กลับมาเปิดพื้นที่สนับสนุนโอกาสศิลปินรุ่นใหม่ แสดงออกและพัฒนาศักยภาพทางศิลปะร่วมสมัย ต่อยอดทักษะ องค์ความรู้เชื่อมโยง เกิดการทำงานร่วมกับเครือข่ายด้านศิลปะร่วมสมัยที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ สำหรับ โครงการบ่มเพาะและสร้างเครือข่ายศิลปินรุ่นใหม่ EARLY YEARS PROJECT หรือ “EYP” โดยครั้งที่ 9 ภายใต้แนวคิด Actions Speak Louder? หรือ พูดไปสองไพเบี้ย? แสดงผลงาน 8 ศิลปินในโครงการฯ ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

โครงการบ่มเพาะและสร้างเครือข่ายศิลปินรุ่นใหม่  EYP โดยฝ่ายนิทรรศการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จากที่กล่าวมีเป้าประสงค์เพื่อสนับสนุนโอกาสแก่ศิลปินรุ่นใหม่ ศิลปินได้เรียนรู้การทำงานภาย แก้ปัญหา ยืดหยุ่นและสอดคล้องไปกับข้อจำกัดเฉพาะหน้า ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมเชิงปฏิบัติการหลากหลาย ฯลฯโดยที่ผ่านมา EYP ดำเนินการมาแล้ว 8 ครั้ง มีศิลปินที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ 69 คน โดยเน้นกระบวนการในการบ่มเพาะศิลปินรุ่นใหม่   

สำหรับครั้งนี้ EYP#9 พาชมแนวคิด ชมผลงานส่วนหนึ่งจากนิทรรศการฯ  “หล่า” (we are reincarnating through each other), 2569 ศิลปะสื่อผสมจัดวาง รังปลวกร้าง สปอร์เห็ดปลวก แก้ว แท่งทองแดง สายยาง วัสดุธรรมชาติ และเสียงลำโพงขนาดแปรผันตามพื้นที่ โดย ปริฉัตร ธนาภิวัฒนกูร ศิลปินลงพื้นที่เดินทางสำรวจร่วมกับนักวิชาการสิ่งแวดล้อมและชาวบ้าน  เพื่อติดตามวัฏจักรการเกิดของเห็ดปลวก ซึ่งผลิบานขึ้นบนผิวดินเพียงปีละหนึ่งครั้งในช่วงฤดูฝน

“หล่า” จำลองวัฏจักร การเผยตัวของชีวิต ผ่าน breathing house ซากบ้านร้างจากพื้นที่ต้นทางเขากระโจม ถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาในหอศิลป์ เมื่อความสมบูรณ์ของพื้นที่ปลายทางค่อย ๆ ประกอบกัน ระบบชีวิตจึงถูกปลุกขึ้นอีกครั้ง แรงสั่นสะเทือนของแรงงานใต้ดิน ผสานระหว่างเสียงบันทึกภาคสนามของรังปลวกที่มีชีวิต เสียงเลียนแบบปลวก เรื่องเล่ามุขปาฐะของสิ่งมีชีวิตรอบข้าง ฯลฯ ทำให้พื้นที่จัดแสดงเปลี่ยนแปลงไปตามวัฏจักรของธรรมชาติ ราวกับชีวิตบางอย่างยังคงล่องลอยอยู่ภายในซาก และรอเวลาหวนกลับมากำเนิดอีกครั้ง ฯลฯ

ขณะที่ภาพจิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบสามภาพใหญ่ Another Field in the Same Place และผลงาน The Rose Window โดยผดุงทรัพย์ ประชานันทร์ สำรวจความผสมสผานและการไหลเวียนของวัฒนธรรมระหว่างอีสานและยุโรป ผ่านปรากฏการณ์ที่ศิลปินมองว่าเสมือน “โลกคู่ขนาน” ผลงานเชื่อมโยงสองช่วงเวลาเข้าด้วยกัน โดยศิลปินเชื่อว่าการย้ายถิ่นฐานไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนสถานที่ แต่รวมถึงการพกพาความทรงจำและโลกทัศน์ จากบ้านเกิดไปปะทะกับบริบทใหม่ จนเกิดการประกอบสร้างความหมายใหม่ขึ้นมา

“ผลงานชุดนี้เป็นการทบทวนชิ้นส่วนของประวัติศาสตร์ การเดินทางของผู้คนที่มาจากต่างถิ่นต่างแดน เพื่อสร้างบทสนทนาที่เกี่ยวกับความไร้พรมแดนของอิทธิพลทางวัฒนธรรม ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก วัฒนธรรมที่แตกต่าง สามารถผสมผสาน แตกแขนง และหยั่งรากใหม่ได้เสมอในพื้นที่ที่ห่างไกลจากจุดเริ่มต้น

อีกหนึ่งผลงาน Residual Confession: Temporary Book — Doc Street Textจิตรกรรม บันทึกของศิลปินและ วิดีโอจัดวาง โดย วรรณพล แสนคำ เผยให้เห็นร่องรอยของเวลาและความทรงจำที่กำลังเกิดขึ้นและจางหาย ผลงานชุดนี้ศิลปินเล่าว่าเริ่มจากการเก็บและบันทึกข้อความบนกำแพงและพื้นที่สาธารณะในกรุงเทพฯ  ในฐานะ “เอกสารทางอารมณ์” ของเมือง เก็บเสียงของเมืองก่อนที่จะหายไป แล้วนำข้อความเหล่านั้นมาแปลงเป็นวัตถุศิลปะ 2 มิติ และวิดีโอ เพื่อบันทึกความทรงจำของพื้นที่สาธารณะในมุมมองใหม่ ทั้งในงาน จิตรกรรม หนังสือศิลปะ ผ่านการทดลองกระบวนการ วาด ลบ เขียนซ้ำ เพื่อสร้างผิวงานที่สะท้อนแนวคิดของความทรงจำที่เปลี่ยนรูป

วิดีโอ ทำหน้าที่บันทึกกระบวนการ วาด ลบ เขียนซ้ำของงานจิตรกรรม สะท้อนแนวคิดหลักของผลงานว่าด้วยความไม่มั่นคงของความหมายและความทรงจำ ฯลฯ ชวนผู้ชมฟังเสียงของเมืองในความเงียบ ทบทวนร่องรอยความรู้สึกของตนเอง  บทสนทนาใหม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของศิลปะ เมือง และความทรงจำ ฯลฯ  ถ่ายทอดพลังสร้างสรรค์ศิลปะรุ่นใหม่