“#อกหักเชิญทางนี้” นิทรรศการที่จัดขึ้นในพื้นที่ศิลปะห้องนิทรรศการหลักชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นำเสนอโครงการนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยและอบรมเชิงปฏิบัติการ ว่าด้วยประเด็นความมั่นคงและไม่มั่นคงทางทรัพยากรบุคคลในแวดวงศิลปะร่วมสมัย

#อกหักเชิญทางนี้ โดยหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โครงการฯได้เชื้อเชิญศิลปินที่ทำงานในสนามศิลปะร่วมสมัย รวมถึงผู้เคยถูกปฏิเสธไม่ได้รับการสนับสนุนเข้ามามีส่วนร่วมบอกเล่า เปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พื้นที่สำหรับสะท้อนการยืนยันการมีอยู่และแสดงออกในแบบที่ศิลปินเลือกจะบอกเล่า โดยนิทรรศการฯจัดแสดงต่อเนื่องถึง 31 พฤษภาคม 2569
หลังจากเปิดให้ชมผ่านมาระยะหนึ่ง และจากที่นำเสนอพาชมผลงาน ชมแนวคิดจากนิทรรศการฯ ไปส่วนหนึ่งแล้ว อย่างเช่น “สายลมแสงแดดและสวนความทรงจํา” โดย อัครวินท์ ไกรฤกษ์ “การกลับมาซึบซับความรู้สึกที่อยู่ภายในสวนความทรงจํา มีบรรยากาศเหมือนกับบทความของนิตยสารบ้าน กล่าวถึงขั้นตอนการดูแลสวนเพื่อความผ่อนคลายเป็นบริบทเรียบง่ายแฝงไปด้วยความหมายของการมีชีวิตอยู่ ผ่านการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจําวันสัมพันธ์กับวิวัฒนาการของธรรมชาติที่เติบโตขึ้น อย่างเช่น การกระพือปีกของแมลงปีกแข็ง(ด้วง) สลับกับโผบินและร่วงหล่นลงบนพืชคลุมดิน “ไม้ล้มลุก” ฯลฯ

#อกหักเชิญทางนี้ ได้จัดวางความรู้สึกให้เป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น จากการพัฒนาระบบนิเวศของสวนความทรงจํา ทําให้เข้าใจวิธีการเก็บรักษาความทรงจําผ่านขั้นตอนการดูแลสวนที่เชื่อมโยงกับกระบวนการทํางาน เพื่อบันทึกช่วงเวลาที่ธรรมชาติมีการปรับตัวและเยียวยากันและกัน อย่างเช่น พิมพ์ดิจิทัลบนผ้าโปร่ง “จมูกต้นไม้” ความใกล้ชิด คุ้นเคยและเข้าใจกันของชุมชนต้นไม้ผ่านการพึ่งพาอาศัยโดยใช้ร่มเงาของกิ่งก้านผสานกันไว้ เพื่อปรับสมดุลร่วมกันกับสภาพแวดล้อมรอบตัวภาพถ่ายบันทึกร่องรอยบนเปลือกไม้ของต้นแก้ว มีลักษณะเป็นจุดไหลเวียนล้อมรอบลําต้น
การหมุนเวียนของอากาศช่วยให้ลําต้นมีความยืดหยุ่นและโอบรับกันและกัน จัดแสดงด้วยการแขวนหุ้มรอบเสา หรือ “เสียง(Echoes) บันทึกเสียงบรรยากาศของสภาพแวดล้อมภายในเมืองที่มาจากการขับขานบทเพลงของเหล่านกกับการขันตอบของไก่ และเสียงร้องของฝูงสัตว์ที่อยู่ภายในป่า เป็นต้น

ครั้งนี้พาชมผลงานชมแนวคิดศิลปินจากนิทรรศการฯเพิ่ม ดังเช่น “Un-Seen” สื่อผสมจัดวาง (ไม้ คอนกรีต สังกะสี เหล็ก กระจกและโคมไฟ)โดย อนุรักษ์ โคตรชมพู นำเสนอความแตกต่างของเวลานําไปสู่การจัดการเรื่องเวลาของคนเมืองกับชนบทที่มีความต่างกัน มุมมองเรื่องของเวลาและพื้นที่ของคนเมืองและผู้คนในชนบทจึงเป็นการมองคนละมุม
ศิลปินรวบรวมวัตถุสิ่งของ สํารวจความคิดของผู้คนที่มีต่อเวลาและการปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลง นําไปสู่ผลงานที่สะท้อนมุมมองความแตกต่างในเรื่องเวลาและพื้นที่ #อกหักเชิญทางนี้จึงเป็นเสมือนการได้หวนไปทบทวนพื้นที่ชนบทของตนเอง พร้อมการนําเสนอมุมมองที่อาจทําให้ทั้งผู้ชมในฐานะผู้คนในส่วนกลาง คนชนบทพลัดถิ่นและตัวศิลปินเองเกิดการคิดทบทวนและตระหนักถึงคุณค่าของเวลา ไม่มองข้าม ละทิ้งหรือละเลยที่จะเข้าใจ ฯลฯ

ขณะที่ “ชื่น” การปั้นกระดาษเทคนิคเฉพาะตัวของศิลปิน วิทยา ชัยมงคล ผลงานนําเสนอการให้ชีวิตใหม่ผ่านการใช้วัสดุรีไซเคิล แสดงออกถึงศักยภาพของวัสดุทางศิลปะในการถูกนํากลับมาใช้ใหม่ โดยสื่อสารผ่านรูปทรงของผู้หญิงซึ่งถูกลดทอนรายละเอียดให้อยู่ในรูปทรงพื้นฐาน ผ่านความทรงจําในวัยเยาว์ของศิลปินที่ได้ใช้ชีวิตในชุมชนไทยทรงดํา มีชุดเป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมท้องถิ่น ประกอบด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก ความผูกพัน และการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ฯลฯ อีกส่วนหนึ่งร่วมบอกเล่าศิลปะร่วมสมัยในโครงการฯ #อกหักเชิญทางนี้



