“ทีมข่าวอาชญากรรม” สอบถามถึงสถานการณ์ค้ายาเสพติดข้ามชาติ และความเสี่ยงหลอกใช้คนนอกขบวนการมีโอกาสและแนวโน้มอย่างไร กับนายพงษธร อินอำนวย  ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษคดีการค้ามนุษย์และคดียาเสพติด กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) สะท้อนความเห็นกรณีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เริ่มหันเหจ้างวานใช้“อาชีพที่มีหน้าตาทางสังคม” อย่างแอร์โฮสเตส  รับหิ้วสินค้าของฝากจากไทยไปต่างประเทศ หรือนำของฝากจากต่างประเทศเข้าไทย โดยหลอกลวงให้ตกเป็นหนึ่งในขบวนการว่า  เป็นที่สังเกตว่าอาจไม่ได้พุ่งเป้าไปที่อาชีพลูกเรือสายการบินเพียงอย่างเดียว เพราะขบวนการดังกล่าวมีเป้าหมายหลักคือ ต้องการนำยาเสพติดไปส่งถึงมือผู้รับยังประเทศปลายทาง จึงใช้ทุกวิธีการที่เป็นไปได้เพื่อตบตาไม่ให้ถูกจับกุม

สำหรับ“อาชีพลูกเรือ”กับการตกเป็น“เป้าหมาย”ขบวนการข้ามชาติก็เป็น“ช่องโหว่”อย่างหนึ่ง เพราะขบวนการก็พยายามหาช่องทางที่ง่ายที่สุดเพื่อให้ยาเสพติดถูกนำออกไปได้ หากไม่ใช้อาชีพลูกเรือเป็นผู้นำพา ก็อาจใช้วิธีข้ามผ่านพรมแดนธรรมชาติไปยังมาเลเซีย ก่อนเข้าสู่ออสเตรเลีย หรืออาจส่งยัดไส้ไปใน“สินค้าที่ไม่ต้องสำแดง”ด่านศุลกากร ทำให้มียาเสพติดหลุดลอดไปได้

แต่เมื่อถูกตรวจสอบเข้มข้นขึ้น จึงต้องคิดหาวิธีการ เช่นกรณีลูกเรือสายการบินที่เปิด“รับหิ้ว”สินค้าเป็นปกติก็สบโอกาสใช้“เอกสิทธิ์”ในอาชีพเป็นผู้นำพายาเสพติดออกไปให้ ทำให้อาชีพลูกเรือตกเป็นเครื่องมือ ทั้งนี้  ย้อนไปในอดีตขบวนการเหล่านี้จะใช้คำว่า“โพยก๊วน” แต่ปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนโดยดึงวงการคริปโตเคอเรนซีเข้ามาเกี่ยวข้อง

ยกตัวอย่าง การขยายผลจับเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติของนายฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา หรือ หนูเฉิน ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบซื้อขายเคมีภัณฑ์นำไปใช้ผลิตยาเสพติด และมีความเชื่อมโยงกลุ่มทุนจีนเทา  ผลการตรวจค้นยังพบหลักฐานเป็นเอกสารเกี่ยวกับการซื้อขาย-ส่งออกสารเคมีหลายรายการ ขบวนการใช้จ่ายผ่านระบบเพย์เมนท์ เกต์เวย์(Payment Gateway) และใช้เงินคริปโตฯแปรสภาพเงินที่ได้ เพื่อปกปิดธุรกรรม

การผันเงินในลักษณะดังกล่าว พบสาระสำคัญว่าคริปโตฯที่ใช้จ่ายผ่านเพย์เมนท์ ไม่เกี่ยวข้องแค่ยาเสพติดแต่ยังเชื่อมโยงอาชญากรรมเศรษฐกิจระดับสากล ทั้งสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงลงทุน ไฮบริดสแกม การค้ามนุษย์ และพนันออนไลน์ด้วย

“รูปแบบบรรจุภัณฑ์หีบห่อซุกซ่อนยาเสพติดเปลี่ยนแปลงอยู่ต่อเนื่อง ตนเจอมาตั้งแต่ยัดในพรมเช็ดเท้า เสื้อผ้า และกระเป๋า หรือหากย้อนไปเดิมทีคือให้คนกลืนลงท้อง ทำให้เกิดเครื่องเอ็กซเรย์ที่ติดตั้งท่าอากาศยานทั่วโลก แต่เมื่อพัฒนาสู่การซุกซ่อนในพัสดุส่งออก ซึ่งแนบเนียนสุดคือตั้งบริษัทนิติบุคคลให้บริการส่งออกพัสดุโดยเฉพาะ แต่ส่วนใหญ่เป็นบริษัทผี  นำชื่อชาวไร่ชาวนามาเป็นกรรมการ และใช้บัญชีม้าทำธุรกรรม ทำให้จับตัวการหลักยาก และเครือข่ายมักปิดบังอำพราง แบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อไม่ให้ขยายผลเจอ”

นายพงษธร  ยังระบุ วิวัฒนาการที่ใช้ลูกเรือเป็นหนึ่งในขบวนการร่วม เป็นเรื่องน่าห่วงกังวลเพราะคือช่องว่าง แต่หากต้องขยายผลพุ่งเป้าโฟกัสจริงๆ จะเป็นเรื่องชำระเงินอย่างเพย์เมนท์ฯที่เป็นระบบชำระรวมศูนย์ให้เครือข่าย ทั้งค่าหิ้ว ค่าบรรจุพัสดุ ค่าจัดส่ง การจะพบเจ้าของกระเป๋าคริปโตฯตัวจริงต้องใช้เครื่องมือพิเศษตรวจสอบ เพราะปลายทางที่ตรวจเจอในการรับค่าจ้างและถูกจับ(รายย่อย) ส่วนใหญ่ก็กลายเป็นเงินบาทไปแล้ว

