วันที่ 2 มิ.ย. นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.อยู่ระหว่างออกประกาศเพิ่มเติมเพื่อกำกับธุรกิจบริการซื้อก่อนผ่อนทีหลัง หรือ BNPL เนื่องจากเกิดพฤติกรรมที่ทำให้คนเป็นหนี้เร็ว และมีความเสี่ยงเป็นหนี้เสียเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น 

โดย ธปท.จะเข้าไปคุมการใช้ใบอนุญาตที่มี เช่น ดิจิทัลพีโลน ซึ่งไม่ต้องวิเคราะห์รายได้ ใช้ข้อมูลทางเลือก ปล่อยไม่เกิน 2 หมื่นบาท ดอกเบี้ยไม่เกิน 25% และผู้ประกอบการมักจะขอใบอนุญาต ตั้งอีกบริษัทขึ้นมาคู่ขนานกัน สามารถปล่อยสินเชื่อได้มากกว่า ไม่จำกัดวงเงิน ดอกเบี้ย 15% ซึ่งตรงนี้จะเข้าไปกำกับ แต่ไม่ได้กำกับแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์

ทั้งนี้ในเบื้องต้น ธปท.จะพิจารณาอาจดูทั้งคุณสมบัติ อายุ หรือ ถ้าอายุเกิน 20 ปี แต่ไม่มีรายได้ ก็ต้องพิจารณาดู, ประเภทสินค้า เช่น ชานมไข่มุกควรจะให้หรือไม่ เพราะมีการผ่อนชานมไข่มุก ราคาแก้วละ 106 บาท หรือราคาขั้นต่ำ เช่น 50 บาท 70 บาท 100 บาทจะให้หรือไม่ และดอกเบี้ยสูงสุดต้องกำหนดหรือไม่ หรือเวลากดซื้อของออนไลน์ การชำระเงินต้องให้เราเป็นคนเลือก ว่าจะตัดบัญชีตรงไหนก่อน และดูความสามารถชำระหนี้ด้วย

“ไม่ว่าบริษัทสินเชื่อให้ดอกเบี้ย 15% หรือ 25% แต่เป็นบีเอ็นพีแอลบนแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์จะเข้ากำกับทั้งหมด ยืนยันการกำกับไปไม่ถึงขายสินค้า เจ้าของสินค้าขายสินค้าตัวเอง และให้ผ่อน อันนี้คงไม่เกี่ยว ซึ่งไม่ได้มองว่า BNPL ไม่ใช่คนร้าย แต่เป็นการกำกับให้กับคนที่ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้มาซื้อสินค้าโดยไม่จำเป็น”

นายวิทัย กล่าวว่า การกำกับ BNPL คาดว่าจะเห็นแนวทางกำกับดูแลที่ชัดเจนภายใน ต.ค.-พ.ย. 69 หรืออาจใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือน เพราะการเปิดรับฟังความคิดเห็นต้องทำ 2 ครั้งและใช้เวลา 2 เดือน โดยหวังว่าจะมีผลบังคับใช้ก่อนสิ้นปีนี้

สำหรับแนวโน้มบีเอ็นพีแอลเพิ่มจาก 6 แสนบัญชีในปี 64 เป็น 5 ล้านบัญชีในปี 67 ซึ่งอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น 99.9% ต่อปี ส่วนสินเชื่อ BNPL ขยายตัว 38% ต่อปี จาก 6,800 ล้านบาทในปี 64 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 18,000 ล้านบาทในปี 67