กรณีบริษัทฯ มีการจ้างนักแสดงชาวต่างประเทศ สัญชาติสเปน ให้มาแสดงโชว์งานมหกรรมดนตรีและศิลปะ ซึ่งมาทำการแสดงและอยู่ในประเทศไทย 5 วัน บริษัทฯ มีภาระภาษีต่าง ๆ ดังนี้
1. กรณีจ่ายค่าจ้างนักแสดงให้แก่บุคคลธรรมดาชาวสเปน
(1) บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย ตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (อัตราก้าวหน้า) และนำส่งตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 9 (2) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน 2528
(2) การให้บริการของนักแสดงสาธารณะ (หมายความว่า นักแสดงละคร ภาพยนตร์ วิทยุ หรือโทรทัศน์ นักร้อง นักดนตรี นักกีฬาอาชีพ หรือนักแสดงเพื่อความบันเทิงใด ๆ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะแสดงเดี่ยว เป็นหมู่ หรือคณะ) ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1) (ฒ) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 13) เรื่อง กำหนดสาขาและลักษณะการประกอบกิจการ การให้บริการของนักแสดงสาธารณะตามมาตรา 81 (1) (ฒ) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2534
2. กรณีจ่ายค่าจ้างนักแสดงให้แก่บริษัทที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ (ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายแห่งประเทศสเปน)
(1) โดยทั่วไปการจ่ายค่าจ้างนักแสดงให้แก่บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายประเทศสเปน มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย เข้าลักษณะเป็นเงินได้ที่เป็น “กำไรจากธุรกิจ” ตามข้อ 7 แห่งอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย–สเปน หากบริษัทแห่งประเทศสเปนไม่มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย มิได้ประกอบกิจการสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย ย่อมได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย ตามข้อ 7 แห่งอนุสัญญาซ้อนไทย-สเปน ประกอบกับมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร
(2) กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการจ่ายค่าจ้างนักแสดงให้แก่บริษัทที่เป็นนิติบุคคลแห่งประเทศสเปน เข้าลักษณะเป็นการให้บริการในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร บริษัทฯ ย่อมมีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ.36 ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร.



