เพราะปัญหาสัตว์จรจัดในเมืองกรุงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสะอาดหรือสวัสดิภาพสัตว์เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับความปลอดภัยและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมือง ด้วยเหตุนี้ กรุงเทพมหานครจึงเดินหน้าปฏิวัติภาพจำเดิม ๆ ของสถานกักกันสัตว์ให้กลายเป็นศูนย์พักพิงสัตว์ที่มีมาตรฐานและเป็นมิตร ภายใต้การนำทีมของ ดร.แพทย์หญิงเลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร ที่ได้พาสื่อมวลชนร่วมเปิดมุมมองใหม่ ณ ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (ประเวศ)
โดยงานนี้ได้รับเกียรติจากอินฟลูเอนเซอร์สี่ขาชื่อดังอย่าง “น้องโกฮัง” อดีตหมาจรสู่ดาวโซเชียล และ “น้องหิมะ” ศิษย์เก่าจากบ้านประเวศ มาร่วมแจกความสดใสและพิสูจน์ให้คนเมืองเห็นว่า สุนัขและแมวไร้บ้านก็สามารถกลายเป็นสมาชิกสุดน่ารักที่สร้างความสุขให้ครอบครัวได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้สัตว์เลี้ยงสายพันธุ์ต่างประเทศ


การยกระดับศูนย์พักพิงในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการสัตว์จรจัดแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำในการรณรงค์ลดการทอดทิ้ง ไปจนถึงปลายน้ำในการฟื้นฟูสุขภาพเพื่อส่งต่อสู่อ้อมอกที่อบอุ่น ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีน้องหมาน้องแมวได้รับโอกาสไปเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้วกว่า 458 ตัว ผ่านการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายคนรักสัตว์อย่างมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย (Soi Dog) มูลนิธิรักษ์แมว ปันน้ำใจให้แมวจร และมูลนิธิ SOS Animal Thailand ที่ร่วมกันผลักดันให้เกิดการจับคู่ที่สมบูรณ์แบบระหว่างสัตว์เลี้ยงและเจ้าของใหม่ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปเลือกชมหน้าตาและประวัติของเด็ก ๆ เพื่อขอรับอุปการะได้ทางเพจเฟซบุ๊กโดยมีเกณฑ์สำคัญเพียงข้อเดียวคือความรักและความตั้งใจที่จะดูแลพวกเขาเป็นสมาชิกในครอบครัวอย่างแท้จริง
นอกเหนือจากการหาบ้านใหม่เพื่อลดจำนวนสัตว์จรจัดแล้ว กทม. ยังมุ่งส่งเสริมให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงในปัจจุบันมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการเปิดบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าฟรีสำหรับสัตว์เลี้ยงอายุ 3 เดือนขึ้นไป เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เมืองกรุงปลอดภัยจากโรคระบาดร้ายแรง ควบคู่ไปกับการรณรงค์ชวนทำ “บัตรประชาชนสี่ขา” ด้วยการฉีดฝังไมโครชิปและขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงฟรี ซึ่งนวัตกรรมนี้จะช่วยบันทึกข้อมูลของทั้งสัตว์และเจ้าของเข้าสู่ระบบ ทำให้เวลาที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอย่างสัตว์เลี้ยงพลัดหลงออกจากบ้าน เจ้าหน้าที่หรือผู้ที่พบเห็นจะสามารถสแกนไมโครชิปเพื่อติดตามตัวและส่งเด็ก ๆ กลับคืนสู่อ้อมอกของทาสได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำที่สุด


ที่สำคัญบริการเหล่านี้ยังออกแบบมาเพื่อมอบความสะดวกสบายที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตอันเร่งรีบของคนเมืองอย่างแท้จริง ด้วยการจัด “หน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่เชิงรุก” ลงพื้นที่ให้บริการฝังชิปและฉีดวัคซีนฟรีถึงในชุมชน โดยเจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถตรวจสอบปฏิทินบริการหรือแจ้งขอรับบริการล่วงหน้าผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งหากในหมู่บ้านหรือคอนโดมิเนียมของคุณมีสัตว์เลี้ยงที่ต้องการรับบริการรวมกันได้ตั้งแต่ 30 ตัวขึ้นไป กทม. ก็พร้อมส่งทีมโมบายล์ลงไปดูแลให้ถึงที่โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น และถึงแม้ว่าในขณะนี้ กทม. จะมีการขยายเวลาบังคับใช้ข้อบัญญัติเรื่องการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ออกไปจนถึงเดือนมกราคม 2570 เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัว แต่ทางสัตวแพทย์ก็แนะนำว่าไม่ควรนอนใจและสามารถพาสัตว์เลี้ยงไปเข้าสู่ระบบได้ทันทีตั้งแต่วันนี้
ท้ายที่สุดแล้ว การขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่และปลอดภัยสำหรับทุกชีวิตจึงต้องอาศัยพลังของคนเลี้ยงสัตว์ทุกคนในการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์มาสู่การเลี้ยงดูด้วยความรับผิดชอบ โดยหากใครที่พบเห็นสัตว์จรจัดหรือต้องการความช่วยเหลือในพื้นที่ ก็สามารถติดต่อสายด่วน กทม. โทร. 1555 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือหากต้องการคำแนะนำเรื่องการขึ้นทะเบียนและรับอุปการะสัตว์ก็ประสานงานตรงไปยังสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย ได้เช่นกัน เพราะทุกการเริ่มต้นดูแลเอาใจใส่เล็ก ๆ น้อย ๆ จากพวกเราในวันนี้ จะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยลดปัญหาสัตว์จรจัดและยกระดับสวัสดิภาพสัตว์เลี้ยงในเมืองกรุงได้อย่างงดงามและยั่งยืน.




