เฝ้าติดตามข่าวพระอาการด้วยความห่วงใย แต่เมื่อถึงเวลาจริง 11 มิ.ย.2569 ข่าว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา หรือ พระองค์ภา สิ้นประชนม์ กลับทำใจยากยิ่ง พระชนมายุ แค่ 47 พรรษา กำลังท็อปฟอร์มทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ประสบการณ์ทำงาน สวรรค์ไยพรากเร็วเกินไปนัก

พระองค์ภา ทรงเป็นเจ้าฟ้าหญิงพระองค์แรกในราชวงศ์จักรี ที่จบด้าน กฎหมาย ปริญญาตรี นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ปริญญาโทและปริญญาเอก จากคอร์แนล มหาวิทยาลัยระดับไอวี่ ท็อปเทน สหรัฐอเมริกา ทรงรับราชการเป็นเอกอัครราชทูตที่ออสเตรีย เป็นอัยการ เป็นทหาร ทรงขี่ม้า  ดีดจะเข้เก่ง ทรงแข่งไตรกีฬา ต้องวิ่ง ว่ายน้ำ ปีนเขา ทรงเป็นประธานมูลนิธิ เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก และอีกหลาย ๆ มูลนิธิ

ยิ่งติดตามบทสัมภาษณ์ไม่ว่าจาก พระสหาย ผู้ร่วมงาน หรือ ผู้เคยได้รับเสด็จในโอกาสต่าง ๆ ยิ่งยืนยันตัวตนของพระองค์ว่า ทรงเป็นเจ้าฟ้าที่เรียบง่าย สุภาพ ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ถือพระองค์ มีเมตตาสูง ทรงอึด ทน แม้พระวรกายจะเล็กบอบบาง แต่กลับทำภารกิจมากมายจนแทบไม่น่าเชื่อ ทรงเป็นพระธิดาองค์โต เป็นพี่ที่โอบกอดพระขนิษฐาและพระอนุชา เป็นความหวังของประเทศชาติและราชวงศ์จักรี

เพื่อนรุ่นพี่ โรงเรียนราชินี โพสต์ว่า พระองค์ภาอยากเสวยหมูปิ้งหน้าโรงเรียนมาก แต่รุ่นพี่ไม่กล้าถวาย เพราะเป็นแค่หมูปิ้งรถเข็น พลันพระองค์ให้ผู้ติดตามไปซื้อเป็นถุงมาแจกกัน ตรัสว่า ทีนี้เราก็กินเหมือนกันละ ร้านเดียวกัน สะอาดเหมือนกัน … เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวโบราณ ที่พิษณุโลก เล่าว่า มีเจ้าหน้าที่เอาโต๊ะเก้าอี้มาจัดที่ร้านใหม่ แต่เมื่อพระองค์เสด็จมา ทรงรู้ทันทีว่า ไม่ใช่แบบเดิม มีจัดฉาก ทรงบอกเจ้าหน้าที่ว่า ทีหลังอย่าทำอีก ไม่อยากให้ใครเดือดร้อน ใด ๆ ทรงให้ลูกค้าคนอื่น ๆ นั่งกินก๋วยเตี๋ยวในร้านได้ตามปกติ ทรงโปรดบะหมี่ต้มยำ แบบเผ็ดมาก  

บทสัมภาษณ์ตอนอยู่ชั้นประถมกับ นิรุตติ์ ศิริจรรยา ทรงช่างสังเกตนัก ตรัสเล่าว่า นั่งรถกลับจากโรงเรียนรถติด เห็นท้ายรถบรรทุก เลยจดใส่สมุด ใด ๆ ในโลกล้วนอนิจจัง แม้แต่เปาบุ้นจิ้นยังกลายเป็นผงซักฟอก ฟังแล้วต้องอมยิ้ม ในหนังสือแพรว ปี 2544…ทรงตอบเรื่องความทุกข์ว่า…ก็มีสิคะ เราก็เหมือนคนธรรมดาคนหนึ่ง เรื่องส่วนตัวของเราจะให้มันเพอร์เฟกต์ไปตลอดเวลา คงเป็นไปไม่ได้ คนเราย่อมมีความทุกข์แตกต่างกันไป และไม่ใช่เรื่องของเราที่จะไปแสดงความทุกข์ให้ใครคนอื่นเห็น แสดงก็จะยิ่งทุกข์จริงจังทรงโตเกินวัย เข้าถึงสัจธรรมแห่งชีวิต

อดีตนางสาวไทย ปนัดดา วงศ์ผู้ดี แห่งองค์กรทำดีช่วยผู้หญิงคนหนึ่งถูกผู้มีอิทธิพลข่มขืน ทำร้ายร่างกาย ลูกตายต่อหน้า ผู้ร้ายตามราวี จนต้องเปลี่ยนถึง 3 โรงพยาบาล ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้ว ที่สุด ทำฎีกาถวาย พระองค์ภา ท่านสั่งให้รื้อคดีใหม่ ที่สุดจับคนร้ายมาลงโทษได้ สมกับที่ทรงเป็นนักกฎหมาย   เสรีภาพต้องมีความยุติธรรม

ในฐานะที่พระองค์ทรงศึกษาที่โรงเรียนราชินี ตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยมต้น 13 ปีที่ทรงใช้ชีวิตช่วงวัยเด็กจนเข้าสู่วัยรุ่น ณ ที่แห่งนี้อย่างมีความสุข เบิกบานพระทัย จึงขอนำเพลง พิกุลแก้ว เพลงประจำโรงเรียน ประพันธ์โดย หม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา ท่านอาจารย์ใหญ่ ทำนองโดย รุ่นน้องที่รักและสนิทกัน แอ้ม ครูสุชาดา เลิศประไพ แอ้มป่วยเป็นสโตรกก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้ดีขึ้น
เป็นลำดับ มาลง เพื่อร่วมน้อมส่งเสด็จ เจ้าฟ้าหญิงผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย สู่สวรรคาลัย เป็นเพลงที่พระองค์ทรงขับร้องได้ไพเราะ ถูกทั้งทำนองและเนื้อร้อง ตั้งแต่อยู่ประถมต้น แสดงว่า ทรงเก่งมาก ๆ

ตัวเธอ สิดอกหนึ่ง ณ อุทยานราชินี ส่งกลิ่นและทรงศรี วิลาสล้ำ สำอางสม  แม้ว่าถึงคราวชรา จะงามซา อย่าปรารมภ์ พึงรักษ์ อุดมฉม สนิทกาย ตราบวายปราณ เฉกเช่นพิกุลแก้ว ผลิแห้งแล้ว ยังหอมนาน ไปทิ้งสุคนธ์ธาร บังเกิดการระเหยหาย  เชิดชื่อ ผกาพันธุ์ นิรันดร์อยู่ มิรู้วาย เชิดเกียรติ กำจรจาย ระบายบ่ง ถึงสวนขวัญ

ลาแล้วพิกุลแก้ว ทรงสถิตในดวงใจไทยตราบนิรันดร์.

ดาวประกายพรึก

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่