สินชัย ผู้ก่อตั้งแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ “Flow Phrae Furniture” และเจ้าของโฮมสเตย์เก๋ ๆ ชื่อ “หมอนไม้ไออุ่น” ที่ตั้งอยู่ใน อ.วังชิ้น จ.แพร่ เล่าว่าจุดกำเนิดของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เริ่มต้นเมื่อปี 2544 ที่เขาได้มองเห็นรากไม้และเศษไม้ที่เหลือทิ้งจากการทำไม้ในอดีตถูกทิ้งไว้ตามเรือกสวนไร่นา จึงนำมาสร้างสรรค์เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เฉพาะตัวเป็นสินค้า OTOP ต่อมาทางจังหวัดมีนโยบายผลักดันให้ จ.แพร่ เป็น Furniture City เขาจึงใช้โอกาสนี้รวบรวมช่างฝีมือในชุมชนมาจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนในปี 2550 และกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อสินค้าของกลุ่มได้รับเลือกเป็น OTOP 5 ดาว และได้ไปโชว์ตัวที่เมืองทองธานี ทำให้เขาเริ่มเข้าใจว่า สินค้าดีอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องมีช่องทางและเรื่องราวที่น่าสนใจด้วย

หลังจากวันนั้น เขาได้กลับมาเปลี่ยนที่ดินมรดก 4 ไร่ ให้กลายเป็นโฮมสเตย์ชื่อ หมอนไม้ไออุ่น ที่มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ฟาร์มผัก ซึ่งหัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงทำที่พัก แต่คือการวางโครงสร้างธุรกิจที่เกื้อหนุนกันอย่างเป็นระบบ และหลังจากโฮมสเตย์เปิดให้บริการ เขาก็เปลี่ยนกลยุทธ์จากเดิมที่ขายแค่สินค้ามาเป็นการขายประสบการณ์ โดยใช้โฮมสเตย์ คาเฟ่ ร้านอาหาร เป็น Living Showroom เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสอัตลักษณ์ของงานไม้สักทอง ซึ่งเมื่อลูกค้าได้ลองใช้เฟอร์นิเจอร์ ก็เปลี่ยนจากผู้มาเยือนกลายเป็นผู้ซื้อ โดยเขาบอกว่า หลังจากใช้กลยุทธ์นี้ทำให้ลูกค้าเต็มใจจ่ายเพื่อแลกกับคุณค่าที่ประเมินค่าไม่ได้ และนอกจากการเปลี่ยนกลยุทธ์ดังกล่าวแล้ว เขายังใช้ช่องทางแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น ติ๊กต็อก เพื่อเป็นช่องทางบอกเล่าเรื่องราวของสินค้า และชุมชนไปพร้อมกัน

นอกจากการนำกลยุทธ์ดังกล่าวมาใช้แล้ว เขายังใช้กลยุทธ์อื่น ๆ เพื่อทำให้แบรนด์เข้าไปนั่งในใจของผู้บริโภค อาทิ

กลยุทธ์ Downsizing ที่ย่อส่วนงานคราฟต์ไม้สักทอง เพื่อทลายกำแพงการตัดสินใจและช่วยให้ง่ายต่อการขนส่ง, กลยุทธ์ Emotional Marketing ที่ขายความรู้สึกนำหน้าสินค้า เพื่อเปลี่ยนผู้ชมเป็นผู้ซื้อ ผ่านเครื่องมือดิจิทัล, กลยุทธ์ Authenticity ที่ใช้ความจริงใจเป็นอาวุธลับ เพื่อเปลี่ยนทางเลือก’ให้เป็นทางรอด ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าบนตลอดอีคอมเมิร์ชมองหามากกว่าการโฆษณาสวยหรู และนี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผู้ประกอบกายนี้ สามารถพาแบรนด์ชุมชนให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ได้ ที่เขาได้ย้ำว่า ในวันที่โลกหมุนเร็วด้วยเทคโนโลยี หลายคนอาจมองภูมิปัญญาเป็นเรื่องล้าหลัง แต่เขาเชื่อมั่นว่ารากเหง้าคือจุดแข็ง และเทคโนโลยีก็เป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้ถึงจุดหมาย ถ้าหากนำมาใช้ได้อย่างเหมาะสมลงตัว และนี่เป็นมุมมองวิธีคิดกับกลยุทธ์น่าสนใจของเจ้าของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์รายนี้ ที่เอสเอ็มอีอื่น ๆ สามารถนำไปพิจารณาใช้เป็นแนวทาง หรือนำไปปรับใช้ได้.

ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ [email protected]