สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ว่า ข้อมูลของบริษัทเคปเลอร์ ซึ่งคอยติดตามการเดินเรือพาณิชย์ในน่านน้ำสากล ระบุว่า มีเรือบรรทุกสินค้าเพียง 3 ลำ เดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นจำนวนต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. ปีนี้


ทั้งนี้ เรือทั้งสามลำใช้เส้นทางเลียบชายฝั่งอิหร่าน แต่ต้องมาหยุดอยู่บริเวณอ่าวโอมาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กองทัพสหรัฐกำลังปิดล้อม ขณะที่ข้อมูลของแอลเอสอีจี ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมัน “อาโรเลีย” ซึ่งบรรทุกน้ำมันเตาจากอิรักสำหรับเติมเชื้อเพลิงให้เรือในทะเล เปลี่ยนเส้นทางกลับเข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย หลังออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง


อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลของเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ หรือซูเปอร์แทงเกอร์สองลำ กลับมาปรากฏในระบบติดตามเรืออัตโนมัติ (เอไอเอส) นอกช่องแคบฮอร์มุซ โดยแต่ละลำบรรทุกน้ำมันดิบประมาณ 2 ล้านบาร์เรล ได้แก่ เรือ “โคลอมเบีย พรอสเพอริตี” ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบีย มุ่งหน้าไปยังจังหวัดโอกินาวาของญี่ปุ่น และเรือ “คอสตาริกา พรอสเพอริตี” ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบจากอิรัก มุ่งหน้าไปยังตุรกี


เมื่อวันพุธที่ผ่านมา มีเรือพาณิชย์เพียง 11 ลำ เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยช่วงก่อนเกิดสงคราม ซึ่งสถิติอยู่ที่ 125 ลำต่อวัน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS