ไม่กี่ปีก่อน นายปีเตอร์ มาจาร์ นักการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยม เคยปรบมือให้กับสุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรีวิกเตอร์ ออร์บาน ผู้นำฮังการี จากที่นั่งแถวหน้า ก่อนที่ตัวเขาเองจะก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งคนสำคัญที่สุดของออร์บาน ซึ่งครองอำนาจมานาน 16 ปี


“พวกเขาเรียกผมว่า ‘ฝ่ายค้านตลอดกาล’ ภายในพรรคฟิเดสซ์ของออร์บาน” มาจาร์ กล่าวไม่นานหลังจากเขาเป็นที่รู้จักในปี 2567 ขณะที่รัฐบาลบูดาเปสต์เผชิญกับเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการอภัยโทษของประธานาธิบดี ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้สมรู้ร่วมคิดของผู้กระทำความผิดฐานทารุณกรรมเด็ก


กระทั่งเมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมา ชาวฮังการีตัดสินใจว่า มาจาร์จะไม่ใช่ฝ่ายค้านตลอดกาลอีกต่อไป โดยมอบชัยชนะอย่างเด็ดขาดให้กับพรรคทิสซาของเขา ในการเลือกตั้งทั่วไปของฮังการี ซึ่งมาจาร์กล่าวว่า ชัยชนะครั้งนี้ได้ “ปลดปล่อย” ประเทศ


บรรดาผู้นำยุโรปต่างแสดงความยินดีกับมาจาร์ และยกย่องสิ่งที่พวกเขาเห็นว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงจากแนวทางที่ไม่เป็นมิตรของออร์บาน ต่อสหภาพยุโรป (อียู)


มาจาร์ วัย 45 ปี เป็นผู้สื่อสารที่เก่งกาจ ทั้งบนสื่อสังคมออนไลน์และในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งเขาให้คำมั่นสัญญาว่าจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง โดยจะรื้อถอนระบบการเมืองของออร์บาน ขณะที่คนที่รู้จักมาจาร์เป็นการส่วนตัว กล่าวว่า เขาเป็นคนรักความสมบูรณ์แบบ มีอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย แต่จะขอโทษสำหรับข้อบกพร่องของตัวเอง


ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มาจาร์เดินทางไปทั่วฮังการีแทบไม่ขาดสาย โดยให้คำมั่นว่าจะปราบปรามการทุจริตและปรับปรุงบริการสาธารณะ ส่งผลให้พรรคทิสซา ซึ่งเป็นการผสมคำระหว่างคำว่า “เคารพ” และ “เสรีภาพ” ขึ้นสู่จุดสูงสุดของการสำรวจความคิดเห็น


สำหรับนโยบายต่างประเทศ มาจาร์ให้คำมั่นว่าจะทำให้ฮังการีเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือของอียูและองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ตลอดจนวิพากษ์วิจารณ์รัสเซีย ซึ่งแตกต่างจากออร์บานที่พยายามสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลมอสโก


กระนั้น มาจาร์มีมุมมองต่อต้านการอพยพที่เข้มงวดกว่าออร์บาน รวมถึงปฏิเสธการส่งอาวุธให้กับยูเครน และคัดค้านการรวมเข้ากับอียูอย่างรวดเร็ว แม้เขาไม่มีวาทกรรมที่ไม่เป็นมิตรต่อรัฐบาลเคียฟ เหมือนกับออร์บานก็ตาม


ด้านนายอันเดรย์ ซาเดคกี นักวิเคราะห์ชั้นนำจากศูนย์ศึกษาตะวันออก (โอเอสดับเบิลยู) ในกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ กล่าวว่า สถานะของมาจาร์ในฐานะอดีตคนวงในของรัฐบาลฮังการี มีส่วนทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว


“สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางคนที่เคยลงคะแนนเสียงให้กับพรรคฟิเดสซ์ มาจาร์ดูน่าเชื่อถือมากขึ้นเมื่อเขากล่าวว่า ระบบเน่าเฟะจากภายใน ซึ่งในแง่หนึ่ง มาจาร์ก็เหมือนกับออร์บานเมื่อ 20 ปีก่อน โดยปราศจากภาระ การทุจริต และความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอำนาจ” ซาเดคกี กล่าวเพิ่มเติม


ขณะที่ นางเวโรนิกา โคเวสดี ผู้สันทัดกรณีด้านสื่อ จากมหาวิทยาลัยอีแอลทีอี ในกรุงบูดาเปสต์ กล่าวว่า มาจาร์ถูกมองว่าเป็นคนที่กล้าหาญ มุ่งมั่น และเต็มใจรับความเสี่ยงส่วนบุคคล


นอกจากนี้ ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ของมาจาร์ ยังสร้างความประทับใจทางอารมณ์ให้กับผู้ติดตาม ทำให้เขามี “การเข้าถึงแบบธรรมชาติที่หาที่เปรียบไม่ได้” และผู้สนับสนุนจำนวนมากมองเขาเป็น “วีรบุรุษที่ต่อสู้เพื่อพวกเขาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย”.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : REUTERS