ถ้าพูดถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประชาชน ถือเป็นนโยบายหลักของข้าราชการตำรวจไทย เช่น กรณีของโศกนาฎกรรมรถไฟบรรทุกสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ชนรถเมล์ สาย 206 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 รายและบาดเจ็บจำนวนมาก แม้จะเป็นอุบัติเหตุที่เกิดความประมาท แต่ทว่าหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 นำโดย พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 นำทีมคณะพนักงาน สืบสวนและสอบสวนในพื้นที่ เร่งคลี่คลายคดี เอาตัวคนผิดมาชดใช้กรรมตามกฎหมายได้อย่างทันควัน พร้อมกำชับการทำงานอย่างรอบคอบ และผุดไอเดียสร้างสรรค์สื่อประชาสัมพันธ์รณรงค์เป็นเพลง “ชะลอ-เห็น-หยุด” แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ไม่ขับขี่คร่อมรางรถไฟ และไม่จอดทับเส้นจุดตัดรถไฟเพื่อเตือนสติผู้ใช้รถ ป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ สร้างการเตือนภัยให้กับประชาชน แก่ผู้ใช้ทางได้อย่างดียิ่ง สมกับคำว่า “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ที่แท้จริง

“ดาวประดับฟ้า” สัปดาห์นี้จึงอยากพามาทำความรู้จัก พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (รอง ผบก.น.1) ชื่อเล่นว่า “มาร์ค” เป็นคน กรุงเทพฯ เกิดเมื่อวันที่ 18 พ.ค.2520 จบชั้นมัธยมจากโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย จ.นครราชสีมา ก่อนสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร (ตท.) รุ่นที่ 36 และจบจาก โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 52

เริ่มรับราชการ ผบ.มว.(สบ 1) งานปกครอง กก.4 บก.ปค.รร.นรต., พนักงานสอบสวน(สบ 1)ชุดสอบสวน 1 บก.สศก., พนักงานสอบสวน(สบ 1) กลุ่มงานสอบสวน บก.ป., นว.(สบ 2) (ทนท.เลขานุการ) ผบช.สง.ก.ตร., ขึ้น สวป.สน.ตลิ่งชัน, สว.จร.สน.มีนบุรี, สวป.สน.มักกะสัน, รอง ผกก.ป.สน.ดอนเมือง, รอง ผกก.ป.สน.ทุ่งสองห้อง, รอง ผกก.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีฯ กก.2 บก.จร., ก่อนขยับนั่ง ผกก.สน.ห้วยขวาง, ผกก.สน.ลุมพินี, ผกก.สภ.เมืองพิจิตร, รอง ผบก.ภ.จว.พิจิตร, รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร และมาดำรงตำแหน่ง รอง ผบก.น.1 ในปัจจุบัน

เมื่อถามเหตุผลการก้าวย่างเข้ามาเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ รองมาร์ค เล่าวว่า เนื่องจากมีคุณพ่อและพี่ชาย เป็นตำรวจ จึงอยากเจริญรอยตามคุณพ่อเพราะอาชีพตำรวจสามารถช่วยเหลือคนได้มาก

เพื่อนร่วมรุ่น อาทิ พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบช.ประจำ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1, พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รอง ผบก.น.6

คติหรือวิสัยทัศน์การทำงาน – มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกควบคู่ไปกับเชิงรับ โดยยึดหลัก “ความสามารถที่ปราศจากโอกาสไร้ความหมาย” เน้นการปราบปรามอาชญากรรมอย่างเด็ดขาด ให้บริการประชาชนด้วยความเป็นธรรม และปรับตัวให้ทันต่อยุคสมัยแนวทางการปฏิบัติงานที่สำคัญประกอบด้วย การทำงานเชิงรุก เน้นปราบปรามและกวาดล้างอาชญากรรมให้หมดไป เมื่อเกิดเหตุต้องติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้รวดเร็ว เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนการบริการประชาชนด้วยใจ นำหลักการทำงานที่เสมอภาคและเป็นธรรมมาใช้ ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ ดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถการพัฒนาทักษะและความทันสมัย: ให้ความสำคัญกับการอัปเดตองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น การส่งเสริมบุคลากรให้เรียนรู้และประยุกต์ใช้ AI (ปัญญาประดิษฐ์) เข้ามาช่วยในงานราชการตำรวจ