ทั้งนี้ ว่าด้วย “ลิงก์สยิว” ทั้ง “คลิป–ภาพ” ที่มีลักษณะ “โป๊เปลือย” ที่มักมีการส่งต่อ ๆ กันผ่านทางโซเชียลนั้น กรณีนี้เป็นเรื่องใหญ่ และเคยทำให้หลายคนเกิดปัญหามานักต่อนักแล้วเช่นกัน โดยรูปแบบของการ “ส่งลิงก์สยิว” หรือกับพฤติกรรมลักษณะนี้นั้น…
อันที่จริงมีศัพท์ใช้เรียกวิธีการส่งลิงก์แบบนี้
ที่ภาษาอังกฤษจะใช้คำเรียกกันว่า “Sexting”
ที่เป็นพฤติกรรมรูปแบบหนึ่งซึ่งพบได้บ่อย
เกี่ยวกับคำอธิบายของศัพท์คำว่า… “เซ็กซ์ติ้ง (Sexting)” ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อ ณ ที่นี้ เป็นข้อมูลเผยแพร่อยู่ใน เว็บไซต์สำนักงานอัยการสูงสุด ผ่านบทความโดย สถาบันนิติวัชร์ ซึ่งได้มีการระบุถึงศัพท์นี้ไว้น่าสนใจ โดยกล่าวว่า… ในยุคปัจจุบันที่อินเทอร์เน็ตและโซเชียลเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน และมีบทบาทสำคัญต่อการศึกษาหาความรู้ แต่อีกด้านหนึ่งก็ทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ และพฤติกรรมก่อความรุนแรง รวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศ และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศบนโลกออนไลน์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยหนึ่งใน “รูปแบบพฤติกรรมที่เป็นปัญหา”
นั่นคือพฤติกรรมที่มีคำเรียกว่า… “เซ็กซ์ติ้ง”

ทั้งนี้ ในบทความนี้ อธิบายถึง “เซ็กซ์ติ้ง” หรือ “Sexting” ว่า… เป็นศัพท์ที่เกิดจากการนำคำมาผสมกัน คือ “Sex” และ “Texting” โดยหมายถึง… การส่งข้อความ รูปภาพ วิดีโอที่วาบหวิว โป๊เปลือย (Indecent images) หรือมีเนื้อหาการสื่อสารที่ทำให้เข้าใจได้ว่า…เป็นการชักชวน หรือเชื้อเชิญให้มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องทางเพศหรือเพศสัมพันธ์) ซึ่งบางครั้งรูปภาพหรือวีดีโอที่ถูกแชร์และมีการส่งหากันอาจถูกสร้างขึ้นโดยตัวของผู้ส่งเอง และถูกนำมาแชร์กันเองระหว่างเพื่อนสนิทที่ไว้ใจ หรือแฟน หรืออาจเป็นการแชร์รูปภาพ คลิปวีดีโอที่ไม่เกี่ยวกับตัวเอง แต่ได้รับผ่านการส่งต่อ ๆ กันมาก็ได้…
ที่เซ็กซ์ติ้งส่วนใหญ่มักเกิดโดยไม่ยินยอม
หรือมีแรงจูงใจเชิงลบที่มาจากตัวผู้ส่งเอง
บทความยังชี้ว่า… Sexting ที่เกิดโดยไม่ได้รับความยินยอม หรือ “Unwanted sexting” นั้น ถึงแม้จะเป็นการส่งระหว่างกันในกลุ่มผู้ใหญ่ แต่บางประเทศถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะถ้า ส่งโดยมีมูลเหตุจูงใจ เช่น เพื่อข่มขู่ ประจาน แก้แค้นไปที่บุคคลผู้รับข้อความนั้น ที่เรียกกันว่า… “Revenge porn” ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในกรณีคู่รักที่เลิกกันไปแล้ว นอกจากนั้นในทางกฎหมายยังมอง พฤติกรรมเซ็กซ์ติ้งเป็นปัญหาร้ายแรง โดยเฉพาะเมื่อผู้รับข้อความ รูปภาพ หรือวีดีโอนั้นเป็นเด็ก โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงว่า… การพูดคุยในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นบนความสมัครใจหรือไม่
