“Trickle Down” ชื่อภาพยืมมาจากแนวคิดที่เชื่อว่าเมื่อทรัพยากรถูกรวมอยู่ที่คนข้างบน สุดท้ายมันจะค่อย ๆ ไหลลงมาถึงคนข้างล่างเอง ในภาพหมูจากโลกของ Animal Farm กลายเป็นตัวแทนของผู้มีอำนาจที่กำลังเอนกายอย่างสบายในอ่างน้ำ  อ่างนั้นอาจหมายถึงโอกาส หรือการเข้าถึงทรัพยากรอย่างเต็มที่ น้ำล้นออกมาจริง แต่ก็เพียงหยดลงมาตามขอบอ่าง 

คนสวมเฮดการ์ดสื่อถึงผู้ใช้แรงงานที่ทำหน้าที่ของตัวเองอยู่เงียบ ๆ เป็ดแทนชนชั้นกลางที่มีการศึกษา แต่เสียงของพวกเขาไม่ได้ดังพอจะเปลี่ยนอะไรได้มากนัก ลูกเป็ดที่ล้มอยู่ด้านล่างเหมือนกำลังมองหาอนาคตที่ยังไม่ชัดเจน รอยยิ้มสีเหลืองบนหน้าหมูดูสดใสแต่บางครั้งรอยยิ้มก็ทำหน้าที่มากกว่าความสุข น้ำไหลลงมาเสมอ คำถามอาจอยู่ที่ว่า มันไหลลงมาในปริมาณเท่าไร และใครเป็นคนออกแบบอ่างใบนั้น …

เป็นหนึ่งใน 22 ภาพผลงานจาก “Designed To Lose : an unfair game” นิทรรศการเดี่ยวของ ณรงค์ จรุงธรรมโชติ ที่หลายคนรู้จักในนาม “ขวด เดลินิวส์” (Kuard) ศิลปินผู้ใช้เวลากว่า 30 ปีในฐานะนักเขียนการ์ตูนการเมืองของเดลินิวส์ ก่อนหันกลับมาสำรวจคำถามเดิมในพื้นที่ “ผืนผ้าใบ”

นิทรรศการ Designed To Lose : an unfair gameเกิดจากความสงสัยต่อวรรณกรรมคลาสสิกเรื่อง Animal Farm ของ George Orwell เหตุใดหนังสือที่ตีพิมพ์มากว่า 80 ปี จึงยังถูกยกย่องโดย Time ให้เป็นหนึ่งในผลงานสำคัญแห่งศตวรรษที่ 20 ซึ่งคำตอบไม่ใช่เพราะอ่านสนุก แต่เพราะ “มันยังจริง”

“ตลอดสามทศวรรษในหน้ากระดาษข่าวของณรงค์ เฝ้ามองวัฏจักรของอำนาจ การเข้าสู่อำนาจ การรักษาอำนาจ และการปรับเปลี่ยนกติกา เพื่อยืดเวลาการครอบครองอำนาจนั้นให้นานที่สุด ภาพเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแห่งเดียว แต่เกิดซ้ำในหลายสังคม ต่างเวลา ต่างบริบท ยิ่งในโลกปัจจุบัน ความเหลื่อมล้ำจำนวนมากกลับถูกทำให้ดูเป็นเรื่องปกติ กติกาหลายอย่างถูกออกแบบอย่างแยบคาย จนยากจะตั้งคำถาม  Animal Farm จึงไม่ใช่วรรณกรรมในอดีต แต่เป็นกระจกที่ยังสะท้อนปัจจุบัน”

นิทรรศการชุดนี้ประกอบด้วยผลงาน 22 ภาพ ใช้เวลาสร้างสรรค์เกือบสองปี ภายใต้แนวทางที่ “Neo-Doodle Surrealism” การใช้ลายเส้นอิสระแบบดูเดิล ผสานโลกเหนือจริงและสัญลักษณ์ร่วมสมัย ตัวละครสัตว์ถูกตีความใหม่ บางตัวมีสไมล์ลี่สีเหลืองแทนจมูกหมู รอยยิ้มที่อาจหมายถึงความสุข หรืออาจเป็นเพียงหน้ากาก

