“ซินแบด” ไม่ได้จากไปพร้อมกับเสียงปรบมือในวันสุดท้ายของการแสดง หากการจากไปของมัน กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นขององค์ความรู้ครั้งสำคัญในวงการสัตวแพทยศาสตร์ไทย
เช้าวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2517 เวลา 08.30 น. คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลายเป็นศูนย์กลางความสนใจของคนทั้งประเทศ เมื่อร่างของ “ซินแบด” โลมาปากขวดซูเปอร์สตาร์ผู้สร้างรอยยิ้มให้เด็กไทย ถูกเคลื่อนย้ายมายังห้องชันสูตร เพื่อค้นหาคำตอบสุดท้ายว่า อะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิต
การชันสูตรครั้งนั้นถือเป็นเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สัตวแพทยศาสตร์ไทย ดำเนินการโดยทีมสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นำโดย ผศ.นสพ.ดร.เล็ก ธนสุกาญจน์ หัวหน้าแผนกพยาธิวิทยา พร้อมด้วย รศ.นสพ.ดร.เล็ก อัศวพลังชัย, ผศ.นสพ.เกรียงศักดิ์ พูนสุข, รศ.นสพ.ดร.เทอด เทพประทีป และ รศ.นสพ.ดร.บุญมี สัญญสุจจารี ร่วมกับทีมจากภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ได้แก่ รศ.นสพ.ระบิล รัตนพานี และ รศ.นสพ.พยัตรา ตันติลิปิกร
ความสนใจของสังคมต่อการชันสูตรครั้งนี้มีมากเป็นพิเศษ จนคณะสัตวแพทยศาสตร์จัดให้มีการถ่ายทอดภาพการชันสูตร ผ่านระบบโทรทัศน์วงจรปิด (Closed-Circuit Television : CCTV) ไปยังบริเวณด้านนอกอาคาร เพื่อให้ประชาชน นิสิต และนักศึกษาหลายร้อยคนที่มารอติดตาม ได้ร่วมรับชมการทำงานของคณะสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด นับเป็นภาพที่หาได้ยากในยุคนั้น และสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสังคมที่มีต่อการเสียชีวิตของโลมาซูเปอร์สตาร์ตัวนี้
ทันทีที่เริ่มการชันสูตร ทีมสัตวแพทย์พบบาดแผลสะสมหลายแห่งบนร่างของซินแบด ทั้งบริเวณปาก ครีบอก และครีบหาง ซึ่งสอดคล้องกับข้อสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการกระแทกกับขอบสระระหว่างการแสดงเป็นเวลานาน
จากนั้น ทีมสัตวแพทย์จึงค่อย ๆ เปิดตรวจอวัยวะภายใน โดยเริ่มกรีดจากใต้คาง ผ่านแนวขากรรไกร ลงมาตามแนวหน้าอกและหน้าท้อง จนถึงโคนหาง เพื่อศึกษาระบบอวัยวะทั้งหมดอย่างละเอียด
สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าผู้ร่วมสังเกตการณ์ คือความน่าอัศจรรย์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแห่งท้องทะเล ซินแบดมีผิวหนังหนาประมาณ 1 นิ้ว และมีชั้นไขมันหนาปกคลุมทั่วลำตัวเพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกาย ขณะที่เนื้อมีสีแดงเข้มและแน่น คล้ายเนื้อวัวหรือเนื้อควาย แตกต่างจากปลาโดยสิ้นเชิง เพราะโลมาเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ผลการชันสูตรยังพบว่า ลำไส้ของซินแบดมีความยาวรวมกว่า 108 ฟุต หรือประมาณ 33 เมตร ส่วนตับ ปอด และหัวใจ มีน้ำหนักรวมกันมากกว่า 20 กิโลกรัม แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างทางกายวิภาคอันซับซ้อนของสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ชนิดนี้
เพื่อค้นหาความจริง ทีมสัตวแพทย์ได้เก็บอวัยวะสำคัญหลายส่วน รวมถึงลิ้น ส่งตรวจทางพยาธิวิทยา จุลชีววิทยา และเคมี เพื่อตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งในขณะนั้นสงสัยว่าอาจปนเปื้อนมากับอาหาร รวมถึงตรวจหาเชื้อไวรัส พยาธิ และความผิดปกติอื่น ๆ ที่อาจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต
ทุกสายตาเฝ้ารอคำตอบเดียวกัน…
ซินแบดเสียชีวิตเพราะอะไรกันแน่
หลังการตรวจสอบอย่างละเอียด ความจริงจึงปรากฏว่า ซินแบดเสียชีวิตจาก โรคปอดบวมเฉียบพลัน (Acute Pneumonia) ร่วมกับภาวะหัวใจล้มเหลว ปิดฉากข้อสงสัยที่สังคมตั้งคำถามมาตลอดหลายวันหลังการเสียชีวิต แม้บาดแผลภายนอกที่พบจะสะท้อนถึงการบาดเจ็บสะสมจากการใช้ชีวิตในสระแสดงก็ตาม
แต่เรื่องราวของซินแบดไม่ได้สิ้นสุดลงที่ห้องชันสูตร
ภายหลังการตรวจพิสูจน์เสร็จสิ้น ร่างของซินแบดได้รับการเก็บรักษาไว้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา โดยภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้การดูแลของ รศ.นสพ.พยัตรา ตันติลิปิกร ได้ดำเนินการสตัฟฟ์ร่างและเก็บรักษาโครงกระดูกไว้อย่างประณีต เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนด้านกายวิภาคศาสตร์และสัตวแพทยศาสตร์
จากโลมาซูเปอร์สตาร์ที่ครั้งหนึ่งเคยสร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้ผู้ชมทั่วประเทศ ซินแบดได้เปลี่ยนบทบาทครั้งสำคัญ กลายเป็น “อาจารย์ใหญ่” ผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์ให้แก่นิสิตสัตวแพทย์และนักวิชาการมาหลายชั่วอายุคน
ปัจจุบัน ร่างสตัฟฟ์และโครงกระดูกของซินแบดยังคงได้รับการเก็บรักษาและจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์กายวิภาคทางสัตวแพทย์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นมรดกทางวิชาการอันทรงคุณค่า และเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่บอกเล่าเรื่องราวของโลมาตัวหนึ่ง ผู้เคยเป็นซูเปอร์สตาร์ของประเทศไทย ก่อนจะกลายเป็น “ครูผู้เงียบงัน” ที่ยังคงทำหน้าที่สอนคนรุ่นหลังมาจนถึงทุกวันนี้
ติดตาม ตอนที่ 3 กับบทส่งท้าย “ซินแบด…มรดกที่ยังมีชีวิต” เมื่อเรื่องราวของโลมาซูเปอร์สตาร์ไม่ได้จบลงเพียงในพิพิธภัณฑ์ หากยังส่งต่อบทเรียนด้านสัตวแพทยศาสตร์ สวัสดิภาพสัตว์ และแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์ทะเลไทยให้กับคนรุ่นหลัง
เขียนและเรียบเรียงข้อมูลจาก
ผศ.สพญ.ภาวนา เชื้อศิริ ประธานดูแลห้องพิพิธภัณฑ์กายวิภาคทางสัตวแพทย์
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