นอกจากนี้ เผยว่า เจ้าหน้าที่ไทยไม่ได้ตั้งประเด็นเพียงแค่สอบสวนแหล่งที่มาของยาเสพติดประเทศเพื่อนบ้าน อย่างลาว หรือเมียนมาร์เพียงอย่างเดียว เพราะยุทธศาสตร์สำคัญคือ พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำที่อยู่ในป่า และมีพรมแดนธรรมชาติติดกับไทยในหลายจังหวัด  จึงมักลักลอบลำเลียงในลักษณะ“กองทัพมด”นำเข้ามายังไทย และหาพื้นที่เหมาะสมใช้เป็นแหล่งพัก ก่อนทยอยส่งเข้าพื้นที่ชั้นในของกทม. เพื่อเตรียมนำลงใต้ส่งออกไปประเทศที่สาม

นี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญว่าประเทศไทยกำลังตกเป็น 1 ในประเทศทางผ่าน ซึ่งล่าสุดยังพบพื้นที่ด่านเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี ก็ตกเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายทางผ่านนำส่งยาเสพติดเช่นกัน

ข้อมูลจุดพักยาบ้าจากรายคดีที่ผ่าน ๆมาพบว่ามักนำไปพักไว้พื้นที่ชั้นในของกทม. แต่ถ้าเป็นเฮโรอีน หรือไอซ์ เมื่อถูกนำเข้าจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคเหนือ จะถูกนำออกไปปลายทางประเทศที่สาม โดยมักไม่นำมาพักหรือซุกไว้ในกทม. แต่เลือกนำไปเก็บไว้ที่จ.พระนครศรีอยุธยา  นครปฐม หรือสมุทรปราการ(วงแหวนรอบกทม.) เป็นต้น ก่อนนำลงใต้ หรือภาคตะวันออก อย่างคดีที่กองคดียาเสพติด ดีเอสไอเคยทำพบมีการเตรียมนำส่งออกทางทะเลผ่านทางเรือด้วย

ดังนั้น เส้นทางลำเลียงระหว่างยาบ้า เฮโรอีน และไอซ์ จึงแตกต่างกันในส่วนของผู้ใช้  ยาบ้าคนไทยนิยม  เมื่อนำเข้าก็จะถูกกระจายไปตามพื้นที่กทม. แต่พอเป็นเฮโรอีนและไอซ์ กลุ่มผู้ใช้มักเป็นต่างชาติ  จึงต้องใช้ไทยเป็นทางผ่านนำออกไปออสเตรเลีย มาเลเซีย ญี่ปุ่น เป็นต้น

สำหรับสถานะทางคดีล่าสุด ป.ป.ส.ประสานข้อมูลเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติทั้งหมด เพื่อให้สอบสวนเป็นคดีพิเศษ ตามเงื่อนไขบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547  ด้วยลักษณะคดีที่สลับซับซ้อน ป.ป.ส.มีอำนาจเพียงสอบสวน ไม่มีอำนาจจับกุมจึงต้องส่งข้อมูลที่ได้ให้ตำรวจ หรือดีเอสไอ ซึ่งจะขยายผลภาพรวม นักค้ารายใหญ่ที่อาจเชื่อมโยงเครือข่ายประเทศเพื่อนบ้านและในไทย อย่าง จ.เลย  หนองคาย หรือพื้นที่ภาคใต้ เป็นต้น

“ทุกอย่างจะสามารถต่อจิ๊กซอว์ความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายในคดีปัจจุบันและเครือข่ายในคดีที่ได้มีการจับกุมไปแล้วได้ทั้งหมด จึงมีความเป็นไปได้ว่าคดีของลูกเรือสายการบินชื่อดัง ท้ายสุดแล้วอาจพบความเชื่อมโยงกลุ่มผู้ต้องหาว่าเป็นหนึ่งในเครือข่ายของนายหนูเฉินก็เป็นไปได้ เพราะนายหนูเฉินเองก็มีเครือข่ายอยู่ที่ภาคเหนือเช่นกัน”

พร้อมทิ้งท้ายความน่าสนใจในประเด็นการอนุญาตจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลทางออนไลน์ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งมองว่าต้องขยับมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันมากขึ้น เพราะหลายครั้งในรายคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจมักพบสถานที่จดทะเบียนมีสภาพไม่สอดคล้องความจริง เป็นบ้านร้าง หรือที่อยู่แห่งเดียวแต่มีหลายสิบบริษัท

ในส่วนนี้เบื้องต้นทราบว่ากรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่ระหว่างปรับปรุงแก้ไขระเบียบ เพราะสุดท้ายการจดทะเบียนจัดตั้งผ่านออนไลน์ยังเชื่อมโยงไปถึงการเปิดบัญชีธนาคารแบบนิติบุคคลได้ นี่จึงเป็นประเด็นที่ต้องอุดช่องโหว่ให้ครบทั้งกระบวนการ ปิดกั้นการกระทำผิดให้ครบถ้วน.

ทีมข่าวอาชญากรรม  รายงาน