เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่รัฐสภา ในการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของกระทรวงวัฒนธรรม นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ อภิปรายตั้งคำถามถึงบทบาทของกระทรวงวัฒนธรรมในการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของไทย หลังเกิดกรณีต่างชาติอ้างสิทธิหรืออ้างความเป็นเจ้าของวัฒนธรรมไทย สร้างความกังวลให้กับประชาชน

นายคริส ได้แสดงความห่วงใยเรื่องวัฒนธรรมไทยที่มักถูกต่างชาติแอบอ้างสิทธิหรือถูกเคลม โดยกล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนกังวลต่อปัญหาการยึดครองทางวัฒนธรรม (Cultural Appropriation) โดยยกตัวอย่างกรณีอินฟลูเอนเซอร์ชาวลาวอ้างว่า “ข้าวเหนียวมะม่วง” เป็นของประเทศลาว รวมถึงกรณี “กุนแขมร์” ที่มีการอ้างว่าเป็นต้นกำเนิดของมวยไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยรู้สึกหวงแหนและภาคภูมิใจ ยิ่งคนพูดเยอะขึ้นเรื่อย ๆ มันก็จะถูกกลืนกินไปมากขึ้นเท่านั้น จึงขอให้กระทรวงวัฒนธรรมตื่นตัวกับเรื่องนี้อย่างจริงจังและควรมีนโยบายป้องกันต่างชาติ  

“ในเรื่องนี้ของกระทรวงวัฒนธรรม เรามีบทบาทเรื่องนี้หรือไม่ จริง ๆ ผมว่าเป็นบทบาทของกระทรวงท่านโดยตรง แต่ว่าผมไม่แน่ใจว่าส่วนราชการ ส่วนที่จะเข้าไปช่วยให้ประเทศไทยบอกกับชาวโลกได้ว่าอันนี้เป็นของเรา อันนี้มันต้องทำอย่างไร จะต้องไปจดลิขสิทธิ์ ต้องไปจด Patent ต้องไปจด Trademark หรือต้องไปจดอะไรหรือไม่ หรือว่าความเป็นจริงแล้วมันต้องช่วยกันโปรโมต ส่งเสริมให้มากขึ้น เพื่อให้เขารู้ว่าอันนี้มันเป็นเรื่องของเราแน่ ๆ” นายคริส กล่าว

นายคริส ยังตั้งคำถามถึงงบประมาณสนับสนุนการผลิตภาพยนตร์และซีรีส์ โดยขอให้กระทรวงชี้แจงว่าในปีที่ผ่านมา ได้สนับสนุนผู้ผลิตรายใด ใช้หลักเกณฑ์ใด มีผลงานใดได้รับการสนับสนุนบ้าง และสำเร็จหรือสร้างผลตอบแทนต่อประเทศมากน้อยเพียงใด งบประมาณ 100 ล้านบาท ภายใต้โครงการ “Digital Content” ของต่างชาติ ว่าสนับสนุนหน่วยงานหรือแพลตฟอร์มใด เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างโปร่งใส และไม่เกิดข้อครหาว่าเอื้อประโยชน์แก่บุคคลหรือกลุ่มใด

นายคริส กล่าวว่า นอกจากนี้ยังฝากข้อสังเกตต่อโครงการ “Colors of Thai Thai” ที่ได้รับงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท โดยขอให้กระทรวงชี้แจงตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) และวิธีการประเมินผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้งบประมาณด้านวัฒนธรรมสามารถสร้างผลลัพธ์ที่คุ้มค่า และนำไปสู่การพัฒนานโยบายในอนาคต

ในส่วนของกรมศิลปากร สส.คริส ยังสอบถามถึงแผนบูรณะ “ปราสาทตาควาย” หลังได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดน โดยระบุว่าเป็นโบราณสถานสำคัญที่ประชาชนหวงแหน แม้กรมศิลปากรยืนยันว่าสามารถบูรณะให้กลับมาสมบูรณ์ได้ แต่ต้องการทราบว่ามีการเตรียมงบประมาณและแผนดำเนินงานไว้อย่างไร เพื่อให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ขณะที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ชี้แจงเงินสนับสนุนการผลิตภาพยนตร์และซีรีส์ ยืนยันหลักเกณฑ์โปร่งใส มีคณะกรรมการพิจารณา กลั่นกรอง และมีคณะกรรมการจัดสรร พิจารณาตามระเบียบราชการ ส่วนหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้รับเงินอุดหนุน ผู้กำกับต้องมีผลงานมาก่อน ตอนผลิตต้องมีบทแล้ว หลังการผลิตต้องถ่ายทำเสร็จสิ้น ต้องเป็นนิติบุคคลหรือสถาบันอุดมศึกษาและไม่ขัดต่อกฎหมาย ผลสัมฤทธิ์ในการทำงานของกรมส่งเสริมวัฒนธรรมปี 2568 มี 88 โครงการ และปี 2569 มี 59 โครงการ ส่งเสริมผู้ประกอบการภาพยนตร์ทั้งรายใหญ่และรายย่อย

ส่วนประเด็นเรื่องการบูรณะปราสาทตาควาย นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า จากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนในปัจจุบัน กรมศิลปากรไม่นิ่งนอนใจ มีการสำรวจและขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ปัจจุบันมีโบราณสถานกว่า 30 แห่ง และกำลังจัดลำดับว่าจะบูรณะที่ใดก่อน-หลัง ยืนยันว่า สำหรับกรณีปราสาทตาควาย จะได้รับการบูรณะอย่างแน่นอนในเดือน ต.ค. พร้อมย้ำว่า กรมศิลปากรให้ความสำคัญกับโบราณสถานตามแนวชายแดนเป็นลำดับแรก

“การบูรณะเป็นหน้าที่หลักของกรมศิลปากร ใครป่วยหนักก็ต้องรักษาก่อน พร้อมเมื่อไหร่ก็รักษาทันที แต่เป็นไปได้ยากที่จะซ่อมแซมได้ทั้งหมด” อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว