บรรดาผู้สันทัดกรณีด้านกลาโหมกล่าวว่า คำมั่นสัญญาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่จะอนุญาตให้รัฐบาลเคียฟผลิตระบบระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ “แพทริออต” ของสหรัฐ ถือเป็นชัยชนะสำหรับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน แต่การเริ่มต้นการผลิตอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งปี
เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นที่เรื้อรัง จนกว่ายูเครนจะผลิตได้เอง รัฐบาลเคียฟจึงเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากในการเลือกเป้าหมายที่จะให้ความสำคัญกับการป้องกันประเทศ ขณะที่รัสเซียยังคงโจมตีเมืองต่าง ๆ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง
คำสัญญาของทรัมป์เกิดขึ้น ในการพบหารือกับเซเลนสกีระหว่างการประชุมสุดยอดขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี เป็นท่าทีสนับสนุนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นอย่างมาก นับตั้งแต่ผู้นำทั้งสองคนปะทะคารมกันที่ทำเนียบขาว เมื่อเดือน ก.พ. ปีที่แล้ว
ระบบสกัดขีปนาวุธแพทริออต มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันประเทศของยูเครน ในช่วงเวลาที่เซเลนสกีกล่าวว่า รัสเซียพยายามใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบในด้านขีปนาวุธ ด้วยการโจมตียูเครนอย่างหนัก
แม้แพทริออตเป็นอาวุธเพียงประเภทเดียวในคลังแสงของรัฐบาลเคียฟ ที่สามารถหยุดยั้งขีปนาวุธของรัสเซียได้ แต่คำมั่นสัญญาของทรัมป์กลับมีความคลุมเครือ โดยเขายอมรับว่ายังไม่ได้พูดคุยกับบริษัทที่ผลิตขีปนาวุธสกัดกั้น ไม่ว่าจะเป็น ล็อกฮีด มาร์ติน และเรย์ธีออน
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่า เวลาที่จำเป็นในการสร้างโรงงานประกอบชิ้นส่วนและจัดหาผู้รับเหมา หมายความว่าการผลิตขีปนาวุธสกัดกั้น “แพค-2” (PAC-2) ของเรย์ธีออน หรือขีปนาวุธ “แพค-3” (PAC-3) ที่ซับซ้อนกว่าจากล็อกฮีด มาร์ติน จะไม่เริ่มต้นเร็วพอที่จะบรรเทาสถานการณ์ของยูเครนในอนาคตอันใกล้นี้
“ในระยะสั้น ผลกระทบจะจำกัดมาก และผมจะประหลาดใจมากถ้ากระบวนการนี้ใช้เวลาเร็วกว่า 12 เดือน เพราะผมคิดว่ามันจะใช้เวลานานกว่านั้นมาก” นายฟาเบียน ฮอฟฟ์มันน์ ผู้สันทัดกรณีด้านขีปนาวุธ จากสถาบันการศึกษาด้านการป้องกันประเทศของนอร์เวย์ ในกรุงออสโล กล่าว
อันที่จริง ยูเครนสามารถเร่งการพัฒนาทางทหารในสงครามได้ นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มปฏิบัติการทางทหารในปี 2565 แต่ผู้สันทัดกรณีด้านกลาโหมกล่าวว่า การสร้างระบบสกัดขีปนาวุธที่เดินทางเร็วกว่าความเร็วเสียงหลายเท่าตัว เป็นความท้าทายที่ยากที่สุดในเทคโนโลยีขีปนาวุธ
ด้านเซเลนสกี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ทีมงานด้านเทคนิคจะเร่งดำเนินการในรายละเอียดให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่เขาต้องการให้การผลิตเริ่มต้นในยูเครน “โดยเร็วที่สุด” และคาดว่าจะมีการส่งมอบขีปนาวุธแพค-3 จากสหรัฐ “ในอีกไม่กี่วัน”
นอกจากนี้ เซเลนสกียังขอให้พันธมิตรอื่น ๆ จัดหาขีปนาวุธจากคลังของตนเอง และภายใต้ข้อตกลงทางการเงินที่ประสานงานโดยนาโต ซึ่งกำหนดให้พันธมิตรในยุโรปและแคนาดาโอนเงินทุนไปยังสหรัฐ เพื่อจัดซื้ออาวุธที่ผลิตในสหรัฐสำหรับยูเครน
อนึ่ง ยูเครนตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มการป้องกันโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การผลิต และการทหาร แต่ถึงอย่างนั้น ฮอฟฟ์มันน์กล่าวว่า ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับยูเครน อาจเป็นการโจมตีอย่างหนักหน่วง.
ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



