เมื่อเร็วๆ นี้ เพจเฟซบุ๊ก “เอ็มเอฟซีคลินิกเวชกรรม” ได้เปิดเผยเคสผู้ป่วยว่า พบหญิงชาวเกาหลีวัย 60 ปีมีอาการไอเรื้อรังและไอเป็นเลือดนาน 4 เดือน ผลเอกซเรย์พบก้อนในปอดลักษณะคล้ายมะเร็ง แต่หลังผ่าตัดกลับพบ “พยาธิใบไม้ปอดระยะก่อนโตเต็มวัย” ซ่อนอยู่ในรอยโรคของปอด ต้นเหตุสำคัญมาจากการรับประทาน “เกจัง (Gejang)” หรือปูน้ำจืดดองซีอิ๊วดิบ เมนูยอดนิยมของเกาหลี
พยาธิใบไม้ปอด (Paragonimus westermani) เป็นปรสิตที่ติดต่อสู่คนผ่านการรับประทานปูน้ำจืด กุ้งดิบ หรือสุกไม่เพียงพอ มีตัวอ่อนระยะเมตาเซอร์คาเรีย (metacercaria) ปนเปื้อนอยู่ รวมถึงเนื้อสัตว์ป่าบางชนิด เช่น หมูป่าและกวาง ที่ทำหน้าที่เป็นโฮสต์พาหะพัก (paratenic host) หากรับประทานอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบบ่อย ๆ ก่อให้เกิดแหล่งสะสมของเชื้อโรคพยาธิ รศ. นพ.จักรพงษ์ บรูมินเหนทร์ สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายถึงโรคพยาธิใบไม้ในปอดว่า คือเชื้อพยาธิตัวแบนคล้ายใบไม้ที่พบได้ในกุ้งหรือปูน้ำจืด อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ จะมีตัวอ่อนของพยาธิอาศัยอยู่ ซึ่งเมื่อทานเข้าไป อาจทำให้ได้รับเชื้อได้
เมื่อพยาธิเข้าสู่ร่างกายจะชอนไชทะลุผนังลำไส้และเข้าไปฝังตัวที่ปอด ทำให้เกิดโรคที่ปอด โรคนี้ไม่สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้โดยตรง แต่หากผู้ที่มีพยาธิใบไม้ปอดในลำไส้ขับถ่ายในแหล่งน้ำสาธารณะที่มีสัตว์น้ำอาศัยอยู่ จะสามารถเป็นพาหะส่งต่อพยาธิไปยังผู้อื่นได้
เมื่อพยาธิชอนไชเข้าไปอยู่ในปอดจะทำให้มีอาการ เจ็บหน้าอก ไอเรื้อรัง มีเลือดปนออกมากับเสมหะ เหนื่อยง่าย ปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน การที่พยาธิอาศัยอยู่ในปอดนั้นทำให้เนื้อปอดเกิดการอักเสบ มีเลือดออก ร่างกายสร้างพังผืดล้อมรอบตัวพยาธิกลายเป็นถุงหุ้มพยาธิ มีลักษณะเป็นก้อนที่ภายในอาจพบพยาธิอาศัยเป็นคู่หรือมากกว่านั้น
เมื่อพยาธิออกไข่ ถุงหุ้มพยาธิในปอดจะแตก ไข่ของพยาธิออกมาทางหลอดลม ทำให้ไอ มีเสมหะ หลอดลมอักเสบจากการติดเชื้อ ผู้ป่วยระยะนี้มักมีอาการเจ็บหน้าอก ไอเรื้อรัง หรือมีเลือดปนออกมากับเสมหะ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง พยาธิตัวอ่อนและตัวโตเต็มวัยอาจชอนไชเข้าไปยังอวัยวะอื่น ๆ ได้ เช่น ดวงตา กล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง ตับ ไต ลำไส้ แต่ที่พบบ่อยคือพยาธิในสมอง ทำให้ผู้ป่วยระยะนี้มีไข้ ปวดศีรษะ อาเจียน ตาพร่า เป็นอัมพาตได้ ในบางรายอาจคลำพบก้อนในท้องหรือตรวจพบพยาธิในตับและตับอ่อน อาจส่งผลให้ต่อมน้ำเหลืองโตและอักเสบ
จะรู้ว่าอาการที่เป็นคือ โรคพยาธิใบไม้ปอด ต้องอาศัยวิเคราะห์อาการและปัจจัยเสี่ยงที่เข้าได้ ร่วมกับการตรวจเสมหะ น้ำล้างหลอดลมและถุงลมฝอย น้ำไขสันหลัง รวมถึงอุจจาระเพื่อหาไข่พยาธิ และอาจตรวจเลือดเพื่อดูชนิดของเม็ดเลือดขาว eosinophil ที่อาจเพิ่มขึ้นจากการติดเชื้อพยาธิ นอกจากนั้นยังสามารถตรวจภาพรังสีปอดเพื่อดูรอยโรคที่ปอด
ส่วนการรักษา โรคพยาธิใบไม้ปอด การรักษาโรคพยาธิใบไม้ปอด ทำได้โดยการให้ยาฆ่าพยาธิและรักษาตามอาการ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ รับประทานอาหารที่สุกและสะอาดอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบโดยเฉพาะกุ้ง ปู ปลาน้ำจืด งดการขับถ่ายในแหล่งน้ำสาธารณะ ป้องกันการแพร่กระจายของโรค
( ขอบคุณข้อมูลจากเวบไซด์คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี )


