ถ้าวัดกันด้วยจำนวนทีมที่เหลืออยู่ในฟุตบอลโลก ทีมชาติตัวแทนโซนเอเชีย มีผลงานแย่สุดเมื่อเทียบกับ 2 เวิลด์คัพที่ผ่านมา

ปี 2018 ที่รัสเซีย มี ญี่ปุ่น เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย, ปี 2022 ที่กาตาร์ ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น

แต่ฟุตบอลโลก 2026 ที่โม่แข้งกันอยู่นี้ จำนวนทีมที่ถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายคือ 0

ทั้งที่มีถึง 9 ทีมที่เข้าไปเล่น

ระบบแข่งขันแบบใหม่ทำให้เส้นทางยาวขึ้น แต่มันก็ทำให้โอกาสผ่านรอบแรก สู่รอบน็อกเอาต์ รอบ 32 ทีมสุดท้าย มีมากขึ้น เพราะอันดับ 3 ได้เข้าถึง 8 ทีม จาก 12 กลุ่ม

ทว่าจาก 9 ทีม มีทำสำเร็จผ่านรอบแบ่งกลุ่มแค่ 2 ทีมคือ ญี่ปุ่น กับ “เอเชียฝากเลี้ยง” ออสเตรเลีย

เทียบกับทวีปอื่น ยุโรป 13, อเมริกาใต้ 5, แอฟริกา 9 และ คอนคาเคฟ 3

ก่อนที่ทั้ง 2 ทีมจาก AFC จะจบแค่รอบ 32 ทีม สูญพันธุ์ทีมเอเชียอย่างจริงจัง

ช่วงแมตช์เดย์แรกมาอย่างเท่มาก 6 ทีมแรก ไร้พ่าย เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย ชนะ กาตาร์, ญี่ปุ่น, ซาอุฯ, อิหร่าน เสมอ, ก่อนที่ อิรัก, จอร์แดน, อุซเบกิสถาน จะแพ้

ญี่ปุ่น เข้าไปเจอตอ บราซิล และสู้ได้ประทับใจ (Getty Images)

“ซามูไรบลู” ญี่ปุ่น คือทีมที่น่าชื่นชม(เหมือนเดิม) กับการเสมอ เนเธอร์แลนด์ 2-2, ถล่ม ตูนิเซีย 4-0, เสมอ สวีเดน 1-1 ก่อนที่รอบ 32 ทีม โคจรชนตอ ต้านบราซิลเกือบครบเวลาปกติ มาโดนนาทีที่ 90+5

เกมกับ แซมบ้า ทีมแดนอาทิตย์อุทัย มีช่วงที่ทำได้เหนือกว่า แต่พลังงานที่ถดถอย และการแก้เกมของ คาร์โล อันเชล็อตติ สุดท้ายก็แพ้ 1-2 แบบที่ บราซิล ก็ลากเลือด

ญี่ปุ่น อาจไม่ได้ไปไกลกว่าหนก่อนๆ ยังตันที่เกมแรกของรอบน็อกเอาต์ แต่ด้วย “โมเดล” ที่เน้นวิสัยทัศน์ระยะยาว ความอดทน และความมุ่งมั่นตั้งใจ ก็ถือว่ารักษาผลงานไว้ได้ สู้ได้ ต่อกรได้ ยืนซดทีมยักษ์ได้ และทุกๆ บอลโลก คงได้ประมาณนี้เป็นอย่างน้อย

บางทีมาตรฐานโดยรวมของคู่แข่งในทวีป ก็อาจมีผลต่อ “เด็กเรียนของชั้น” อย่างทีมซามูไร

ญี่ปุ่น เล่นในเอเชียแต่กับทีมที่พวกเขาลุยใส่ แทบไม่เจอทีมใหญ่ ที่จะมากดดัน บีบให้ตั้งรับลึก จะมาได้เล่นก็หลังจากจบคัดบอลโลกไปแล้ว

ออสเตรเลีย แพ้จุดโทษ อียิปต์ (Getty Images)

ออสเตรเลีย เปิดด้วยการชนะ ตุรกี 2-0 แล้วมาแพ้ สหรัฐ 0-2 ก่อนยันเสมอ ปารากวัย แล้วเข้ารอบ 32 ทีมมาแพ้จุดโทษ อียิปต์ ของ โม ซาลาห์

อิหร่าน ขวัญใจชาวโลก ไม่แพ้ใครในรอบแรก เสมอ นิวซีแลนด์, เบลเยียม และ อียิปต์

การมี 3 แต้ม ของ อิหร่าน เท่ากันเป๊ะกับคะแนนของ เคปเวิร์ด ที่ได้อันดับ 2 ของอีกกลุ่มไปสร้างความประทับใจในการสู้ อาร์เจนตินา

แต่ อิหร่าน ตกไปที่ 3 และประตูได้เสียอยู่ที่ 9 ไม่เพียงพอจะเข้ารอบ

อิหร่าน เจอปัญหาสารพัน จากผลกระทบของการเมืองระหว่างประเทศ การเดินทางก็ยากลำบาก เข้าสหรัฐได้แบบฉาบฉวย ถึงไม่ได้เข้ารอบ แต่สำหรับชาวอิหร่าน ก็น่าภูมิใจ

อิหร่าน สู้สมศักดิ์ศรี (Getty Images)

ทีมหน้าใหม่ มาแบบไม่มีลุ้นเลย “รองแชมป์เอเชียนคัพ” จอร์แดน แพ้รวด 3 นัดกับ ออสเตรีย 1-3, แอลจีเรีย 1-2 และ อาร์เจนตินา 1-3

อุซเบกิสถาน ก็ 0 แต้ม เสร็จ โคลอมเบีย 1-3, โปรตุเกส 0-5 และ ดีอาร์ คองโก 1-3

เช่นเดียวกับ อิรัก กลับมาบอลโลกหนแรกใน 40 ปี แพ้ นอร์เวย์ 1-4, ฝรั่งเศส 0-3, เซเนกัล 0-5

ปลอบใจตัวเองว่า ทั้ง 3 ทีม มีประสบการณ์ระดับนานาชาติน้อยมาก จอร์แดน ก็ยังยิงได้ทุกนัด, อิรัก เจอกลุ่มมหาโหด

ส่วน อุซเบฯ เป็นทีมที่วางระบบเยาวชนที่ประสบความสำเร็จ ยังน่าติดตามอนาคต หลังได้ประสบการณ์ในหนนี้

จอร์แดน มีนักเตะเพียง 2 คนเท่านั้นที่ค้าแข้งในยุโรป และฟุตบอลโลกครั้งนี้ควรจะเป็นการปูทางให้นักเตะคนอื่นๆ ได้เจริญรอยตาม

ซาอุดีอาระเบีย และ กาตาร์ ใช้นักเตะค้าแข้งในลีกประเทศตัวเองเกือบทั้งหมด แถมลีกในประเทศยังทุ่มเม็ดเงินมหาศาลที่ดึงดูดผู้เล่นต่างชาติคุณภาพสูงเข้ามาสู่สโมสร

“แชมป์เอเชียนคัพ” กาตาร์ จอด (Getty Images)

เหมือนดาบสองคม ที่ปิดกั้นโอกาสนักเตะในชาติ

ซาอุฯ เสมอ อุรุกวัย 1-1 กับ เคปเวิร์ด 0-0, แพ้ สเปน 0-4

“แชมป์เอเชียนคัพ” กาตาร์ เปิดด้วยไล่ตีเสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 1-1 ก่อนแพ้ แคนาดา 0-6 เป็นสกอร์ยับสุดของทีมเอเชีย และปิดด้วยโดน บอสเนียฯ 1-3

“โสมขาว” เกาหลีใต้ อาจเป็นทีมที่สร้างความผิดหวังมากที่สุด

การเอาชนะ สาธารณรัฐเช็ก ในนัดเปิด 2-1 เป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ แต่มาแผ่ว แพ้ เม็กซิโก และ แอฟริกาใต้ สกอร์เดียวกัน 0-1 ในฟอร์มที่ย่ำแย่

แน่นอน แม่ทัพต้องรับผิดชอบ ฮง มยอง-โบ ได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอน ท่ามกลางกระแสความโกรธแค้นของแฟนบอลอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

แฟนเกาหลี เซ็งมาก (Getty Images)

กับภาพรวมของการบริหารงานเอเอฟซี เมื่อผลออกมาแบบนี้ ก็ต้องยอมรับความผิดพลาด

การจัดแข่งระดับสโมสร ที่เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ปรับเปลี่ยนกฎไปเรื่อย พร้อมเปิดประตูซูเปอร์สตาร์ทั่วโลกมาลงแข่งขัน ซึ่งเหมือนเอาใจเศรษฐีอาหรับ

หากไม่นับ โอเชียเนีย คือ นิวซีแลนด์ แล้วในรอบ 16 ทีมสุดท้าย “เอเอฟซี” ต้องขายหน้า เมื่อเป็นทวีปเดียวที่ไม่สามารถเข้ารอบมาได้ (ยุโรป 7, อเมริกาใต้ 4, แอฟริกา 2 และ คอนคาเคฟ 3)

และเมื่อดูตั้งแต่รอบแรก 9 ทีมจากเอเชีย ผ่านรอบแบ่งกลุ่มแค่ 2 ทีม

เทียบให้เห็นภาพกับ 10 ทีมตัวแทนแอฟริกา เข้ารอบแบ่งกลุ่มถึง 9 ทีม (ตูนิเซีย ตกทีมเดียว) และไปต่ออีก 2 ทีม (โมร็อกโก, อียิปต์)

มันก็น่าคิดถึงมาตรฐานฟุตบอล และโควตาที่ฟีฟ่าแบ่งให้

ฟุตบอลโลก จบไป อาจเซ็งๆ มึนๆ แต่เดี๋ยวต้นปีมี เอเชียนคัพ ก็มามุ่งมั่นกันหาแชมป์ทวีป จนอาจลืมวางฐานทำผลงานระยะยาว

ทั้งที่ในเวทีโลก บอลเอเชีย ไม่ได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับชาติอื่น แต่ละครั้ง ถ้าไม่นับปี 2002 (เจ้าภาพ-เกาหลีใต้ ได้ที่ 4) ก็ยังตันที่รอบน็อกเอาต์นัดแรก

กับโควตาไปบอลโลก ที่ได้มาก้อนใหญ่ 8-9 ทีม กับทวีปที่คลาสของฟุตบอลยังอยู่ท้ายๆ สู้เขาไม่ได้

เป็นเหมือนไม้ประดับตลอดมา

คิดมาใกล้ตัวแล้วก็สะท้อนใจ ขนาดมาตรฐานเอเชียแบบนี้ ทีมชาติไทย ก็ยังไม่สามารถพาตัวเองไปอยู่ใกล้ๆ กลุ่มต้นๆ ของทวีปที่อยู่โหล่ของโลกฟุตบอลได้เลย.

วุฒินล บุญวานิช