ที่สำคัญพฤติกรรมแบบนี้ยังถือเป็นการกระทำความผิดประเภท OCSEA (Online Child Exploitation and Abuse) รูปแบบหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ใหญ่เป็นผู้ส่งไปหาเด็กหรือเยาวชน ที่แม้หากมองดูเผิน ๆ อาจจะรู้สึกว่า… Sexting เป็นสิ่งไม่ร้ายแรง เพราะเป็นเพียงแค่การพูดคุย แชร์รูปภาพ แต่ผลสำรวจในระดับสากลพบว่า…การเซ็กซ์ติ้งจะส่งผลให้เด็กตกอยู่ในภาวะเปราะบาง และ เสี่ยงที่เด็กจะตกเป็นเหยื่อภัยคุกคามทางเพศรูปแบบอื่น เช่น การแบล็กเมลทางเพศ (Sextortion) หรือถูกใช้เพื่อกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ (Cyberbullying) อีกด้วย…
นอกจากนี้งานวิจัยบางชิ้นพบว่า… การพูดคุยส่งต่อแชร์คลิปและภาพในลักษณะ Sexting ระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กนั้น ในหลาย ๆ กรณีเป็นหนึ่งในขั้นตอนของการสร้างความสัมพันธ์กับเด็ก ซึ่งมักจะมีเจตนาเพื่อล่อลวง ควบคุม หรือยุยงให้เด็กทำกิจกรรมทางเพศ ที่เป็นการล่อลวงเด็กเพื่อวัตถุประสงค์ทางเพศ (Online Grooming) โดยเมื่อเด็กหลวมตัวก็จะนำไปสู่การถูกล่วงละเมิดทางเพศรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การถูกบังคับให้ถ่ายทอดสดกิจกรรมทางเพศ (Live streaming of child sexual abuse) ดังนั้นความร้ายแรงของปัญหาดังกล่าวนี้ จึงเป็นหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันเฝ้าระวังและต่อสู้กับปัญหานี้ เพราะมีแนวโน้มที่จะเกิดพฤติกรรมรูปแบบนี้เพิ่มขึ้น และยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ …นี่และเป็นผลร้ายจากพฤติกรรมนี้
ภัยรูปแบบ “เซ็กซ์ติ้ง” ที่พบบ่อยในปัจจุบัน
การ “ส่งลิงก์–ส่งภาพ–ส่งคลิป” สยิวให้กัน
ขณะที่ “วิธีรับมือป้องกัน” เพื่อไม่ให้เด็กและเยาวชนเสี่ยงที่จะเป็น “เหยื่อภัยเซ็กซ์ติ้ง” นั้น กรณีนี้มีคำแนะนำจาก ECPAT International ภายใต้การสนับสนุนของ UNICEF ที่ได้ให้แนวทางไว้ ดังต่อไปนี้… แนวทางแรก คือ สร้างความตระหนักถึงความเสี่ยงและผลที่อาจจะเกิดขึ้น โดยกาใรห้ความรู้เแก่เด็ก ผู้ปกครอง และผู้ดูแล, แนวทางที่สอง ให้รายงานระบบของแพลตฟอร์มทันที ที่ตรวจพบส่งข้อความรูปแบบเซ็กซ์ติ้ง และแนวทางสุดท้ายคือ จำกัดการเผยแพร่การส่งข้อความยั่วยวนทางเพศ หรือเนื้อหาเกี่ยวกับการล่วงละเมิด เป็นต้น… และนี่เป็นข้อมูลโดยสังเขปเกี่ยวกับปัญหาเรื่องนี้.
ที่สังคมไทยต้องช่วยกัน “สอดส่องเฝ้าระวัง”
“ปิดประตูป้องกัน” เพื่อลดปัญหาจากภัยนี้.
ทีมสกู๊ปเดลินิส์



