ้งความ ให้เป็นคดีอาญา เพื่อเอาผิด กับผู้รับผิดชอบของหน่วยเลือกตั้ง ให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง แล้วความจริง จะออกมา ว่าที่มีการนินทา มีการกล่าวหาว่าการเลือกตั้ง ครั้งนี้มีการซื้อหน่วยเลือกตั้ง หน่วยละ 100,000 บาท และหลังบัตรเกิดลูกในหีบ เข้าเป้า มีการจ่ายรางวัล อีก 100,000 บาท เป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงข้อกล่าวหา…..ดังนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องของกกต.ที่ถูกกล่าวหา ว่าไร้ประสิทธิภาพ ในการ จัดการเลือกตั้ง ครั้งนี้ กกต.ต้องใช้เวลาในการ เคลียร์ข้อกล่าวหา และเคลียร์ตัวเองโดยใช้เวลามากพอสมควร ที่ทำให้เกิดผล กระทบ กับการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งแน่นอนว่ารัฐบาลรักษาการ ต้องทำหน้าที่รักษาการต่อไป จนกว่า กกต. จะประกาศรับรองจำนวน สส. ที่มาจากการเลือกตั้ง และบัญชีรายชื่อ ซึ่งรัฐบาลรักษาการไม่เสียหาย เพราะรักษาการไปเรื่อยๆ แต่ประเทศชาติ คือผู้ที่เสียหาย ที่เกิดจากความล่าช้า ของการจัดตั้งรัฐบาล….ซึ่งขณะนี้ พรรคภูมิใจไทย มีการฟอร์มรัฐบาล เป็นที่เรียบร้อย โดยมีพรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม รวมทั้งพรรคเล็กพรรคน้อย ที่ทยอย เข้ามอบตัวกับพรรคภูมิใจไทย เป็นรัฐบาล ที่มีเสียงสามร้อยกว่าเสียง ซึ่งจะเป็นรัฐบาล ที่มีเสถียรภาพ ถ้าไม่เกิดสนิมแต่เนื้อในตน และพรรคภูมิใจไทย มีความตั้งใจ ในการบริหารแผ่นดิน เพื่อประโยชน์สุข ของประชาชน และความมั่นคงของประเทศชาติ อย่างแท้จริง โดยไม่มีมุ้ง ไม่มีก๊วนเกิดขึ้นเพื่อต่อรองกับตำแหน่งรัฐมนตรี ของกระทรวงต่างๆ ก็ถือว่ารัฐบาลชุดนี้น่าจะเป็นความหวัง ของประเทศชาติ และประชาชนได้…..
@ส่วนพรรคการเมืองไหน และบุคคลใด จะได้เป็น เสนาบดีกระทรวงไหน ก็คงต้องติดตามข่าวสาร กันต่อไป แต่เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทย ที่มีเสียงเกือบ 200 เสียง จะต้องเอากระทรวงสำคัญๆ เช่นมหาดไทย,กลาโหม,พาณิชย์,เกษตรและสหกรณ์,ต่างประเทศ,คมนาคม ซึ่งไม่ว่าทั้งสองพรรค จะแฮปปี้ หรือไม่แฮปปี้ ก็ดีกว่าการต้องไปเป็นพรรคฝ่ายค้าน เป็นไหน เพราะไม่ว่าอย่างไร การได้ร่วมรัฐบาล นอกจากได้สร้างผลงานแล้ว ยังสามารถขับเคลื่อนงานการเมือง เพื่อการเลือกตั้ง ในครั้งหน้า อีกด้วย….ส่วนประชาธิปัตย์ คงต้องไปเป็นพรรคฝ่ายค้าน ร่วมกับพรรคประชาชน เพราะเงื่อนไข ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคคือไม่ร่วมรัฐบาล ที่มีพรรคกล้าธรรม อยู่ด้วย และชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรค ก็ไม่ต้องการร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ดังนั้นโอกาส ที่พรรค 22 เสียง อย่างประชาธิปัตย์ จะเข้าร่วมรัฐบาล จึงไม่น่าจะเกิดขึ้น และหากประชาธิปัตย์ เป็นฝ่ายค้าน ก็จะได้ประโยชน์กับการเมืองกับประเทศชาติ ในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐ ในฐานะ ที่เป็นพรรคการเมืองที่มีประสบการณ์ของการเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นการอดเปรี้ยวไว้กินหวาน เพื่อการเติบใหญ่ เพื่อรับมือกับการเลือกตั้ง ในสมัยหน้า เพราะ 22 เสียงของประชาธิปัตย์ แม้จะเข้าร่วมรัฐบาล ก็เป็นเพียงไม้ค้ำกล้วย เนื่องจากเสนอกฎหมายไม่ได้ เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ รวมทั้งหากเข้าร่วมรัฐบาล ก็อาจจะได้กระทรวงเกรดซี ไปบริหาร ส่วนที่คาดหวัง ว่าถ้าประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะได้เป็น ประธานสภาผู้แทนราษฏร ก็ไม่มีอะไรที่การันตีได้ เพราะพรรคภูมิใจไทย ที่มีเสียงเกือบ 200 เสียง เขาจะยอมให้ตำแหน่งสำคัญอย่างประธานสภาฯ เป็นของประชาธิปัตย์หรือ ตำแหน่งประธานสภาฯ จึงต้องเป็นของสส.จากภูมิใจไทย มากกว่าที่จะเป็นของพรรคการเมือง อื่นๆ…..
@จบเรื่องการเมือง มาดูเศรษฐกิจ ในภาพร่วม ของเทศกาลตรุษจีน ที่ปีนี้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะชนชั้นกลางรัดเข็มขัด ที่แน่น กว่าเดิม ส่วนชนชั้นล่าง อยู่ในสภาพการขาดสภาพคล่อง การจับจ่ายใช้สอย ในเทศกาลตรุษจีน จึงไม่สะพัด เหมือนก่อน ที่สำคัญ ต้องยอมรับความจริงว่า สินค้าทุกชนิดแพงขึ้น แสดงให้เห็นถึงอัตราเงินเฟ้อ ที่เงิน 100 บาท เหลือมูลค่าเพียง 70 บาท….ส่วนตรุษจีน ที่หาดใหญ่ เมืองหลวงของภาคใต้ ที่เพิ่งผ่านการประสบกับอุทกภัย ดูจากสถานการณ์ของเทศกาลตรุษจีน ตอบได้คำเดียวว่าหาดใหญ่ยังไม่ฟื้นไข้ ยังอยู่ในอาการโคม่า เพราะจำนวนนักท่องเที่ยว ที่น้อยลง โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย ที่เคยเป็นนักท่องเที่ยวประจำเมืองหาดใหญ่ที่จำนวน ยอดจองโรงแรม มีเพียง 40% สาเหตุเพราะหลังน้ำท่วม กิจการต่างๆของหาดใหญ่ ยังไม่กลับมาเป็นปกติ และยังรอมาตรการ ความช่วยเหลือ จากรัฐบาล ทั้งเรื่องเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ทั้งเรื่องของซอฟท์โลน สำหรับ”นักลงทุนรายใหญ่ ซึ่งยังไม่มีคำตอบ จากรัฐบาล ซึ่งคงต้องรอให้มีการตั้งรัฐบาล ก่อน ดังนั้นหาดใหญ่ คงจะซบเซา จนถึงเทศกาลสงกรานต์ ว่าจะฟื้นคืนได้กี่เปอร์เซ็น…..การจัดงานเทศกาลตรุษจีน ที่หาดใหญ่ มีการจัดงานจาก หน่วยงานต่างๆ ถึง 4 แห่ง เช่นมูลนิธิท่งเซียเซียงตึ้ง ก็จัด ที่เซียงตึ้ง ในขณะที่สมาคมจีน จัดที่โรงเรียนศรีนคร ส่วนเทศบาลและการท่องเที่ยว จัดที่ถนนเสน่หานุสรณ์ และ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล จัดที่เซ็นทรัล การที่กระจายการจัดงาน ทำให้งานตรุษจีน ขาดความอลังการ ถ้าทุกหน่วยงาน จัดการตรุษจีน ในสถานที่เดียวกัน ก็จะเกิดความยิ่งใหญ่อลังการ กว่าที่เป็นอยู่ ….. แต่เมื่อต่างคนต่างจัด เทศกาลตรุษจีนของหาดใหญ่ จึงกลายเป็นการจัดงานแบบมโนสาเร่ และมีการปิดถนน ในหลายสาย เพื่ออำนวยความสะดวก ให้ผู้จัดงาน แต่สร้างความเดือดร้อน ให้กับประชาชน ที่ใช้รถใช้ถนน และสุดท้าย ปลัดแป้น หรือณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศบาลนครหาดใหญ่ กลายเป็นหมู่บ้านกระสุนตก ถูกประชาชนด่าทั้งเมือง เพราะตอนที่หาเสียง ในการเลือกตั้งเทศบาลนครหาดใหญ่ เคยตกปากรับคำ กับคนหาดใหญ่ ว่าจะไม่มีการปิดถนน ไม่สร้างความเดือดร้อน ให้ประชาชน สุดท้าย นักการเมือง ก็หนีไม่พ้นการตระบัติสัตย์….
@มันมาอีกแล้ว นั้นคือเดือนรอมฎอน ซึ่งที่ถือเป็นเดือนที่มีการถือศิลอด ของผู้นับถือศาสนาอิสลาม แต่ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี,ยะลา,นราธิวาส และสี่อำเภอของจ.สงขลา คือ จะนะ,เทพา,นาทวี ,สะบ้าย้อย เป็น 50 วันอันตราย เพราะบีอาร์เอ็น มีการสั่งการ ให้กองกำลังติดอาวุธ และแนวร่วม ก่อนเหตุร้าย ก่อนเดือนรอมฎอน 10 และในเดือนรอมฎอน 30 วัน และหลังเดือดรอมฎอน อีก 10 วัน รวมเป็น50 วัน ที่คนในพื้นที่ต้อง ใจหายใจคว่ำ กับการก่อการร้าย ในเดือดรอมฎอน ….. ซึ่งที่ผ่านมามีการก่อการร้าย ด้วยการวางระเบิดแสวงเครื่อง ในห้องน้ำปั้ม ปตท.ใน อ.เมือง จ.ปัตตานี และการวางระเบิดแสวงเครื่องในห้องน้ำปั้ม ปตท. ที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ล่าสุด คือการวางระเบิดแสวงเครื่อง ในวันวาเลนไทน์ ที่ต่อเนื่องกับ เทศกาลตรุษจีนใน อ.ยี่งอ จำนวน 5 จุด และที่ อ.ระแงะ จำนวน3 จุด ในค่ำคืนเดียวกัน โดยเป้าหมาย คือร้านค้า ทั้งขายปลีก ขายส่ง ที่เป็นทั้งของคนไทยพุทธและมุสลิม ซึ่งเป็นคำตอบ ที่ชัดเจน ว่า เป็นการทำลายเศรษฐกิจ เป็นการสร้างความหวาดกลัว ให้ประชาชน เป็นการโชว์ศักยภาพ ให้ ทหาร เห็นว่า บีอาร์เอ็น สามารถทำการก่อการร้ายได้ในทุกพื้นที่ และสุดท้ายเป็นการแสดงตัวตน ของบีอาร์เอ็น โดยการแขวนป้ายผ้า และพ่นสี บนถนน ที่มีข้อความว่าต้องการแบ่งแยกดินแดนส่วนหลังจากนี้ จะมีเหตุร้าย เกิดขึ้นในพื้นที่ไหน ก็ให้เป็นชะตากรรมของประชาชน ในแต่ละพื้นที่ เพราะ”เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าเป็น ผบ.ฉก.เลข 2 ตัว หรือ เลข 3 ตัว นายอำเภอ และ ผกก. ในพื้นที่ซึ่งมีการก่อเหตุ ไม่ต้องรับผิดชอบกับความเป็นความตาย และความสูญเสียที่เกิดขึ้น….
@เมื่อการเกิดเหตุไม่ว่าจะมากน้อย จะรุนแรง อย่างไร ผู้รับผิดชอบ ในทุกอำเภอ ไม่ต้องรับผิด จึงทำให้ผู้นำหน่วย ไม่สนใจ มากระตือรือล้น ในงานการข่าว และงานป้องกัน ….. เอาอย่างนี้ไหม พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบทบ. และ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ถ้าจะให้การดับไฟใต้ ได้ผล ก็ต้องมีมาตรการ ในการให้คุณให้โทษ กับ ผู้นำหน่วย เช่น อำเภอไหน ป้องกันเหตุได้ ก่อนเกิดเหตุมีงานการข่าวถึงความเคลื่อนไหว ของกองกำลังติดอาวุธ และแนวร่วม ต้องให้ความดีความชอบ ถ้าอำเภอไหน ที่ผู้นำหน่วย ไม่มีงานการข่าวและป้องกันเหตุไม่ได้ ก็ต้องมีการคาดโทษ และหากเกิด ซ้ำซาก ต้องมีการลงโทษ ที่ชัดเจน ซึ่งอาจจะ ทำให้หัวหน้าหน่วยงาน ในระดับอำเภอ มีการกระตือรือร้น และมีความรับผิดชอบที่มากขึ้น อย่าลืมว่า ผู้ปฏิบัติงาน ในพื้นที่ เสี่ยง ในสามจังหวัดและสี่อำเภอทุกคนต่างมีเงินพิเศษ มีสวัสดิการ มีความดีความชอบ ที่มากกว่า ผู้นำหน่วยและเจ้าหน้าที่ ในพื้นที่อื่นๆ ดังนั้นผู้นำหน่วย ในพื้นที่สามจังหวัด และ สี่อำเภอ จะทำตัวแบบผู้นำหน่วย ที่อยู่นอกพื้นที่สามจังหวัดและสี่อำเภอไม่ได้ และถ้า กองทัพบก และกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่มีการคิดใหม่ทำใหม่ กับการดับไฟใต้ แต่ยึดหลัก ในการดับไฟใต้ด้วยการใช้งบประมาณ เป็นที่ตั้ง ไม่มีวันที่สถานการณ์ความรุนแรง จะลดน้อยถอยลง…..โดยเฉพาะ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่ย้ายจากรองแม่ทัพภาค 2 ซึ่งถือเป็นแม่ทัพต่างถิ่น มาเป็นแม่ทัพ 5 เดือนแล้ว วันนี้ท่านหมดเวลา ในการเป็นแม่ทัพฝึกงานแล้ว ท่านต้อง แสดงวิสัยทัศน์ และแสดงฝีมือ ให้ประจักษ์ หน้าที่ของ แม่ทัพภาคที่ 4ไม่ใช่แค่ไปตรวจที่เกิดเหตุ แต่ต้องป้องกันเหตุ และการทำลายเครือข่าย ของบีอาร์เอ็น ในพื้นที่ให้หมดสภาพ นี่ต่างหากที่ประชาชน ต้องการ ที่สำคัญ วันนี้ประชาชน ในสามจังหวัดและสี่อำเภอ ที่เป็นถามมาว่า ในเดือนรอมฎอนซึ่งเป็นเดือนที่มีการก่อเหตุมากเป็นพิเศษ ท่านมีแผนรับมือ กับสถานการณ์ อย่างไร…..
@เรื่องของคนคลุ้มคลั่ง ที่แย่งปืนตำรวจ และไปปลิดชีพ ของ ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา วันนี้ ผอ.ศศิพัชร ได้ไปสู่สรวงสวรรค์ แล้ว แต่สังคมไทย ยังเต็มไปด้วยอันตรายจากคนคลุ้มคลั่ง ทั้งจากยาเสพติด และจากคนป่วยจิตเวช ที่มีอยู่ทุกหัวระแหง ซึ่งไม่มีใครพยากรณ์ ได้ว่าคนป่วย เหล่านี้ จะมีการคลุ้มคลั่ง เมื่อไหร่ ดังนั้นเรื่องการเสียชีวิต ของผอ.ศศิพัชร จึงควรเป็นอุทาหรณ์ ให้ รัฐบาล ได้หาทางออกในการแก้ปัญหา คนผู้ป่วยจิตเวช โดยการนำคนเหล่านี้ ออกจากทุกพื้นที่ เพื่อไปสู่การบำบัด หรือหากบำบัดไม่ได้ต้องมีสถานที่ ในการควบคุมตัว เพื่อไม่ให้เกิดอัตรายต่อสังคมส่วนร่วม…..และต้นตอของปัญหาคือยาเสพติด ที่ทุกรัฐบาล ที่ผ่านมายังแก้ไม่ได้ ประเด็นของคำถาม คือ ปัญหาการป้องกันปราบปรามการค้ายาเสพติด จะมีการคิดใหม่ทำใหม่ เมื่อไหร่ เพราะนโยบาย ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เห็นชัดว่าแก้ปัญหาไม่ได้ การซีลแนวชายแดนด้านที่ติดกับเมียนมา,ปสส.ลาว ไม่ได้ผล ยาเสพติด ยังสามารถทะลักทะลาย มายังประเทศไทย เป็นจำนวนมาก และส่วนหนึ่งประมาณ 50 % ถูกลำเลียงมายังภาคใต้ ซึ่งเป็นเกตเวย์ ที่เป็นทางออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ทั้งทางบก -ทางทะเล ถ้าการซีลชายแดนไม่เป็นผล การปรามปรามยาเสพติด ก็ไม่มีทางสำเร็จ….. ส่วนปัญหาการจับกุมคนเดินยา ในชุมชน ที่เป็นหน้าที่ของตำรวจ ก็ยังล้มเหลว เช่นเดิม เป็นเรื่องซ้ำซาก ในหมู่บ้าน ตำบล ที่รู้ว่าใครเดินยา ใครเป็นนายทุน และใครคือคนติดยา แต่การกวาดล้าง ทำไม่สำเร็จ เพราะยังมีการเก็บส่วย สังคมไทย ณ วันนี้จึงมีคนติดยา ทุกหมู่บ้าน ตำบล จนตำรวจสายตรวจ ต้องมีไม้ง่าม ประจำรถยนต์ เพื่อใช้ในการสยบไอ้คลั่ง ที่เกิดจากการเสี้ยนยา จนขาดสติ และหลอน เช่นเดียวกับที่เกิดกับผอ.ศศิพัชร แห่ง โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์”….
