การสร้างพลเมืองโลกผ่านทักษะการกีฬา โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภาภรณ์ โรจน์ศิริรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร อาจารย์ประจำภาควิชานิติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ


โลกในศตวรรษที่ 21 เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ผู้คนจากหลากหลายประเทศเชื่อมโยงถึงกันได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความหลากหลายและการแข่งขัน “การเป็นพลเมืองโลก” หรือที่เรียกว่า Global Citizen จึงกลายเป็นคุณลักษณะสำคัญของคนรุ่นใหม่

การเป็นพลเมืองโลกไม่ได้หมายถึงการมีทักษะด้านภาษา หรือการมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศเท่านั้นแต่หมายถึงการมีความสามารถในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเข้าใจ เคารพความแตกต่าง มีความรับผิดชอบต่อสังคม และสามารถปรับตัวต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างสร้างสรรค์

แน่นอนว่าทักษะเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียน หากแต่เกิดขึ้นจากการฝึกฝนในพื้นที่ต่าง ๆ และผ่านกิจกรรมที่เราทำในทุกวัน และหลายครั้ง “กีฬา” ทำหน้าที่เป็นพื้นที่สำคัญในการหล่อหลอมคนรุ่นใหม่ให้เติบโตทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และทักษะทางสังคม เพราะกีฬาไม่ได้สอนเพียงการแข่งขันหรือชัยชนะ นักกีฬาทุกคนต้องเรียนรู้เรื่องวินัย ความรับผิดชอบ การควบคุมอารมณ์ การเคารพกติกา การทำงานเป็นทีม และการยอมรับทั้งความสำเร็จและความผิดหวัง คุณลักษณะเหล่านี้กลายเป็นรากฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคมโลก

งานวิจัยจำนวนมากสนับสนุนว่า กีฬาเป็นพื้นที่สำคัญในการพัฒนาทักษะความเป็นพลเมืองโลก (Global Citizenship) โดยเฉพาะในด้านการทำงานร่วมกับผู้อื่น การเคารพความแตกต่าง การสร้างความเอาใจเขามาใส่ใจเรา (Empathy) และการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความหลากหลาย นักวิชาการด้านการพัฒนาเยาวชนพบว่า การเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาอย่างต่อเนื่องช่วยส่งเสริมความมั่นใจในตนเอง การควบคุมอารมณ์ การจัดการความขัดแย้ง และภาวะผู้นำ รวมถึงช่วยสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในกลุ่มเยาวชนจากหลากหลายพื้นฐานทางวัฒนธรรมและสังคม

ขณะเดียวกัน งานวิจัยด้านการกีฬาเพื่อการพัฒนา หรือ Sport for Development ยังชี้ให้เห็นว่า กีฬาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเข้าใจระหว่างประเทศ ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ความยั่งยืน และความร่วมมือระดับโลก การแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ เช่น กีฬาโอลิมปิก หรือ FIFA World Cup จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างความสนุกสนานทางกีฬา แต่ยังกลายเป็นพื้นที่แห่งการสื่อสาร การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการสร้างความรู้สึกร่วมของความเป็นมนุษย์ในสังคมโลกยุคใหม่

เมื่อพิจารณาแนวทางการพัฒนากีฬาของประเทศต่าง ๆ จะพบว่า กีฬาไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงวิธีการหรือกระบวนการสร้างนักกีฬาเท่านั้น แต่เป็นแนวคิดในการพัฒนามนุษย์ของแต่ละสังคมด้วย

ประเทศจีนให้ความสำคัญกับวินัย ความอดทน และความสม่ำเสมอ มีการฝึกฝนนักกีฬาผ่านระบบโรงเรียนกีฬาเฉพาะทางที่ฝึกนักกีฬาอย่างเข้มข้นตั้งแต่วัยเยาว์ ควบคู่กับการศึกษาในระบบ จีนพัฒนากีฬาในฐานะระบบระดับชาติที่เชื่อมโยงกับการสร้างทรัพยากรมนุษย์ สุขภาพ และความเข้มแข็งของประเทศ ตัวอย่างสำคัญคือมหาวิทยาลัยกีฬาปักกิ่ง (Beijing Sport University) มหาวิทยาลัยด้านกีฬาและวิทยาศาสตร์การกีฬาชั้นนำของจีน ซึ่งได้รับการจัดอันดับระดับโลกด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา และวิชาหรือศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยแห่งนี้ทำหน้าที่ทั้งด้านการพัฒนานักกีฬาระดับชาติ การวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา เวชศาสตร์การกีฬา การฟื้นฟูสมรรถภาพ จิตวิทยาการกีฬา และการพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย แนวทางดังกล่าวทำให้เห็นว่าประเทศจีนมองกีฬาเป็นระบบนิเวศ หรือ ecosystem ที่เชื่อมโยงกับวิชาการ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนามนุษย์อย่างเป็นระบบ

ในขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกามองกีฬาเป็นส่วนหนึ่งของระบบการศึกษาอย่างแยกกันไม่ออก ผ่านแนวคิด “student-athlete” (นักศึกษา-นักกีฬา) ที่มุ่งพัฒนานักศึกษาให้เติบโตทั้งด้านวิชาการ กีฬา ภาวะผู้นำ และทักษะชีวิตไปพร้อม ๆ กัน ระบบกีฬาในระดับมหาวิทยาลัยจึงทำหน้าที่ทั้งสร้างนักกีฬาและสร้างคนไปพร้อมกัน

องค์กรสำคัญอย่าง NCAA (National Collegiate Athletic Association) ทำหน้าที่กำกับดูแลการแข่งขันกีฬาระดับมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา กำหนดมาตรฐานด้านวิชาการ คุณสมบัตินักกีฬา และระบบการแข่งขัน มหาวิทยาลัยจำนวนมากภายใต้ NCAA กลายเป็นฐานสำคัญในการพัฒนานักกีฬาไปสู่ระดับอาชีพและทีมชาติสหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกัน NAIA (National Association of Intercollegiate Athletics) ซึ่งเป็นเครือข่ายมหาวิทยาลัยขนาดเล็กและขนาดกลาง เน้นการพัฒนานักศึกษาแบบใกล้ชิด ให้ความสำคัญกับสมดุลระหว่างการเรียน กีฬา และการพัฒนาคุณลักษณะของผู้เรียน ส่วน NJCAA (National Junior College Athletic Association) เป็นระบบกีฬาของวิทยาลัยชุมชนที่เปิดโอกาสให้เยาวชนจำนวนมากเข้าถึงทั้งการศึกษาและกีฬา โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพด้านวิชาการหรือกีฬาเพิ่มเติมก่อนเข้าสู่มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของระบบกีฬาในสหรัฐอเมริกา คือ การพัฒนา “student-athlete” หรือการเป็นทั้งนักศึกษาและนักกีฬาในเวลาเดียวกัน นักศึกษา (ที่เป็นทั้งนักกีฬาในเวลาเดียวกัน) ต้องบริหารความสมดุลระหว่างการเรียนระดับอุดมศึกษา การฝึกซ้อม และการแข่งขันที่เข้มข้น พวกเขาเป็นตัวแทนนักศึกษาและยังเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยในการแข่งขันอย่างเป็นทางการ พร้อมได้รับการสนับสนุนทั้งด้านทุนการศึกษา การดูแลสุขภาพ การฟื้นฟูร่างกาย การให้คำปรึกษาด้านวิชาการ และการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตอีกด้วย

ระบบการแข่งขันกีฬายังแบ่งระดับออกเป็นหลายรูปแบบ เช่น NCAA Division I ซึ่งเป็นระดับการแข่งขันสูงสุดและมักมีทุนการศึกษาเต็มรูปแบบ ขณะที่ Division II ให้ทุนบางส่วน และ Division III เน้นสมดุลระหว่างการเรียนและกีฬา ส่วน NAIA เปิดโอกาสให้นักศึกษาพัฒนาศักยภาพผ่านระบบมหาวิทยาลัยขนาดเล็กและขนาดกลาง ขณะที่ NJCAA ช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษาและ social mobility ให้กับเยาวชนจากหลากหลายพื้นฐานทางสังคม

การเป็น student-athlete ในสหรัฐอเมริกาไม่ได้อาศัยเพียงความสามารถทางกีฬา นักศึกษาต้องรักษาระดับผลการเรียนตามเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมแสดงให้เห็นถึงวินัย ความรับผิดชอบ และความสามารถในการบริหารเวลา เพราะชีวิตประจำวันของนักกีฬาในมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยการฝึกซ้อม การแข่งขัน การเดินทาง และการเรียนควบคู่กันไป มหาวิทยาลัยต่าง ๆ จึงจัดระบบสนับสนุนเฉพาะสำหรับ student-athlete เช่น อาจารย์ที่ปรึกษา ติวเตอร์ ห้องทบทวน ห้องเรียนเฉพาะ และระบบลงทะเบียนเรียนที่ยืดหยุ่น เพื่อช่วยให้นักศึกษาสามารถพัฒนาทั้งด้านวิชาการและด้านกีฬาได้อย่างสมดุล

ระบบดังกล่าวทำให้เข้าใจได้ว่าประเทศสหรัฐอเมริกามองกีฬาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนามนุษย์ การสร้างภาวะผู้นำ การสร้างโอกาสทางสังคม และการเตรียมเยาวชนให้พร้อมสำหรับโลกยุคใหม่ และมีการอาศัยกลไลการศึกษาในระบบเพื่อพัฒนานักกีฬาอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ โลกยุคใหม่ยังทำให้ “กีฬา” เชื่อมโยงกับวิชาชีพและศาสตร์แขนงต่าง ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น วิทยาศาสตร์การกีฬา (Sports Science) เวชศาสตร์การกีฬา (Sports Medicine) จิตวิทยาการกีฬา (Sports Psychology) การสื่อสารการกีฬา (Sports Communication) การจัดการการกีฬา (Sports Management) หรือ กฎหมายกีฬา (Sports Law)

