เมื่อวันที่ 27 ก.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน เพื่อติดตามความก้าวหน้า พร้อมทั้งเร่งรัดการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย ทั้งระยะ (เฟส) ที่ 1 และการเตรียมความพร้อมเฟสที่ 2 รวมถึงการเชื่อมโยงระบบรถไฟระหว่างไทย สปป.ลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้เป็นโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมโยงภูมิภาคอย่างไร้รอยต่อ รองรับการเดินทาง การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในอนาคต

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการฯ เฟสที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 250.77 กิโลเมตร (กม.) วงเงินลงทุน 179,412.21 ล้านบาท มี 14 สัญญา มีสถานี 6 แห่ง ภาพรวมการก่อสร้างมีความก้าวหน้า 55.27% ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ 2 สัญญา อยู่ระหว่างก่อสร้าง 10 สัญญา และอยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้างอีก 2 สัญญา ในส่วนของงานที่มีความก้าวหน้าใกล้แล้วเสร็จ ได้แก่ สัญญา 3-2 งานอุโมงค์มวกเหล็ก และลำตะคอง และสัญญา 3-4 งานช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด ขณะที่สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง และสัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว อยู่ระหว่างการเร่งรัดขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้สามารถลงนามสัญญา และเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้โดยเร็ว จากความคืบหน้าดังกล่าว กระทรวงคมนาคมตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ในปี 2573

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ส่วนโครงการฯ เฟสที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 357.12 กม. วงเงินลงทุน 341,351.42 ล้านบาท มีสถานี 5 แห่ง ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) และราคากลางสำหรับงานก่อสร้าง และงานควบคุมงาน ควบคู่ไปกับการดำเนินการด้านการเวนคืนที่ดิน โดยมีแผนประกาศประกวดราคางานโยธา 8 สัญญาภายในเดือน ธ.ค. 2569 โดยตั้งเป้าหมายเริ่มก่อสร้างในปี 2570 และก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2574

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังได้รับทราบแนวทางการดำเนินงานสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง โดยให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างงานโยธา รวมถึงได้รับทราบรูปแบบสี และลวดลายของขบวนรถไฟที่จัดทำโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะทางวิศวกรรมและพัฒนากระบวนการผลิตในประเทศ