@ก็ไม่อยากจะตำหนิหรือโทษ ว่าใครผิดใครถูก และใครบกพร่อง จนทำให้ แวดวงการศึกษา ต้องสูญเสียบุคลากรอย่าง ผอ.ศศิพัชร…. ต่างก็ต้องถามถึงรายละเอียด ในการที่ตำรวจ จุดตรวจบ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่มีความหละหลวม ถูกไอ้คลั่งทำการชิงปืนยาว ในรถสายตรวจ ไปได้อย่างง่ายดาย เป็นความประมาทเลินเล่อ ในการปฏิบัติหน้าที่ หรือไม่ และหลังปืนถูกชิง มีการรายงานให้สภ.หาดใหญ่และสภ.ใกล้เคียง ให้มีการตั้ง ว. 43 หรือจุดตรวจจุดสกัด บนถนนสายต่างๆ หรือไม่ รวมทั้งการไล่ติดตามคนร้าย ที่มีระยะทางจากจุดการแย่งปืน จนถึงโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งพอมีเวลาในการสกัดจับ หรือทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ในการป้องกันเหตุ เรื่องนี้ต้องฝากถึง พล.ต.ต.ธีระศักดิ์ ไชยโยธา ผบก.ภ.วจ.สงขลา ให้ทำความจริง ให้ปรากฏ และหากเจ้าหน้าที่มีการหละหลวม หย่อนยาน ก็ต้องมีบทลงโทษ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีการจับกุมผู้ป่วยจิตเวช มีประสิทธิภาพให้มากที่สุด….ส่วนไอ้คลั่ง ที่ไล่ติดตำรวจและแย่งปืนไปก่อเหตุ ต้องมีการสืบสวนสอบสวน ในการเอาผิดให้ได้ เพราะไอ้คลั่งผู้นี้ สามารถใช้อาวุธสงคราม ที่แย่งจากตำรวจไปด้วย ต้องเป็นคนที่คุ้นเคย กับปืน เป็นอย่างดี และหากไม่คุ้นเคย กับการใช้อาวุธปืน ที่มีทั้งเซฟ ทั้งลูกเลื่อน ไปยิงคน ไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคย กับการใช้อาวุธปืน…..
@ในวงการค้าบุหรี่หนีภาษี ต่างรู้ดี ว่า ณ วันนี้บุหรี่ต่างประเทศที่หลบหนีภาษี มาจากเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย โดยการขนส่งด้วยเรือสปีดโบ้ต มีทั้งการนำขึ้นฝั่ง ในพื้นที่ของจังหวัดสตูล และของจังหวัดตรัง ก่อนที่จะลำเลียง ส่งให้เอเย่นต์ ทั่วประเทศ แต่แปลก ที่ศุลกากร,สรรพสามิต ของจังหวัดสตูล และ จังหวัดตรัง ไม่มีผลงาน ในการจับกุมบุหรี่เถื่อน ที่เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ ทั้งที่เป็น พ.ต.อ.ผู้หนึ่ง และเป็นของ เจ้เกตุ ซึ่งเป็นเจ้าแม่ในวงการค้าบุหรี่เถื่อนรายใหญ่ ของภาคใต้ ซึ่งมีลูกค้าที่รับไปขายปลีก-ขายส่ง ในกรุงเทพฯ เรื่องนี้ ศุลกากรสตูล และสรรพสามิตรสตูล อย่าตอบว่า จังหวัดสตูล ไม่มีการค้าบุหรี่เถื่อนนะ อายเขา….. แล้วพบกันใหม่ในวันศุกร์หน้า สวัสดีครับ
ไชยยงค์ มณีพิลึก
——————————————————————————-
////////////////////////////////////////////////////////

