วันที่ 28 ก.พ.นี้ ที่โรงแรมอเล็กซานเดอร์ กรุงเทพ เวลา 13.00 น. สมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย จะจัดการประชุมเพื่อการเลือกตั้ง “นายกสมาคมกีฬาตะกร้อคนใหม่” แทน “บิ๊กต้อม” นายธนา ไชยประสิทธิ์ ที่ประกาศลาออกไปเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา

แน่นอนแล้วว่า การเลือกตั้ง “ประมุขตะกร้อไทย” ครั้งนี้ มีแคนดิเดตผู้ท้าชิงเพียงแค่ 2 คน นั่นคือ

1 “บิ๊กต้อม” นายธนา ไชยประสิทธิ์ อดีตนายกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 3 ก.พ.69 /รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และหัวหน้านักกีฬาทีมชาติไทย

2 นายบุญชัย หล่อพิพัฒน์ รักษาการประธานสหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ และอุปนายกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย

ขณะที่ สโมสรสมาชิกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาตะกร้อฯ ในครั้งนี้มีทั้งหมด 27 สโมสร ประกอบด้วย

1 สโมสรตะกร้อกองทัพบก
2 สโมสรทหารอากาศ
3 สโมสรการไฟฟ้านครหลวง
4 สโมสรโอสถสภา
5 สมาคมสโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
6 สโมสรการท่าเรือแห่งประเทศไทย
7 บริษัท มาราธอน (ประเทศไทย) จำกัด
8 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)
9 สโมสรราชนาวี
10 มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
11 บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน)
12 สโมสรตำรวจ
13 โรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี
14 สโมสรตะกร้อ พีทีที โกลบอลเคมิคอล
15 สโมสรมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตกรุงเทพ
16 โรงเรียนกีฬาจังหวัดชลบุรี
17 สโมสรตะกร้อจังหวัดนครปฐม
18 สโมสรตะกร้อพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์
19 สโมสรมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตศรีสะเกษ
20 สโมสรมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตอุดรธานี
21 สโมสรมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชัยภูมิ
22 สโมสรมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชลบุรี
23 โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครสวรรค์
24 โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร แห่งที่ 2 (ศูนย์ฝึกกีฬาเยาวชนบางบอน)
25 สโมสรตะกร้อปทุมธานี
26 สโมสรตะกร้อฮอนด้ายูเนี่ยน
27 สโมสรตะกร้อราชบุรี

การเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาตะกร้อคนใหม่ จะเป็นการสู้กันระหว่าง “ขั้วอำนาจเก่า” กับ “ขั้วอำนาจใหม่”

ซึ่งทั้ง “คุณธนา” และ “คุณบุญชัย” ล้วนแล้วแต่เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็น “น้องรัก” ที่ พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ ปั้นขึ้นมาเป็นคีย์แมนวงการกีฬาไทยมาทั้งคู่

แต่มาวันนี้ “น้องรัก” ของ “บิ๊กจา” ทั้งสองคน ต้องมาห้ำหั่นกันเอง นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง

ว่ากันว่า การเลือกตั้งใหญ่ครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายสู้กันดุเดือดเลือดพล่านเลยทีเดียว “ข่าววงใน” ลือกันว่า ถึงขั้นทุ่มเงินระดับหลัก “ครึ่งล้าน” หรือเกินกว่านั้น เพื่อ “ซื้อใจ” สโมสรสมาชิกกันเลยทีเดียว

ไม่อยากคิดว่า วงการกีฬาตะกร้อบ้านเรา เป็นไปถึงเพียงนี้แล้วหรือ

ก็อย่างว่าแหละ “เงินก้อนโต” กว่า 100 ล้านบาท ที่ “บิ๊กจา” ใช้น้ำพักน้ำแรง หามาทิ้งไว้ในบัญชีก่อนจะเสียชีวิตไปนั้น มันหอมหวานชวนชิมเสียยิ่งกว่า “น้ำผึ้งเดือน 5” หน้าแล้ง เป็นไหน ๆ

ใคร ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะหมายปอง???

หลังเลือกตั้ง “นายกตะกร้อ” ครั้งนี้ ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายได้รับการชูมือ แต่เชื่อว่า “วงการกีฬาตะกร้อไทย” จะไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิมอีกต่อไป

หรือว่า นี่จะเป็นจริงดั่งคำพูดของท่านจารึก ที่เคยกล่าวว่า “คอยดูนะถ้าไม่มีอั๊วะทั้งคนแล้ว ตะกร้อไทย จะไม่มีทางชนะมาเลเซียได้แน่นอน”

และจากแบ่งฝักแบ่งฝ่ายของ กรรมการบริหารสมาคมฯ ก็ทำให้เห็นแล้วว่าผลงานในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ผ่านมา มีคำตอบเป็นอย่างไร

ส่วนในอนาคตวงการตะกร้อไทย จะกลับไปอยู่ใต้อุ้งเท้าเสือเหลือง ดั่งที่ มหาบุรุษแห่งวงการกีฬาไทย ที่ชื่อ “พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์” กล่าวไว้หรือไม่นั้น

คงต้องให้ “เวลา” เป็นเครื่องพิสูจน์กันต่อไป

ทีมข่าวกีฬาเดลินิวส์