“จากการวาดภาพประกอบที่ต้องสื่อสารฉับไวในพื้นที่จำกัด วันนี้ศิลปินเลือกพื้นที่เงียบกว่า แต่เปิดให้ตีความกว้างกว่า เขาไม่ได้เล่าเรื่องซ้ำจากวรรณกรรม หากแต่ตั้งคำถามใหม่ในบริบทโลกที่ซับซ้อนขึ้น การจัดนิทรรศการเดี่ยวครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงก้าวใหม่ทางศิลปะ หากเป็นการจัดระเบียบความสงสัยในใจตนเอง ผ่านภาพที่ไม่ได้ตัดสินใครตรงๆ แต่ชวนมองโครงสร้างที่คุ้นชิน”

นอกจาก “Trickle Down” จากผลงาน 22 ภาพ พาลัดเลาะชมแนวคิด ลายเส้นคมชัด ลึกซึ้งที่จัดแสดง  Unfair Game” เทคนิค Acrylic and marker ขนาด 120 x 125 cm “ หมูผู้มีอำนาจเอื้อมมือเข้าไปหยิบตุ๊กตาจากตู้คีบอย่างง่ายดาย ขณะที่คนตัวเล็กตัวน้อย หากอยากได้สิ่งเดียวกัน ต้องพยายามผ่านกติกาที่ซับซ้อนและยากกว่าหลายเท่า เกมเดียวกัน แต่เงื่อนไขไม่เท่ากัน ลูกหมูที่ได้ของมาแล้วกลับแย่งชิงและทิ้งขว้างอย่างไม่เห็นค่า ขณะที่ลูกเป็ดได้แต่มองดูอยู่ด้านล่าง สีหน้าไม่แน่ใจว่าจะมีโอกาสเอื้อมถึงหรือไม่ ตู้คีบในภาพอาจดูเหมือนของเล่น แต่กติกาที่ซ่อนอยู่ข้างในอาจจริงจังกว่านั้น เมื่อบางคนไม่ต้องหยอดเหรียญคำว่า “ความพยายาม” ก็อาจไม่ได้เริ่มต้นจากจุดเดียวกันตั้งแต่แรก”

Let Godzilla Sleep Forever” เทคนิคเดียวกันแต่ขนาดภาพใหญ่ขึ้น“ก็อตซิลล่าถูกเชิญเข้ามาอยู่ในโลกของ Animal Farm อย่างตั้งใจ ในความทรงจำของผู้คน คือสัตว์ประหลาดที่เกิดจากผลพวงของสงครามและพลังงานนิวเคลียร์ เป็นสัญลักษณ์ของการทำลายล้างที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง ภาพจำเดิมของก็อตซิลล่า คือการตื่นขึ้นมาแล้วเหยียบย่ำเมืองให้พังพินาศ

แต่ในภาพนี้ หลับอยู่ รอบตัวเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ของชีวิต ของเล่น เด็ก ๆ ดอกไม้ เสียงดนตรี นกที่บินอยู่บนท้องฟ้า ทุกอย่างดำเนินไปอย่างปกติราวกับไม่มีภัยคุกคาม ก็อตซิลล่า ไม่ได้หายไป เพียงแค่ยังไม่ถูกปลุก บางทีสัตว์ประหลาดอาจไม่จำเป็นต้องตื่น ถ้าโลกมีความเท่าเทียม  มีเสรีภาพ มีความยุติธรรม และผู้มีอำนาจมีศีลธรรมพอจะไม่ผลักสังคมไปสู่ความโกรธแค้น เมื่อประชาชนเข้าถึงโอกาส และลูกหลานยังมองเห็นอนาคต  การทำลายล้างอาจไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้น คำถามจึงไม่ใช่ว่าใครจะหยุดก็อตซิลล่าได้… “แต่อยู่ที่เราจะสร้างโลกแบบไหนให้มันไม่ต้องตื่น” เป็นส่วนหนึ่งที่จัดแสดงในนิทรรศการ Designed To Lose : an unfair game ที่เปิดให้ชมถึง 22 มีนาคม ณ Joyman Gallery