เอ็มโอยู ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล. นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย ลงนาม เอ็มโอยู กับ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย เพื่อร่วมการ แลกเปลี่ยนข่าวสาร ระหว่างประเทศ ในมิติ สังคม ท่องเที่ยว วัฒนธรรม การศึกษา และ อื่นๆ ณ ห้องอาหารมาราดา คาเฟ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
/////////////////////////////////////////////

ไม่มั่นคง. อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมฝ่ายความมั่นคง ถกปัญหาความล้มเหลว ในการ ดับไฟใต้ ที่ มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมี พล.ท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ. 9 และ ผวจ.5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมประชุม
/////////////////////////////////////////////////////////

ดูผลงานบีอาร์เอ็น. พล.ท,ยรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และคณะ ลงพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เพื่อดูความเสียหายของอาคารร้านค้า ในเขตเทศบาลตันหยงมัส ที่ถูก กองกำลังติดอาวุธ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน บีอาร์เอ็น ลอบวางระบิด ได้รับความเสียหาย
///////////////////////////////////////

เบิกฟ้าหาดสำราญ. ณ สวนสน 100 ปี ชายทะเลหาดสำราญ ต.หาดสำราญ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง บุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ นายก อบจ.ตรัง เป็นประธานเปิดงาน ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง “เบิกฟ้าหาดสำราญ อาหารทะเล เสน่ห์ธรรมชาติ” โดยมี เด่นทยา วุ่นแก้ว ปลัดเทศบาลตำบล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีหาดสำราญ เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ ประมุข เหมือนจิตต์ นายอำเภอหาดสำราญ เป็นผู้กล่าวต้อนรับ
///////////////////////////////////////////////

วันแห่งความรัก. ทรงกลด สว่างวงศ์ ผวจ.ตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “Trang Love Festival 2026” (เทศกาลวิวาห์ ณ สมุทร 2026) ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวันแห่งความรัก พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีจดทะเบียนสมรสครั้งประวัติศาสตร์ ท่ามกลางบรรยากาศความสวยงามของท้องทะเลอันดามัน โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน มีคู่รักทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย ณ ชายหาดสิวาลัย สถานที่อันงดงามที่คู่รักได้ลงนามในใบทะเบียนสมรสท่ามกลางหาดทรายขาว จดทะเบียนสมรสใต้ท้องทะเล ณ ถ้ำมรกต ซึ่งเป็นการตอกย้ำตำนาน “วิวาห์ใต้สมุทร” ที่ได้รับการบันทึกสถิติโลก (Guinness World Records)
////////////////////////////////////////////////

่รวมแสดงความยินดี… ปัญจศีล ภูสงัด ผอ.สพป.ตรัง เขต 2 ร่วมกับผู้บริหารสถานศึกษา ครู และนักเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 102 (บ้านเกาะเต่า) และโรงเรียนบ้านแหลมมะขาม ได้ร่วมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การนำเสนอผลงาน และการประกวดแข่งขัน กิจกรรมการเรียนรู้ ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในสถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (โครงการโรงเรียนสุจริต) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ระดับประเทศ
/////////////////////////////////////////////////

กำลังใจ. ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ลงพื้นที่ให้กำลังใจ ผู้ประกอบการปี้มน้ำมัน ปตท.สาขาปาสมัส อ,สุไหงโก-ลก และ สาขา อ.แว้ง จ.นราธิวาส ที่ถูก กองกำลังบีอาร์เอ็น วางระเบิก และกลับมาให้บริการใหม่อีกครั้ง
////////////////////////////////////////////////

เปิดโครงการ. พาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี เปิดโครงการ”สุขภาพดีได้ร่มพระบารมี” เพื่อออกให้บริการทางทันตกรรมแก่เด็กและเยาวชนพื้นที่อำเภอปะนาเระ ระหว่างวันที่ 16-19 กุมภาพันธ์ 2569 คาดว่าจะมีผู้เข้ารับบริการประมาณ 1,000 คน หม่อมราชวงศ์จิยากร อาภากร เสสะเวช กรรมการผู้อำนายการ มูลนิธิสงเคราะห์เด็ก สภากาชาดไทย ร่วมกิจกรรม ผณ หอประชุม อ,ปะนาเระ จ.ปัตตานี
////////////////////////////////////////////////////

แบ่งปันรัก, วิชาญ ชัยเศรษฐ์สัมพันธ์ รอง ผวจ.นราธิวาส “ ร่วมโครงการแบ่งปันรัก แบ่งปันสุข เดือนรอมฎอน ครั้งที่ 3 ” มอบข้าวสารให้แก่เด็กกำพร้า ผู้พิการ และด้อยโอกาส ในพื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส โดยมี นายอัยมานน์ อับดุลลาเต๊ะ กรรมการผู้จัดการ บจก.มายฟู้ดคอร์ปอเรชั่น กล่าวรายงาน คุณธีรวุทธ์ อัศวโสภณ CEO บริษัทเฮ็ลธ์ฟูดส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับ ณัฎฐ์กร บุญโรภาคน์ นายอำเภอรือเสาะ นายอามีร ซาริคาน นายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลรือเสาะ ปลัดเทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ณ สวนกาญจนาภิเษก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส
///////////////////////////////////////////////////////

การกุศล. มุขตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา เปิดงานการกุศลครบรอบ 20 ปี มูลนิธิซอฮาบะห์ เพื่อหารายได้ชำระค่าที่ดินวากัฟ และสนับสนุนสิ่งจำเป็นในการดำเนินงานของมูลนิธิ ภายในงานมีประชาชน ผู้มีจิตศรัทธา และเครือข่ายภาคีเข้าร่วมจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยมีกิจกรรมหลากหลายตลอดทั้งวัน อาทิ กิจกรรมวิ่งการกุศล Run for Yateem การแสดงของนักเรียน การบรรยายศาสนา และกิจกรรมเชิญชวนร่วมบริจาค เพื่อระดมทุนสนับสนุนภารกิจด้านศาสนาและสังคมของมูลนิธิ ณ โรงเรียนพัฒนาศาสน์วิทยาโกตาบารู ต.บาโงย .รามัน จ.ยะลา
////////////////////////////////////////////////////

