และแล้วก็มาถึงช่วงเวลาสำคัญของความเป็นไปของกรุงเทพฯ กับการ “เลือกตั้งใหญ่ครั้งใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯ” เลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภา กทม. หรือ สก. 50 เขต 50 คน ที่วันเลือกตั้งคือ 28 มิ.ย. 2569…
เลือกตั้งดังกล่าวนี้ เกี่ยวพันความเป็นอยู่ของประชาชนไม่เพียงผู้มีทะเบียนบ้านในพื้นที่กรุงเทพฯ หากแต่ยังรวมถึงประชาชนที่มีทะเบียนบ้านในพื้นที่อื่นแต่ใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ…ซึ่งก็ย่อมมีผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชนที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในกรุงเทพฯ ด้วย ดังที่คอลัมน์ “พิสัยไกร” เคยสะท้อนไปแล้ว และก็ขอบอกว่า…
“หน้าที่ของผู้มีหน้าที่” ละเลยไม่ได้!!
ประเด็น “หน้าที่” นี่ ณ ที่นี้ก็ขอชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งดูสักหน่อย ซึ่งหน้าที่ผู้ชนะเลือกตั้งในส่วนของ กทม. นั้นส่วนใหญ่ก็คงโฟกัสกันที่หน้าที่ผู้ว่าฯ กทม. ที่เป็นฝ่ายบริหาร ขณะที่ “หน้าที่ สก.” นี่ก็มิใช่ว่าไม่จำเป็นต้องโฟกัส
“หน้าที่ของผู้ที่เป็น สก.“ ก็น่าโฟกัส
จากข้อมูลเผยแพร่ในฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า เกี่ยวกับสภา กทม. และ สก. โดยสังเขปมีว่า… สภา กทม. มีสมาชิกสภา หรือ สก. มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี โดยสภา กทม. เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เกี่ยวกับกิจการในอำนาจหน้าที่ กทม. ซึ่งกฎหมายกำหนดให้สภา กทม. มีหน้าที่ดังนี้…
เสนอและพิจารณาให้ความเห็นชอบในการตราข้อบัญญัติ กทม., พิจารณาและให้ความเห็นชอบในร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งเรื่องงบประมาณนี้เป็นการพิจารณางบทุกหน่วยงานที่ฝ่ายบริหาร กทม. ตั้งมา ว่ามีเหตุผลเหมาะสมหรือไม่อย่างไร และจะเพิ่มหรือลดให้เป็นไปตามกระบวนการของการออกข้อบัญญัติ
นอกจากนี้ สภา กทม. ที่สมาชิกสภา คือ สก. ยัง มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบในกิจการที่มีกฎหมายบัญญัติให้ต้องขอความเห็นชอบจากสภา หรือต้องรายงานให้สภาทราบ, มีอำนาจในการอนุมัติ, มีอำนาจในการวินิจฉัย กรณีต่าง ๆ…โดย 3 ส่วนที่ว่ามานี้รวม ๆ แล้วก็ 15 กรณี …ซึ่งขอไม่ลงรายละเอียด
ที่คอลัมน์ “พิสัยไกร” อยากชี้เน้น ณ ที่นี้คือ…หน้าที่สภา กทม.-สก. ก็ ต้องร่วมกับฝ่ายบริหารแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และก็ มีอำนาจหน้าที่ควบคุมการบริหารงานของฝ่ายบริหาร ซึ่งมีวิธี 4 ประการ คือ… โดยการเป็นกรรมการสภา ซึ่งมีอำนาจกระทำกิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ในอำนาจหน้าที่ กทม. ได้ แล้วรายงานสภา กทม. ถ้าสภาเห็นชอบรายงานนั้น ประธานสภา ก็จะส่งเรื่องให้ฝ่ายบริหารดำเนินการตามมติสภา
อีก 3 ประการคือ… โดยเสนอญัตติ ให้ กทม. ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามอำนาจหน้าที่ กทม. ซึ่งหากที่ประชุมสภา กทม. เห็นชอบญัตติของ สก. ก็จะมีการส่งญัตตินั้นให้ฝ่ายบริหาร ผู้ว่าฯ กทม. เพื่อดำเนินการ, โดยตั้งกระทู้ถาม ผู้ว่าฯ กทม. เกี่ยวกับงานในหน้าที่ กทม., โดยเปิดอภิปราย ซึ่งทำได้โดย สก. ไม่น้อยกว่า 2 ใน 5 เข้าชื่อเสนอญัตติเปิดอภิปราย ให้ผู้ว่าฯ กทม. แถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความเห็นในปัญหาการบริหารราชการได้ …หน้าที่ส่วนนี้ก็น่าโฟกัส
“หน้าที่ สก. น่าพินิจ” …เมื่อมีเลือกตั้ง สก. “น่าพินิจว่าบรรดาผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้นใครมีวิสัยทัศน์ตระหนักในหน้าที่ สก. แค่ไหน?”… นี่ย่อมจะ “เป็นอีกปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจใช้สิทธิเลือกตั้ง”.
‘ไกรเลิศ’



