หากมองเพียงผิวเผิน เอลิซาเบธ คาร์ ก็ดูเหมือนผู้หญิงวัย 44 ปีทั่วไป แต่ในหน้าประวัติศาสตร์การแพทย์ เธอคือบุคคลสำคัญระดับตำนานในฐานะ “ทารกคนแรกของสหรัฐอเมริกาที่เกิดจากวิธีการทำเด็กหลอดแก้ว”

การทำเด็กหลอดแก้ว (In-Vitro Fertilization) หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า ไอวีเอฟ (IVF)  เป็นเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์รูปแบบหนึ่ง หลักการคือนำเซลล์ไข่ของผู้หญิงและอสุจิของผู้ชายออกมาทำให้เกิดการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย ซึ่งเป็นกระบวนการในห้องปฏิบัติการ จนกระทั่งเกิดเป็นตัวอ่อน แล้วจึงย้ายตัวอ่อนนั้นกลับเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อให้เกิดการฝังตัวและตั้งครรภ์ตามปกติต่อไป

“ฉันรู้สึกเหมือนเป็นพี่สาวคนโตของเด็กๆ อีกหลายล้านคนทั่วโลก” คาร์ ซึ่งปัจจุบันทำงานด้านประชาสัมพันธ์และนักรณรงค์ในบอสตันกล่าว 

คาร์ เกิดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ค.ศ. 1981 ซึ่งในตอนนั้น การทำไอวีเอฟยังไม่เคยประสบความสำเร็จมาก่อนเลยในสหรัฐ ความจริงแล้ว จูดิธ และ โรเจอร์ คาร์ พ่อแม่ของเธอไม่ได้มีปัญหาว่ามีบุตรยาก ปัญหาคือแม่ไม่สามารถรักษาประคองครรภ์ให้ครบกำหนดได้ จูดิธเคยประสบภาวะท้องนอกมดลูกถึง 3 ครั้ง จนท่อนำไข่ฉีกขาดและเสียเลือดภายในอย่างรุนแรง

ในระหว่างพักฟื้นจากการผ่าตัด สูตินรีแพทย์ของเธอได้แนะนำโอกาสสุดท้ายให้ โดยกล่าวว่า “ผมเพิ่งกลับจากประชุมและได้ยินวิธีการที่เรียกว่าไอวีเอฟ มีทีมแพทย์สามีภรรยาคู่หนึ่งกำลังเปิดคลินิกที่นอร์ฟอล์ก รัฐเวอร์จิเนีย และพวกเขากำลังอยากได้คนไข้ ผมว่าคุณควรลองสมัครดูนะ”

@encyclopaediabritannica

Meet Elizabeth Carr, the first IVF baby born in the United States. Although IVF with reimplantation of fertilized eggs had long been widely used in animal breeding, the first successful birth of a human child from IVF was carried out in England in 1978. The process successfully moved to the United States in 1981. #womenshistorymonth #ivf

♬ original sound – Encyclopaedia Britannica

ในยุคนั้น การทำไอวีเอฟยังเป็นเรื่องผิดกฎหมายในรัฐแมสซาชูเซตส์ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ทั้งคู่จึงต้องเดินทางไปรัฐเวอร์จิเนียเพื่อรับการรักษากับ ดร.โฮเวิร์ด และ จอร์เจียนา โจนส์ สองสามีภรรยาผู้บุกเบิกการแพทย์ด้านการเจริญพันธุ์ และเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น จูดิธก็ตั้งครรภ์ได้สำเร็จ

ทันทีที่ คาร์ ลืมตาดูโลก เธอและครอบครัวถูกห้อมล้อมด้วยสื่อมวลชน “ฉันออกงานแถลงข่าวครั้งแรกตอนอายุได้แค่ 3 วันเองค่ะ” คาร์เล่าปนหัวเราะ พ่อแม่ของเธอตัดสินใจเปิดเผยเรื่องนี้ต่อสาธารณะเพราะต้องการพิสูจน์ว่า “พวกเราก็แค่คู่รักธรรมดาที่อยากสร้างครอบครัว และลูกของพวกเราก็ปกติเหมือนเด็กคนอื่นๆ ทุกประการ”

จูดิธ และ โรเจอร์ คาร์ กับลูกสาวแรกเกิดของพวกเขาที่ได้จากการทำไอวีเอฟ

ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามพิสูจน์ว่าเป็นครอบครัวปกติแค่ไหน คาร์มักจะเจอคำถามที่ทำให้เธอหลุดขำเสมอ 

“คำถามที่ฉันโดนถามบ่อยที่สุดคือ ‘คุณมีสะดือไหม?'” คาร์กล่าว “คนส่วนใหญ่คิดว่าฉันถูกเลี้ยงให้โตขึ้นมาในหลอดทดลองหรือในห้องแล็บ!”

เธอต้องคอยอธิบายซ้ำๆ เพื่อแก้ความเข้าใจผิด รวมถึงคำเรียกที่ดูไม่รื่นหูอย่าง ‘เด็กหลอดแก้ว’ ว่า “เราไม่ได้ใช้หลอดทดลองค่ะ เราใช้จานเพาะเชื้อ การปฏิสนธิเกิดขึ้นในนั้น จากนั้นตัวอ่อนก็ถูกย้ายกลับเข้าไปในมดลูกของแม่ และอีก 9 เดือนต่อมา แม่ก็คลอดฉันออกมาเหมือนคนอื่นๆ ทั่วไป”

ปัจจุบัน การทำไอวีเอฟกลายเป็นอุตสาหกรรมระดับโลกที่มีมูลค่ามหาศาล และผู้ที่เข้ารับการทำไอวีเอฟไม่ได้มีแต่ผู้ที่มีบุตรยากเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทหารที่ต้องไปปฏิบัติหน้าที่และต้องการวางแผนครอบครัว แล้วยังมีผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องการเก็บรักษาไข่หรือสเปิร์มก่อนรับเคมีบำบัด และกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศที่ต้องการใช้เทคโนโลยีช่วยในการสร้างครอบครัว

“จากการนับครั้งล่าสุด มีพวกเราที่เป็น ‘เด็กหลอดแก้ว’ ราวๆ 12 ล้านคนทั่วโลก” คาร์กล่าวด้วยความตื้นตัน “มันทำให้ฉันรู้สึกภูมิใจมากจริงๆ”

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES