เกี่ยวกับ “กรณีศึกษาโอทอปภาคกลาง” ที่สร้าง “ธุรกิจชุมชน” ให้กลายเป็น “โมเดลธุรกิจออนไลน์” เป็นบทวิเคราะห์ที่ทาง ติ๊กต็อกซ้อปไทยแลนด์ ได้จัดทำขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการคนอื่น ๆ นำไปใช้เป็นแนวทาง โดยบทวิเคราะห์นี้ระบุว่า ผู้ประกอบการโอทอปภาคกลาง กำลังสร้างโมเดลธุรกิจชุมชนขึ้นใหม่ โดยมีจุดเด่นที่การผสานจุดแข็งของ “เอกลักษณ์ท้องถิ่น” เข้ากับ “พลังของแพลตฟอร์ม” ส่งผลให้สินค้าโอทอปภาคกลางมีตัวเลขที่เติบโตถึง 110% จากปี 2023 ถึง 2025 ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากการที่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่เข้าใจว่าอะไรคือจุดแข็งสินค้าที่สามารถสร้างรายได้ และนำเครื่องมือดิจิทัลมาทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงของดีได้แบบไร้ขีดจำกัด
และนอกจากนั้น บทวิเคราะห์นี้ยังชี้ว่า อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้สินค้าโอทอปภาคกลางโดดเด่น คือ ความหลากหลายของสินค้า ที่มีตั้งแต่เครื่องดื่มสุขภาพพรีเมียม ไปจนถึงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน ซึ่งสะท้อนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน เข้าใจตลาด และพร้อมสู้ในตลาดอีคอมเมิร์ซ

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โอทอปภาคกลางเติบโตในตลาดที่กำลังแข่งขันเข้มข้นก็คือ “ยุทธวิธีการไลฟ์สด” ที่เป็น Game Changer ให้ผู้ประกอบการโอทอปภาคกลาง ที่สามารถสร้าง engagement และฐานแฟนคลับของแบรนด์ในระยะยาว โดยข้อมูลปี 2568 เผยสิ่งที่น่าทึ่งว่า ผู้ขายที่ไลฟ์สดมียอดคำสั่งซื้อเฉลี่ยต่อวันสูงกว่าผู้ขายที่ไม่ได้ไลฟ์สด และอีกสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญคือ การไลฟ์สดทำให้สินค้าที่ต้องการคำอธิบายบางประเภท เช่น เครื่องหนังทำมือจากช่างฝีมือ สื่อสารคุณค่าในกระบวนการผลิตได้อย่างชัดเจน จึงทำให้ลูกค้ามั่นใจที่จะจ่าย
ทั้งนี้ ข้อมูลปี 2568 พบว่า สินค้าหมวดหมู่ที่ผู้ขายไลฟ์มากที่สุดคือ อาหาร-เครื่องดื่ม รองลงมา ได้แก่ สินค้าแฟชั่น สิ่งทอ ซึ่งเป็นสินค้าที่ลูกค้าต้องการเห็นรายละเอียด และต้องการรู้เรื่องราวแหล่งที่มา และนี่เป็นบทวิเคราะห์กับข้อมูลน่าสนใจของตลาดอีคอมเมิร์ซ์ไทย ที่มี “ธุรกิจโอทอปภาคกลาง” เป็นโมเดลให้ถอดบทเรียน ซึ่งน่าที่เอสเอ็มอีอื่น ๆ จะศึกษาปรับใช้ได้.
ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ [email protected]



