เมื่อวันที่ 3 พ.ค. นายนิกร โสมกลาง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยถึง กรณีการตรวจสอบสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนบนเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังพบพฤติการณ์ลักลอบเปิดเป็นโรงเรียนเอกชนนอกระบบและรับเลี้ยงเด็กเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต ว่า ทางทีม พม. จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง, เจ้าหน้าที่ทหาร, เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเกาะพะงัน และเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเกาะพะงัน เข้าตรวจสอบสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนดังกล่าว พบว่า เปิดดำเนินการนอกเหนือจากการขออนุญาตเป็นสถานที่รับเลี้ยงเด็กเอกชน โดยมีเด็กและเยาวชนชาวต่างชาติ โดยเฉพาะสัญชาติอิสราเอล อายุ 2-12 ขวบ จำนวน 89 คน ซึ่งอายุและจำนวนเด็กนั้น เกินกว่าที่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังลักลอบเปิดเป็นโรงเรียนนอกระบบมีการเรียนการสอน นอกจากนี้ พบแรงงานผิดกฎหมาย เป็นแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 40 คน และแรงงานสัญชาติอื่นอีก 12 คน

นายนิกร กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2567 มีผู้ประกอบการคนไทยได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนดังกล่าว โดยอนุญาตให้รับเลี้ยงเด็กอายุ 2-6 ขวบ จำนวนไม่เกิน 18 คน โดยใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี ต่อมาวันที่ 26 ก.พ. 2569 ผู้ประกอบการได้มาดำเนินการต่ออายุใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 จนกระทั่งเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2569 ผู้ประกอบการได้ยื่นเรื่องขอเปลี่ยนแปลงการให้บริการรับเลี้ยงเด็ก โดยขอเปลี่ยนแปลงช่วงอายุเด็กจากเดิม อายุ 2-6 ขวบ เป็นอายุ 3-6 ขวบ และขอเพิ่มจำนวนเด็กจากเดิมไม่เกิน 18 คน เป็นจำนวน 70 คน โดยได้ยื่นเอกสารประกอบครบถ้วนเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2569 ซึ่งขณะเกิดการตรวจสอบนั้น สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนดังกล่าว ยังไม่ได้รับอนุญาตตามที่ขอเปลี่ยนแปลงช่วงอายุและจำนวนเด็กที่รับเลี้ยง

นายนิกร กล่าวว่า ในส่วนการดำเนินการของกระทรวง พม. นั้น สำนักงาน พมจ.สุราษฎร์ธานีได้เตรียมทำบันทึกเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสั่งการให้ผู้ประกอบการสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนดังกล่าวปฏิบัติตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก พ.ศ. 2549 เนื่องจากดำเนินการนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต  อีกทั้งสั่งการพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 24 ซึ่งเป็นนายอำเภอเกาะพะงัน เข้าควบคุมการดำเนินกิจการสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนดังกล่าวเป็นการชั่วคราว.