นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์. เปิดเผยว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา เพื่อติดตามและสำรวจปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง หลังจากก่อนหน้านี้ สมาคมที่เกี่ยวข้องกับผู้ผลิตและผู้ปลูกมันสำปะหลังของประเทศไทย ได้เข้าหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ถึงแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
โรคใบด่างมันสำปะหลังเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องมาหลายปี โดยทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขอย่างจริงจัง เนื่องจากหากปล่อยให้ปัญหายังคงอยู่ จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมมันสำปะหลังทั้งระบบ จากเดิมประเทศไทยเคยส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ทั้งแป้งมันและมันเส้น ได้ประมาณ 30-40 ล้านตันต่อปี ปัจจุบันเหลือเพียง 20 ล้านตัน กระทบต่อประชาชนหลายล้านครัวเรือน และผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมกว่า 5 ล้านคน
สำหรับภารกิจเร่งด่วน คือการขยายท่อนพันธุ์ที่มีคุณภาพ สะอาด และปลอดโรค โดยปัจจุบันมีพันธุ์ที่สามารถต้านทานโรคได้ ได้แก่ พันธุ์อิทธิ 1 อิทธิ 2 และอิทธิ 3 ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจแปลง พบว่ามีการเจริญเติบโตและการสะสมแป้งในหัวมันเป็นที่น่าพอใจ แม้อายุเพียง 3-4 เดือน และให้ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 4.8-5 ตันกว่า โดยไม่มีระบบน้ำ พร้อมเน้นย้ำให้ทำลายท่อนพันธุ์ที่ปนเปื้อนเชื้อ รวมถึงต้นที่พบโรคใบด่างและอาการพุ่มแจ้ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการทำลายท่อนพันธุ์ปนเปื้อนแล้วประมาณ 20 ตัน และสั่งการให้ ส.ป.ก. จังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่สำรวจบริเวณห้วยบง พื้นที่ประมาณ 4 – 5 พันไร่ เพื่อประเมินความเหมาะสมในการใช้เป็นแหล่งขยายท่อนพันธุ์ รวมทั้งจะหารือกับเลขาธิการ ส.ป.ก. เพื่อสำรวจพื้นที่อื่นเพิ่มเติม
หากไม่เร่งแก้ไขปัญหา ประเทศไทยอาจสูญเสียตลาดส่งออกสำคัญ โดยเฉพาะตลาดยุโรปและตลาดญี่ปุ่น ขณะที่ประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนาม ลาว และกัมพูชา เพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง และโรงงานแปรรูปจำนวนมากย้ายฐานการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ สปป.ลาว ที่เพิ่มจากประมาณ 3 โรงงานในช่วง 2-3 ปีก่อน เป็นกว่า 32-33 โรงงานในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องเร่งสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันและรักษาตลาดส่งออกของไทย