วิทยาศาสตร์การกีฬามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬา ทั้งด้านสรีรวิทยา โภชนาการ การฟื้นฟูร่างกาย การวิเคราะห์ข้อมูลการเคลื่อนไหว และการป้องกันการบาดเจ็บ ขณะที่ จิตวิทยาการกีฬาช่วยพัฒนาสมาธิ การจัดการความกดดัน และ ความยืดหยุ่นทางอารมณ์ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของคนรุ่นใหม่ในโลกที่มีการแข่งขันสูง

ในมิติด้านกฎหมาย “Sports Law” กลายเป็นศาสตร์สำคัญที่เชื่อมโยงกีฬาเข้ากับสังคม เศรษฐกิจ และสิทธิมนุษยชน ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องสัญญานักกีฬา สิทธิในภาพลักษณ์และสื่อ ลิขสิทธิ์และการถ่ายทอดสด การบริหารองค์กรกีฬา กฎหมายแรงงาน ความเท่าเทียมทางเพศ ตลอดจนประเด็นด้านจริยธรรมและความรับผิดชอบขององค์กรกีฬา

มหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐอเมริกาหลายแห่งเริ่มเปิดหลักสูตรด้าน Sports Law และ Sports Management เพื่อรองรับอุตสาหกรรมกีฬาที่เติบโตในระดับโลก สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า กีฬาในปัจจุบันกลายเป็นระบบนิเวศขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ สื่อ เทคโนโลยี สุขภาพ กฎหมาย และการพัฒนามนุษย์

ในบริบทของประเทศไทย คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ถือเป็นหนึ่งในสถาบันสำคัญที่มีบทบาทในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านกีฬา สุขภาพ และการสร้างพลเมืองโลก ผ่านการจัดการศึกษาที่ครอบคลุมทั้งด้านพลศึกษา สุขศึกษา นันทนาการ วิทยาศาสตร์การกีฬา และสาธารณสุขศาสตร์ คณะมุ่งพัฒนานิสิตให้มีทั้งองค์ความรู้ ทักษะวิชาชีพ ภาวะผู้นำ และจิตสำนึกต่อสังคม ควบคู่กับการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงทั้งในและต่างประเทศ

คณะพลศึกษา มศว ยังให้ความสำคัญกับการวิจัย การสร้างนวัตกรรม และการบริการวิชาการแก่สังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สุขภาวะ และวงการกีฬาของประเทศ พร้อมเตรียมความพร้อมให้นิสิตสามารถก้าวสู่การทำงานในระดับอาเซียนละระดับนานาชาติได้อย่างมีคุณภาพ

สำหรับประเทศไทย ก้าวต่อไปของการพัฒนากีฬาควรพัฒนาระบบกีฬาให้เชื่อมโยงกับการศึกษา สุขภาวะ การวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนามนุษย์อย่างรอบด้าน ประเทศไทยควรส่งเสริมการบูรณาการระหว่างมหาวิทยาลัย โรงเรียน องค์กรกีฬา และภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างระบบนิเวศทางกีฬาแบบสหวิทยาการ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนาทั้งด้านวิชาการ ทักษะชีวิต ภาวะผู้นำ และวิชาชีพใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกีฬา เช่น วิทยาศาสตร์การกีฬา เทคโนโลยีการกีฬา และกฎหมายการกีฬา ควบคู่กับการปลูกฝังวินัย ความรับผิดชอบ การเคารพความแตกต่าง และการอยู่ร่วมกันในสังคมโลก

โลกยุคใหม่ไม่ได้ต้องการเพียงคนที่ “เก่งที่สุด” แต่ต้องการคนที่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่น เข้าใจความหลากหลาย มีความเอาใจเขามาใส่ใจเรา มีความยืดหยุ่น มีการปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงด้วยจิตใจที่มั่นคงและยังรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ได้ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นทุกวัน และนี่คือคุณลักษณะของพลเมืองโลก

มหาวิทยาลัยจึงมีบทบาทสำคัญในการใช้กีฬาเป็นพื้นที่พัฒนาศักยภาพของเยาวชน ทั้งในด้านสุขภาพ ภาวะผู้นำ การจัดการอารมณ์ การเคารพความแตกต่าง และการเรียนรู้ที่จะเติบโตไปพร้อมกับผู้อื่น กิจกรรมกีฬาในมหาวิทยาลัยจึงกลายเป็น “ห้องเรียนของการเป็นพลเมืองโลก” ที่ช่วยหล่อหลอมเยาวชนให้มีทั้งความรู้ ความสามารถ คุณธรรม และจิตสำนึกต่อสังคมโลก

สุดท้ายนี้ ชัยชนะที่สำคัญที่สุดของกีฬาไม่ใช่เหรียญรางวัล แต่คือการสร้างมนุษย์ที่สามารถใช้ชีวิต อยู่ร่วมกับผู้อื่น และเติบโตในโลกที่เชื่อมโยงถึงกันได้อย่างงดงาม