เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมมีเรื่องราวอันน่าเหลือเชื่อเผยแพร่ในโลกโซเชียลมีเดีย สื่อท้องถิ่นอย่าง Xiaoxiang Morning Herald รายงานว่า ระหว่างที่ เฉินเจี๋ย ชายหนุ่มชาวเซี่ยงไฮ้ เดินทางไปทำงานที่มณฑลยูนนาน ทางตอนใต้ของจีน และถือโอกาสแวะเที่ยวทะเลสาบลู่กู ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในเช้าตรู่วันที่ 9 กรกฎาคม เวลาประมาณ 6 นาฬิกา ก็มีนักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่ดูมีอายุมากกว่า เฉิน เข้ามาหาเขาซึ่งกำลังนั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นริมทะเลสาบ แล้วขอร้องให้ช่วยถ่ายรูปให้
หลังจากถ่ายรูปเสร็จ ทั้งสองได้พูดคุยกัน ทำให้เฉินทราบว่า “พี่ชาย” คนนี้มาจากเมืองเกาสง เกาะไต้หวัน แต่บ้านเกิดของบรรพบุรุษอยู่ที่เมืองผู่หยวน เมืองเล็กๆ ในเขตถงเซียง มณฑลเจ้อเจียง
ข้อมูลนี้ทำให้เฉินรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก เพราะเมืองผู่หยวนก็คือบ้านเกิดของเขาเช่นกัน ทั้งสองจึงถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึกและแลกเปลี่ยนคอนแทกต์บนโซเชียลมีเดีย ทำให้ เฉิน ได้ทราบว่านักท่องเที่ยวท่านนี้ใช้นามสกุลว่า “เฟย”
ข้อมูลส่วนตัวหลายๆ อย่างของ เฟย ทำให้ เฉิน เริ่มสงสัยว่าชายคนนี้อาจจะเป็นญาติของเขา จึงส่งข้อความไปหาพ่อของเขาเองเพื่อสอบถาม ซึ่งเป็นคนขอให้เขาลองถามว่า พ่อของชายคนดังกล่าวชื่อ “เฟยอวิ๋นเฟิง” หรือไม่
เมื่อได้รับคำตอบรับว่าใช่ เฉิน จึงรีบโทรศัพท์หา เฟย เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมอื่นๆ จนกระทั่งสามารถยืนยันได้แน่นอนว่า นักท่องเที่ยวผู้นี้คือสมาชิกในครอบครัวที่ขาดการติดต่อกันไปนานหลายสิบปี
เฉิน เล่าว่า พ่อของ เฟย และปู่ของเขาเป็นพี่น้องกัน โดยพ่อของ เฟย ได้ย้ายไปอยู่ไต้หวันพร้อมกับกองทัพพรรคก๊กมินตั๋งก่อนการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนในปีค.ศ. 1949 ส่วนปู่ของ เฉิน ถูกครอบครัวนามสกุลเฉินรับไปเลี้ยงดู จึงได้เปลี่ยนมาใช้นามสกุลเฉินตั้งแต่นั้นมา

“หากนับตามลำดับความศักดิ์ในครอบครัว ผมควรจะเรียกพี่ชายคนนี้ว่า ‘คุณลุง’ ครับ” เฉิน กล่าว “ผมนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกราว 20 คนฟัง ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามันบังเอิญอย่างไม่น่าเชื่อ และเป็นประสบการณ์ที่มหัศจรรย์มากๆ”
ในอดีต พ่อของ เฟย และปู่ของ เฉิน ต้องขาดการติดต่อกันไปนานหลายทศวรรษ จนกระทั่งในช่วงปลายยุคทศวรรษ 1980 ทางการเปิดโอกาสให้ชาวไต้หวันสามารถเดินทางกลับมาเยี่ยมญาติที่แผ่นดินใหญ่ได้ แต่พ่อของ เฟย ก็ไม่มีโอกาสได้เดินทางมาด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม ในปีค.ศ. 1991 พ่อของ เฟย ได้ส่งจดหมายมาถึงคุณปู่ และฝากเงินจำนวน 200 ดอลลาร์สหรัฐผ่านคนรู้จักมาให้
“ในยุคนั้น ผู้คนบนแผ่นดินใหญ่ยังคงมีความเป็นอยู่ที่ยากจน เงิน 200 ดอลลาร์สหรัฐจึงถือเป็นเงินจำนวนที่มหาศาลมาก” เฉินกล่าว โดยครอบครัวของเขายังคงเก็บรักษาจดหมายฉบับนั้น ซึ่งมีอายุมากกว่า 30 ปีเอาไว้เป็นอย่างดี
ข้อความในจดหมายจาก เฟย คนพ่อเขียนไว้ว่า “เงินจำนวนนี้แสดงถึงความห่วงใยและอาทรที่พี่มีต่อน้อง ปีนี้พี่ยังไม่สามารถเดินทางกลับแผ่นดินใหญ่ได้ ไว้พี่จะหาโอกาสในปีหน้า ขอให้ญาติๆ ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุข”

แม้ว่าทั้งพ่อของ เฟย และปู่ของ เฉิน จะเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว แต่มิตรภาพและความผูกพันยังคงถูกส่งต่อมายังรุ่นลูกหลาน ทาง เฟย เองก็รู้สึกประหลาดใจกับความบังเอิญอันน่าอัศจรรย์นี้เช่นกัน
“ในสถานที่ท่องเที่ยววันนั้นมีคนมากมาย แต่ผมกลับเลือกเดินไปขอให้ เฉินเจี๋ย ช่วยถ่ายรูปให้ พรหมลิขิตมาให้เราได้เจอกันจริงๆ ครับ” เฟย กล่าว เขายังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า เขามีแผนที่จะเดินทางไปเมืองผู่หยวนในเดือนหน้าเพื่อพบปะกับครอบครัวของ เฉิน
“สายสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัวของเรา อาจเป็นหน้าที่ของคนรุ่นเราที่จะต้องช่วยกันรักษาและสืบสานต่อไปในอนาคต” เฉิน กล่าวทิ้งท้าย
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : Facebook / chinadaily



