เมื่อช่วงต้นเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา บนทางหลวงสายหนึ่งในจังหวัดอิโลโคสนอร์เต บาทหลวงอาร์วิน มังรุบัง จากคริสตจักรอิสระแห่งฟิลิปปินส์ ขับรถช้า ๆ สวนทางกับรถหุ้มเกราะและรถบรรทุกคันใหญ่ 12 คันที่มีทหารสหรัฐอยู่ ทว่าทหารและภัยคุกคามจากสงคราม กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วในพื้นที่แถบนี้


จังหวัดอิโลโคสนอร์เต เป็นจังหวัดชายฝั่งทะเล ทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของฟิลิปปินส์ หันหน้าสู่ทะเลจีนใต้ และห่างจากตอนใต้ของเกาะไต้หวันเพียง 345 กิโลเมตร ซึ่งตำแหน่งที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ทำให้จังหวัดแห่งนี้มักจะเป็นสถานที่จัดการแสดงแสนยานุภาพทางทหารระดับสูง ตามส่วนหนึ่งของการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐกับฟิลิปปินส์ รวมถึงการซ้อมรบร่วมประจำปี “บาลิกาตัน” ที่แปลว่า “เคียงบ่าเคียงไหล่” ที่เสร็จสิ้นไปเมื่อไม่นานมานี้


บาทหลวงมังรุบัง กล่าวว่า ทหารสหรัฐสามารถพบเห็นได้ตลอดทั้งปีในพื้นที่ แต่ในช่วงฤดูร้อนเดือน เม.ย.-พ.ค. ปฏิบัติการทางทหารของพวกเขาจะเข้มข้นยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งที่ดูเหมือนเป็นการเตือนถึงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว กลับกลายเป็นการเชื้อเชิญอย่างโจ่งแจ้งว่า การเผชิญหน้าอาจอยู่ใกล้กว่าที่คิด


การซ้อมรบร่วมบาลิกาตันประจำปีนี้ ระยะเวลา 3 สัปดาห์ ถือเป็นการฝึกซ้อมครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมีทหารเข้าร่วมมากกว่า 17,000 นาย จาก 6 ประเทศนอกเหนือจากฟิลิปปินส์ ได้แก่ สหรัฐ แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส และนิวซีแลนด์


นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่า การซ้อมรบที่เกิดขึ้นทั่วหมู่เกาะฟิลิปปินส์ เทียบเท่ากับเป็นการยั่วยุคู่แข่งรัฐบาลวอชิงตันในเอเชียตะวันออกอย่าง “จีน” ในขณะที่กองทัพสหรัฐกำลังทำสงครามกับอิหร่าน


ด้านนายเรย์มอนด์ ปาลาติโน เลขาธิการกลุ่มบายัน (Bayan) ซึ่งเป็นแนวร่วมระดับชาติของกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2528 เพื่อต่อต้านการปกครองที่เข้มงวดและได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ ของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ผู้นำฟิลิปปินส์ในเวลานั้น กล่าวว่า ฟิลิปปินส์ควรออกห่างจากการวางแผนทางทหารของสหรัฐ โดยเริ่มจากการยุติการซ้อมรบร่วม


อนึ่ง ผู้สนับสนุนกลุ่มบายัน จัดการประท้วงที่กองบัญชาการทหารฟิลิปปินส์ และสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในกรุงมะนิลา ในช่วงเวลาเดียวกับที่การซ้อมรบบาลิกาตันเริ่มต้น โดยพวกเขากล่าวว่า การปรากฏตัวของกองทัพสหรัฐ เพิ่มโอกาสที่ฟิลิปปินส์จะกลายเป็นเป้าหมายของศัตรูของรัฐบาลวอชิงตัน และเสี่ยงที่จะดึงชาวฟิลิปปินส์เข้าสู่ความขัดแย้ง เหมือนกับที่ประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ถูกลากเข้าสู่สงครามในอิหร่าน


“การมีอยู่ของกองกำลังและอาวุธของสหรัฐในประเทศ ไม่ได้รับประกันความปลอดภัยหรือความมั่นคงของเรา แต่ในทางตรงกันข้าม มันกลับเพิ่มความเป็นไปได้ของการเสียชีวิตและการทำลายล้างที่หลีกเลี่ยงได้ ซึ่งรวมถึงการโจมตีจากศัตรูของสหรัฐ” บายัน ระบุในแถลงการณ์


แม้ พล.ต.ฟรานซิสโก โลเรนโซ ผู้อำนวยการฝึกซ้อมของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า สงครามอิหร่านของสหรัฐ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการซ้อมรบร่วมในฟิลิปปินส์แต่อย่างใด แต่นายมาร์โก วัลบูเอนา โฆษกพรรคคอมมิวนิสต์ฟิลิปปินส์ (ซีพีพี) ซึ่งเป็นผู้นำกองทัพกบฏในพื้นที่ชนบทของประเทศ กล่าวหาว่า ข้ออ้างเกี่ยวกับการป้องกันและการป้องปรามของการซ้อมรบบาลิกาตัน “เป็นเรื่องเหลวไหลโดยสิ้นเชิง”


“การซ้อมรบบาลิกาตัน จะกระชับการควบคุมทางทหารของสหรัฐต่อฟิลิปปินส์ และทำให้ฟิลิปปินส์กลายเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับปฏิบัติการทางทหารในเอเชียและที่อื่น ๆ” วัลบูเอนา กล่าวทิ้งท้าย.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : REUTERS