“ทีมข่าวอาชญากรรม”ชวนฉายภาพมาตรการเชิงรุก และการเฝ้าระวังเข้มรองรับสถานการณ์ กับพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติรอง(ศปอส.ตร.)
ระวังข้ามเส้นสนุกสู่กับดัก
พล.ต.ท.ไตรรงค์ สะท้อนข้อกังวลเทศกาลฟุตบอลโลกที่เป็นมหกรรมกีฬาระดับโลก เป็นศูนย์รวมความสนใจของมวลมนุษยชาติ ทำให้ทุกครั้งมักมีประเด็นเรื่องการแพร่ระบาดของพนันออนไลน์ควบคู่ไปกับความตื่นเต้นในเกมการแข่งขัน ซึ่งตามธรรมชาติมหกรรมกีฬาดังกล่าวดึงดูดทั้งกลุ่มผู้ชม“หน้าใหม่”และ“หน้าเดิม”ให้กลับมารวมตัวกัน ซึ่งเป็นช่องว่างสำคัญที่กลุ่มผู้กระทำผิดใช้แสวงหาผลประโยชน์จากการโฆษณาชวนเชื่อผ่านช่องทางที่หลากหลาย

โดยเฉพาะการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงไปกับการแพร่ภาพสดฟุตบอลผ่านเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมาย หรือการสอดแทรกข้อความชวนเชื่อ
“ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดคือ การพยายามสร้างค่านิยมที่บิดเบือนในกลุ่มผู้ชมว่าการรับชมฟุตบอลจะขาดความสนุกหากไม่มีการเดิมพัน”
ต้องยอมรับว่าแนวคิดดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของ“นักพนันหน้าใหม่”ในช่วงการแข่งขันที่มีระยะเวลาสั้น ๆ ยิ่งกว่านั้น การพนันออนไลน์ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมที่แยกตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่มีความเชื่อมโยงกับอาชญากรรมประเภทอื่นอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ ข้อมูลการสืบสวนเชิงลึกพบว่าในการทลายเครือข่ายฉ้อโกง หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มักมีร่องรอยของการพัวพันกับการพนันออนไลน์“ซ่อน”อยู่เสมอ บางกรณีผู้กระทำผิดได้ปรับกลยุทธ์จากผู้รับแทงพนัน ไปสู่การเป็นช่องทางแสวงหาผลประโยชน์ หรือสร้างกลอุบายในการหลอกลวงประชาชนผ่านระบบออนไลน์ที่ซับซ้อนขึ้น

AI กลายเป็นดาบสองคม
พล.ต.ท.ไตรรงค์ เผยในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ กลุ่มมิจฉาชีพก็แสวงหาช่องทางประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อก่ออาชญากรรม สร้างความเสียหายให้กับสังคม เปรียบเสมือนการสร้างถนนสาธารณะที่ควรจะเป็นประโยชน์ต่อการสัญจร แต่กลับมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาใช้เป็นพื้นที่ในการดักซุ่มก่อเหตุ
นี่จึงเป็นที่มาให้ตำรวจต้องยกระดับขีดความสามารถ เรียนรู้และนำเทคโนโลยี AI มาเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบ เฝ้าระวัง และสกัดกั้นอาชญากรที่พยายามใช้ความล้ำสมัยของเทคโนโลยีไปในทางที่ผิด

ล่อลวงแยบยล อย่าหลงกล“ลองเล่น”
สัญญาณบ่งชี้ว่าประชาชนกำลังถูกดึงเข้าสู่วงจรพนันโดยไม่รู้ตัว ปัจจุบัน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ชี้รูปแบบจะมีการชักชวนที่ซับซ้อนและแนบเนียนมาก เว็บไซต์ถ่ายทอดสดฟุตบอลมักแฝงโฆษณาเชิญชวนในลักษณะการตั้งคำถามให้ทายผลการแข่งขัน หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพนัน เพื่อดึงดูดความสนใจโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน
นอกจากนี้ในช่วง“พักครึ่ง” ยังมีเหล่า“อินฟลูเอนเซอร์”ในวงการกีฬาออกมาพูดคุยสร้าง“คอนเทนต์”ในลักษณะชักชวนให้ผู้ชมทดลองเล่น โดยใช้ข้อความที่เข้าใจกันเฉพาะกลุ่ม เช่น “งานนี้จะได้หรือเสีย” ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ผู้ติดตามรู้สึกอยากทดลองเล่น

ปิดกว่า 7 แสนเว็บ : ความท้าทายยังไม่จบสิ้น
เมื่อถามถึงความท้าทายระหว่างการ“ปิดเว็บพนัน”กับ“ค่านิยมการพนัน” พล.ต.ท.ไตรรงค์ เผยว่า ปีนี้ได้ยกระดับการทำงานผ่านความร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมประสานงานโดยตรงกับเจ้าของแพลตฟอร์มต่าง ๆ จนสามารถปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ไปแล้วกว่า 700,000 เว็บไซต์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 7 เท่า สะท้อนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการกวาดล้างอย่างเป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดสำคัญคือความสามารถในการ“กลับมาเปิดใหม่”ของเว็บไซต์เหล่านี้ เนื่องจากผู้ให้บริการในต่างประเทศมักไม่ถือว่าการพนันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย อีกทั้งการจดทะเบียนเว็บไซต์ก็ใช้วิธี“ฝังรหัส”หรือ“สัญลักษณ์”ที่ตรวจสอบได้ยาก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา รวมถึงปรับเปลี่ยนวิธีการตรวจสอบอยู่เสมอ
พร้อมปิดท้ายเตือนถึงประชาชนว่า มหกรรมกีฬาฟุตบอลโลกควรเป็นเทศกาลแห่งความสุขและการรับชมกีฬาอย่างสร้างสรรค์
“อย่าให้ความสนุกเหล่านั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพนัน เพราะหากก้าวเข้าสู่วงจรนี้จากมหกรรมแห่งความสุข อาจแปรเปลี่ยนเป็นมหกรรมแห่งความทุกข์ และนำมาซึ่งปัญหาหนี้สินที่สร้างผลกระทบต่อทั้งตัวผู้เล่นและครอบครัวได้ในทันที”.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน



