นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ผู้นำอิตาลีฝ่ายขวาจัด ได้รับคำตำหนิอย่างรุนแรงจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และระงับข้อตกลงด้านกลาโหมกับอิสราเอล ซึ่งบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์กับต่างประเทศของเธอ


เมโลนีเป็นผู้นำยุโรปเพียงคนเดียว ที่เข้าร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของทรัมป์ในปี 2568 และพยายามวางตัวเองเป็นสะพานเชื่อมระหว่างยุโรปกับรัฐบาลวอชิงตัน แต่ในขณะที่ความสัมพันธ์กับอิสราเอลตึงเครียดอยู่แล้วจากสงครามในฉนวนกาซา ความสัมพันธ์กับรัฐบาลวอชิงตันก็ตึงเครียดมากขึ้น นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน และจุดชนวนสงครามในตะวันออกกลาง


อิตาลี ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ และปฏิเสธที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสงคราม โดยเข้าข้างพันธมิตรในยุโรป


คำวิจารณ์ที่รุนแรงของทรัมป์ เกี่ยวกับถ้อยคำต่อต้านสงครามที่เพิ่มขึ้นของสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ก็ทำให้เกิดความขัดแย้งอย่างมาก โดยหลังจากเมโลนีออกแถลงการณ์สนับสนุนสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 เธอก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นในเวลาต่อมา ซึ่งเมโลนีกล่าวว่า คำพูดของผู้นำสหรัฐนั้น “ยอมรับไม่ได้”


นอกจากนี้ เมโลนียังกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างอิตาลีกับอิสราเอลและสหรัฐ โดยระบุว่าพันธมิตรควรมีความตรงไปตรงมาต่อกัน
“เมื่อเราไม่เห็นด้วย และฉันมักจะไม่เห็นด้วย เราก็ต้องพูดออกมา และดำเนินการตามนั้น โดยเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในปัจจุบัน รัฐบาลจึงตัดสินใจระงับการต่ออายุข้อตกลงด้านกลาโหมกับอิสราเอลโดยอัตโนมัติ” เมโลนี กล่าวกับผู้สื่อข่าว


อย่างไรก็ตาม อิสราเอลโต้กลับมาว่า การระงับข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนยุทโธปกรณ์และการวิจัยเทคโนโลยี จะไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของอิสราเอล


ความตึงเครียดระหว่างอิตาลีกับอิสราเอลพุ่งสูงขึ้น ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังรัฐบาลโรมกล่าวหาว่า กองกำลังอิสราเอลยิงปืนเตือนใส่ขบวนรถของเจ้าหน้าที่อิตาลี ในสังกัดกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำเลบานอน ส่งผลให้รถยนต์อย่างน้อยหนึ่งคันได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บ


อนึ่ง เมโลนีอยู่ในสถานะที่มีความเสี่ยงในประเทศ หลังเธอประสบความล้มเหลวในการลงประชามติปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งถือเป็นความพ่ายแพ้ทางการเมืองครั้งแรกของเธอ และบรรดานักวิเคราะห์มองว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะ “ความใกล้ชิดของเธอกับทรัมป์”


“เมโลนีกำลังปรับเปลี่ยนท่าทีของตัวเอง เนื่องจากความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับสหรัฐและอิสราเอล กำลังสร้างปัญหาทางการเมือง เธอจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์” นายลอเรนโซ คาสเตลลานี ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยลุยส์ ในกรุงโรม กล่าว
กระนั้น คาสเตลลานีเชื่อว่า อิตาลีจะแสดงออกถึงการวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้น แม้ยังคงอยู่ในกลุ่มพันธมิตรก็ตาม.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP