“ความรักที่ปรากฎขึ้นอย่างแผ่วเบาภายในใจ พร้อมเชื่อมโยงหัวใจของผู้คน” จากนิทรรศการ “มิติรัก” เป็นหนึ่งในนิทรรศการที่จัดแสดงในพื้นที่ศิลปะ พีเพิลส์แกลเลอรี หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
มิติรัก โดยกฤตยชย์ ภู่หอม นิทรรศการชวนผู้ชมก้าวเข้าสู่พื้นที่แห่งการรับรู้ เพื่อสำรวจและตีความมิติของความรักผ่านประสบการณ์ของตนเอง ราวกับการตกหลุมรักงานศิลปะในครั้งแรก และจากความรู้สึกแปลกใหม่ที่ยังไม่อาจนิยาม ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจ ความผูกพัน และความรักที่ปรากฎขึ้นอย่างแผ่วเบาภายในใจ พร้อมเชื่อมโยงหัวใจของผู้คนผ่านอารมณ์ ความรู้สึกและช่วงเวลาที่ถูกแบ่งปันร่วมกันในพื้นที่เดียวกันอย่างอ่อนโยนและลึกซึ้งที่บอกเล่าผ่านงานศิลปะ

ในพื้นที่ พีเพิลส์แกลเลอรี ยังมีนิทรรศการ แตกตื่น โดย สุมนัสยา โวหารศิลปินชวนผู้ชมมาร่วมสำรวจความสัมพันธ์ และสร้างบทสนทนาเกี่ยวกับความยั่งยืนผ่านประวัติศาสตร์ของวัตถุและความทรงจำ ชวนพิจารณาเศษวัสดุจากธรรมชาติรอบตัวภายใต้บริบทของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง แนวคิดของงานมุ่งเน้นการมองเห็นคุณค่าความงามในความไม่สมบูรณ์ และการสร้าง “ชีวิตใหม่” ให้กับสิ่งเดิม ซึ่งเปรียบเสมือนการยอมรับอดีตควบคู่ไปกับการตระหนักรู้และอยู่ร่วมกับปัจจุบันอย่างมีสติ โดยทั้งสองนิทรรศการแสดงต่อเนื่องถึงต้นเดือนมีนาคม

นอกจากนี้พื้นที่ศิลปะ BACC pop•up โครงการที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครเห็นถึงความสำคัญของการเพิ่มพื้นที่ทางศิลปวัฒนธรรม โดยชวนสัมผัสคุณค่า ความหลากหลายของศิลปวัฒนธรรมผ่านนิทรรศการ กิจกรรมศิลปะและการเรียนรู้ต่างๆ เปิดพื้นที่ศิลปะเพิ่มโอกาสการเรียนรู้และการเข้าถึงด้านศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลาย ที่เกื้อหนุนบรรยากาศการแลกเปลี่ยนระหว่างคนทำงานศิลปะผู้ชมและชุมชนโดยรอบฯลฯ โดยโครงการฯจัดอยู่ในบริเวณโซนมันมัน ศรีนครินทร์ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ MMAD ((MunMun Art Destination)

ในพื้นที่นี้พาสัมผัสแนวคิดชมนิทรรศการ “ตะแล็ป・แก-ร็・บ” พาย้อนมองพัฒนาการของการสื่อสารระยะไกล ตั้งแต่ยุคโทรเลข (Telegraph) ทำให้ผู้คนสามารถติดต่อถึงกันได้แม้อยู่ห่างไกลและค่อยๆกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เมื่อโลกเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 การอยู่ใกล้ กลับหมายถึงการต้องเว้นระยะห่าง การสื่อสารผ่านเทคโนโลยีจึงไม่ใช่เพียงการอำนวยความสะดวก หากแต่กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการดำรงชีวิตและการอยู่รอด “ตะแล็ป・แก-ร็・บ” นิทรรศการชวนสร้างบทสนทนาผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ทำให้การพบกันระหว่าง “คนขับ”(Driver)และ “ผู้ใช้งาน” (User) ความสัมพันธ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสะดวกสบาย การพึ่งพากัน และความไม่สมดุลที่ดำรงอยู่ นิทรรศการชวนกลับมารับฟังบทสนทนาใกล้ตัวเหล่านี้อีกครั้ง ผ่านประสบการณ์ของปัจเจกบุคคล เพื่อสำรวจว่า ภายใต้การเชื่อมโยงที่ดูราบรื่น ระบบแพลตฟอร์มได้จัดวางความสัมพันธ์ของผู้คนในเมืองไว้อย่างไร และเราอยู่ตรงไหนในบทสนทนานั้น

“ระหว่างทาง” ศิลปะจัดวางวิดีโอเจนเนอเรทีฟ วิชวล โดย ตรีรัตน์ ลีนา หนึ่งในผลงานซึ่งศิลปินสนใจการทดลองด้านภาพผ่านสื่อที่หลากหลาย ระหว่างทางตั้งต้นจากมุมมองของผู้ใช้งาน ภายใต้เงื่อนไขพื้นฐานของการใช้ชีวิตไปกับการเดินทางในเมืองที่วุ่นวายและต้องการความรวดเร็ว การใช้เวลาเดินทางในแต่ละวัน จึงไม่ใช่เพียงการเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง แต่ยังเป็นพื้นที่ ความสัมพันธ์ ฯลฯ
ขณะที่ “วันชนวัน” ภาพถ่ายและศิลปะจัดวาง โดยวัชรวิชญ์ ภู่ดอก อีกผลงานจากนิทรรศการฯ โดยแรงบันดาลใจมาจาก ความเข้าใจเกี่ยวกับแรงงาน ผ่านภาพสะท้อนของวิถีชีวิตที่ไม่เรียบง่ายของไรเดอร์ในหนึ่งวันฯลฯ อีกผลงานศิลปะที่ร่วมบอกเล่า