มอบทุน. กิตติภณ เปรมรัชชานนท์ นายอำเภอรามัน จ.ยะลา ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ระดับอำเภอ ครั้งที่ 2/2569 เพื่อประชาสัมพันธ์ ชี้แจงข้อราชการ และขอความร่วมมือในการบูรณาการทำงานร่วมกัน อีกทั้งยังเป็นการพบปะพูดคุยสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหน่วยงานเป็นประจำทุกเดือน และได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน ตามโครงการขยะแลกบุญ เกื้อหนุนสังคมเอื้อไมตรี โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องช้างเผือก อ.รามัน จ.ยะลา
///////////////////////////////////////////////////

ต้อนรับ. ยู่สิน จินตภากร รอง นายกเทศมนตรีนครยะลา พร้อมด้วย นฤมินทร์ อามิน รอง นายกเทศมนตรีนครยะลา สมาชิกสภาเทศบาล และคณะผู้บริหาร ร่วมให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และอุตสาหกรรม วุฒิสภา นำโดย นิพนธ์ เอกวานิช รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง, พิชาญ พรศิริประทาน รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ห้า และคณะทำงาน ในโอกาสเดินทางเข้าศึกษาดูงาน ณ ห้องประชุมเทศบาลนครยะลา
////////////////////////////////////////////////

ค่ายภาษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ร่วมกับ Universiti Teknologi Petronas จัดกิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษเชิงโต้ตอบ “Sit Tight Speak Right 6.0” ระหว่างวันที่ 12–16 กุมภาพันธ์ 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษและเสริมสร้างความมั่นใจด้านการสื่อสารในบริบทนานาชาติให้นักศึกษา โดยมี รศ.ดร,ลิลลา อดุลยศาสตร์ รองอธิการบดีฯเป็นประธานเปิดงาน ณ ห้องประชัมหลานซา มหาวิยาลัยราชภัฎยะลา
/////////////////////////////////////////////////

ปลายทางชีวิต. พ.ต.อ.สมปราช กรรณกานนท์ ผกก.เมืองพัทลุง พร้อมด้วย พ.ต.ท.หญิง สิรตา เประนาม สว.อก. พ.ต.ท.ณัฐศิษฏ์ ชูเพชร สวป. และข้าราชการตำรวจในสังกัด ทางไป วางพวงหรีดเคารพศพและร่วมแสดงความเสียใจ แด่การถึงแก่กรรมของ คุณพ่อเขียว พลเจริญ บิดาของ ร.ต.ท.ประคอง พลเจริฐ รอง สว.(ป.) สังกัดเดียวกัน พร้อมกันนี้ คณะข้าราชการตำรวจได้มอบเงินสวัสดิการเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ครอบครัวผู้วายชนม์ ณ วัดพังกิ่ง ต.สมหวัง ,เมือง จ.พัทลุง
/////////////////////////////////////////////////

นายกป้ายแดง. ตัวแทนภาคประชาชน มอบแจกันดอกไม้ เพื่อแสดงความยินดีกับ อับดุลเลาะห์ จันทร์ลิหมัด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกระดังงา อ.สทิงพระ จ.สงขลา ณ ที่ทำการ อบต.กระดังงา อ.สทิงพระ จ.สงขลา
///////////////////////////////////////////////////

ร่วมโต๊ะอาหาร. นิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยร่วมรับประทานอาหารกับ อนุทิน ชาญวีรกุล. นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะที่มาร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ. ผอ.โรงเรียนพะตงฯก่อนเดินกลับกรุงเทพ ณ ร้านอาหาร อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
//////////////////////////////////////////////////



