เศรษฐกิจของอินเดีย ขับเคลื่อนด้วยภาคส่วนการบริการขนาดใหญ่มาเป็นเวลานานหลายปี ซึ่งมีผู้คนนับล้านทำงานเบื้องหลังต้นทุนต่ำ ซึ่งให้คำปรึกษาแก่บริษัทต่าง ๆ โดยส่วนใหญ่เป็นบริษัทชาติตะวันตก


แต่ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา คนงานกลุ่มนี้ถูกแทนที่ด้วยศูนย์กลางที่ช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงบุคลากรที่มีความสามารถ และเทคโนโลยีระดับสูง ซึ่งพนักงานออฟฟิศจะทำหน้าที่ต่าง ๆ ตั้งแต่งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงนวัตกรรมและการออกแบบ


ปัจจุบัน ศูนย์เหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่สุดของเศรษฐกิจที่ร้อนแรงของอินเดีย แต่ถึงอย่างนั้น ทุกคนไม่สามารถเพลิดเพลินกับช่วงเวลาแห่งความเฟื่องฟู เนื่องจากโอกาสยังคงไม่สม่ำเสมอ


รัฐบาลนิวเดลีระบุว่า อินเดียในตอนนี้มีวิศวกรออกแบบชิปในสัดส่วนประมาณ 20% ของโลก โดยได้รับความช่วยเหลือจากการจ้างงานของบริษัทหลายแห่ง ซึ่งสิ่งนี้กระตุ้นการเติบโตของภาคส่วนการบริการ และช่วยให้อินเดียเป็นประเทศเศรษฐกิจหลักที่เติบโตเร็วที่สุด นับตั้งแต่ปี 2564


การเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วเช่นนี้ ส่งผลให้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย ประกาศเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้วว่า อินเดียแซงหน้าญี่ปุ่นขึ้นเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับสี่ของโลก แต่ตัวเลขในเดือนที่แล้วบ่งชี้ว่า การประกาศดังกล่าวถือว่า “เร็วเกินไป” และการแซงหน้าไม่น่าจะเกิดขึ้นอย่างน้อยอีกหนึ่งปี


กระนั้น บรรดานักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงในท้ายที่สุดจะเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ เพราะในช่วงเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับสองของโลก และอินเดียยังคงพยายามยกเลิกระบบเศรษฐกิจแบบกึ่งสังคมนิยม


ด้านนายธิราช นิม นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัย “เอเอ็นแซด รีเสิร์ช” กล่าวว่า ความสำเร็จของอินเดียไม่สามารถมองข้ามได้ พร้อมกับชี้ให้เห็นว่า หลายประเทศไม่สามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสที่คล้ายคลึงกัน หรือสูญเสียโอกาสเหล่านั้นไป เมื่อเผชิญกับภาวะชะงักงันระดับโลก และนโยบายที่ไม่รอบคอบ


อนึ่ง การเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วกว่าประเทศอื่น ๆ ในโลก ช่วยเปลี่ยนแปลงอินเดีย เช่น ความยากจนลดลง และรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ จนทำให้อินเดียมีประชากรในชนชั้นกลางประมาณมากกว่า 300 ล้านคน


อย่างไรก็ตาม ผู้สันทัดกรณีหลายคนเตือนว่า ผลประโยชน์จากการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ยังคงไม่สม่ำเสมออย่างมาก โดยคนหนุ่มสาวชาวอินเดียจำนวนมาก ยังตามหลังความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งประชากรอินเดียเกือบครึ่งหนึ่ง ยังคงพึ่งพาเกษตรกรรมเพื่อการดำรงชีพ


แนวโน้มข้างต้นทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ต่อหัวของอินเดีย ต่ำกว่าประเทศเศรษฐกิจหลักอื่น ๆ อย่างมาก โดยต่ำกว่าญี่ปุ่น 12 เท่า และต่ำกว่าเยอรมนีถึง 20 เท่า


แม้นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่กล่าวว่า อินเดียต้องการการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง 8% ต่อปี เป็นเวลา 20 ปี จึงจะกลายเป็นประเทศที่มีรายได้สูง แต่พวกเขาเตือนว่า ในระยะสั้น ความสำคัญอันดับแรกคือ การสร้างงานที่มีคุณภาพสำหรับผู้คนหลายล้านคน ที่เข้าสู่ตลาดแรงงานในแต่ละปี.


เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP