ร้านกาแฟ ร้านราเม็ง และร้านขายดอกไม้แบบไม่มีพนักงาน กำลังแพร่หลายทั่วเกาหลีใต้ เนื่องจากเจ้าของร้านต่างหันมาใช้หุ่นยนต์และระบบบริการตนเอง เพื่อฟันฝ่าต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น ในโมเดลธุรกิจที่อาศัยความซื่อสัตย์ของผู้ใช้อย่างกว้างขวาง
สำนักงานดับเพลิงแห่งชาติของเกาหลีใต้ ระบุว่า ร้านค้าประเภทนี้ ซึ่งมักเปิดตลอด 24 ชั่วโมง คาดว่ามีจำนวนถึง 9,000 แห่งทั่วประเทศ ภายในสิ้นปี 2567 ขณะที่ผู้ให้บริการชำระเงิน “ซัมซุงการ์ด” ระบุว่า จำนวนร้านค้าเหล่านี้อาจเพิ่มขึ้นสี่เท่าภายในปี 2568 จากระดับในปี 2563
“จำนวนบาริสต้าในวัย 20 ต้น ๆ ลดลงอย่างมาก” นายคิม ดงจิน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัท เลานจ์ เอ็กซ์ กล่าว ซึ่งบริษัทของเขาใช้แขนกลที่ชื่อว่า “บาริส” (Baris) ในการเสิร์ฟเครื่องดื่ม อีกทั้งดำเนินกิจการร้านกาแฟ 24 ชั่วโมง แบบไม่มีพนักงาน จำนวน 8 แห่งทั่วเกาหลีใต้ โดยส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงโซล แม้มีพนักงานชงกาแฟที่เป็นมนุษย์ในร้านสาขาอีก 4 แห่งก็ตาม
อนึ่ง ร้านค้าที่ไม่มีพนักงานไม่ใช่เรื่องแปลกในระดับโลก เนื่องจากประเทศต่าง ๆ เช่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐ ก็มีร้านขายของชำไร้แคชเชียร์ แต่แนวคิดดังกล่าวแพร่หลายอย่างกว้างขวางในเกาหลีใต้ จนครอบคลุมถึงร้านจำหน่ายสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง และร้านบูติกเสืัอผ้าด้วย

เจ้าของร้านค้าเหล่านี้อ้างถึงความยากลำบากในการหาพนักงานที่เหมาะสม และต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้น ว่าเป็นเหตุผลในการนำโมเดลธุรกิจนี้มาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตราการก่ออาชญากรรมเล็กน้อยในเกาหลีใต้ที่อยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ
ทั้งนี้ เกาหลีใต้ประสบปัญหาประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเกิดต่ำที่สุดของโลก ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งรัฐบาลโซลคาดการณ์ว่า ประชากร 51.8 ล้านคนของประเทศ จะลดลงเกือบ 30% เหลือ 36.2 ล้านคน ภายในปี 2615
ด้านคิม ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมกาแฟมานาน 20 ปี ซึ่งเข้าร่วมงานกับบริษัท เอ็กซ์วายแซด โรโบติกส์ บริษัทแม่ของเลานจ์ เอ็กซ์ เมื่อ 7 ปีก่อน และเปิดตัวร้านกาแฟไม่มีพนักงานในปี 2567 กล่าวว่า การจ้างบาริสต้าผู้เชี่ยวชาญเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อย ๆ
พวกเขาลองเชิงด้วยการใช้โมเดลธุรกิจแบบผสมผสาน โดยจ้างบาริสต้าหนึ่งหรือสองคนในแต่ละร้าน ซึ่งในขณะนี้ ร้านค้าแต่ละแห่งต้องการพนักงานที่เป็นมนุษย์เพียงหนึ่งชั่วโมงในตอนเช้าเพื่อเติมของ เช่น เมล็ดกาแฟ และขนมอบ รวมถึงทำความสะอาด

คิมกล่าวว่า แม้ยอดขายในร้านกาแฟที่มีพนักงานประจำ ยังคงมีแนวโน้มสูงกว่า อย่างไรก็ตาม การประหยัดค่าแรงช่วยเพิ่มผลกำไรของร้านที่ไม่มีพนักงานได้มากกว่า 40% จากประมาณ 10-15% ในร้านกาแฟแบบดั้งเดิม
ขณะที่ นางฮยอน ซุน-จู ซึ่งรับช่วงต่อร้านราเม็งแบบไม่มีพนักงานเมื่อปีที่แล้ว เพื่อหารายได้หลังจากเป็นแม่บ้านมานานหลายปี กล่าวว่า แม้จะมีเหตุการณ์ลักขโมยเกิดขึ้นบ้าง แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ก็ใช้บริการร้านค้าอย่างมีจิตสำนึก
นอกจากนี้ ฮยอน กล่าวเพิ่มเติมว่า รูปแบบบริการตนเองที่ลูกค้าเลือกราเม็งจากชั้นวางติดผนัง เติมน้ำร้อน และเลือกเครื่องเคียงที่ชอบด้วยตัวเอง ช่วยให้เธอสามารถจัดการตารางเวลาของบุตรและงานบ้าน และทำให้เธอไม่ต้องบริหารจัดการพนักงาน.
ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



