โรคงูสวัด คืออะไร? โรคงูสวัดเกิดจากเชื้อเดียวกับอีสุกอีใส หลังจากหายแล้ว เชื้อจะซ่อนอยู่ในร่างกาย และอาจกลับมาเป็นอีกครั้งเมื่อภูมิคุ้มกันลดลง โดยมีลักษณะอาการคือ ตุ่มน้ำใสขึ้นเป็นแนวตามลำตัวหรือใบหน้า มักขึ้นข้างเดียว ปวดแสบปวดร้อนค่อนข้างมาก และโรคงูสวัดไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคเริม คืออะไร? เริมเกิดจากไวรัสอีกชนิดหนึ่ง มีได้ 2 ตำแหน่งที่พบบ่อย เริมที่ปากตุ่มน้ำใสท่ีริมฝีปาก เริมที่อวัยวะเพศ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ลักษณะอาการคือตุ่มน้ำใสเป็นกลุ่มแตกเป็นแผลตื้น ๆ แสบเจ็บ และมักกลับมาเป็นซ้ำได้

ทำไมชื่อถึงต่างกัน ทั้งที่ดูคล้ายกัน? ภาษาไทยแยกคำชัดเจน “งูสวัด” ใช้เรียกโรคที่ขึ้นตามลำตัว ส่วน “เริม” ใช้เรียกโรคที่ปากหรืออวัยวะเพศ แม้ทั้งสองโรคจะอยู่ในกลุ่มไวรัสใกล้เคียงกันแต่เป็นคนละชนิดของเชื้อจึงต้องแยกกันทั้งชื่อ อาการ และการป้องกัน

วัคซีนงูสวัด ป้องกันเริมได้หรือไม่? คำตอบคือ ไม่ได้ วัคซีนงูสวัดใช้ป้องกันงูสวัดเท่านั้น ไม่สามารถป้องกันเริมที่ปากหรืออวัยวะเพศได้ แล้วถ้ากังวลเรื่องโรคทางเพศสัมพันธ์ ควรป้องกันอย่างไร? ในความเป็นจริง มีวัคซีนที่เกี่ยวข้องกับโรคทางเพศสัมพันธ์โดยตรง คือ วัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี (HPV) เชื้อนี้เป็นสาเหตุสำคัญของ มะเร็งปากมดลูก หูดหงอนไก่ และมะเร็งบางชนิด ในอวัยวะเพศ

วัคซีนเอชพีวี จึงเป็นวัคซีนที่ช่วยป้องกันมะเร็งและโรคจากเพศสัมพันธ์ได้จริง สามารถฉีดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายและยิ่งฉีดก่อนมีเพศสัมพันธ์ ยิ่งได้ประโยชน์สูง แล้วใครควรฉีดวัคซีนงูสวัด? วัคซีนนี้มีประโยชน์มากในกลุ่มผู้ที่มีอายุมาก ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ที่ต้องการลดความรุนแรงของโรค แต่สำหรับคนอายุน้อย สุขภาพแข็งแรง ยังไม่จำเป็นต้องฉีดเป็นประจำ

ประเด็นสำคัญที่อยากฝาก ในปัจจุบันมีการพูดถึงวัคซีนงูสวัดอย่างมาก จนทำให้มีความต้องการฉีดเพิ่มขึ้น และบางช่วงเริ่มเกิดภาวะขาดแคลน การฉีดวัคซีนควรพิจารณาจาก “ความจำเป็น” ไม่ใช่จาก “ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน”

สรุป งูสวัด และ เริม เป็นคนละโรค มีลักษณะคล้ายกันคือเป็นตุ่มน้ำใส เริมที่อวัยวะเพศเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ วัคซีนงูสวัด ไม่สามารถป้องกันเริมได้ วัคซีนที่เกี่ยวกับโรคทางเพศสัมพันธ์โดยตรง คือ วัคซีน HPV

ปิดท้าย ในยุคที่ข้อมูลสุขภาพหาได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว สิ่งที่ยากกว่าการเข้าถึงข้อมูล คือ การเข้าใจข้อมูลให้ถูกต้อง วัคซีนไม่ใช่สิ่งที่ต้องฉีดให้ครบทุกชนิด แต่คือสิ่งที่ควรเลือก ให้ตรงกับความเสี่ยงของตัวเอง เพราะการป้องกันที่ดีที่สุดไม่ใช่การป้องกันทุกอย่าง แต่คือ การป้องกันให้ถูกเรื่อง…ตั้งแต่แรก.

ศ.เกียรติคุณ น.ท.ดร.นพ.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล
รพ.รามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล