เริ่มกันที่ มหกรรมศิลปศึกษา – ช่างศิลปะ 2569 (Chang – Silp Arts Festival 2026)โดยกลุ่มศิษย์เก่าร่วมกับหอศิลป์วังหน้าและศูนย์รักษ์ศิลป์จัดแสดงผลงานนับแต่ 5 – 26 กรกฎาคม ณ หอศิลป์วังหน้า ถนนราชินี กรุงเทพฯ ในนิทรรศการฯแสดงผลงานศิลปะหลากหลายมุมมองและมีอัตลักษณ์โดดเด่น ทั้งงานจิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสมร่วมสมัยฯลฯ สะท้อนความคิดของศิลปินแต่ละรุ่น ผลงานของศิลปินแห่งชาติ ศิลปินชั้นครู ศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิและศิลปินที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย

“Blood of the Gods, Tears of the Sun”โดย วัลลภ หาญสันเทียะ นิทรรศการ“เลือดของเทพเจ้า น้ำตาของพระอาทิตย์” คือบทสำรวจต่อเนื่องจากนิทรรศการนักล่าสู่ผู้ถูกล่าที่ศิลปินจัดแสดงไว้ในปี 2567 ท่ามกลางโลกที่แปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ทั้งวิกฤตสิ่งแวดล้อม การย้ายถิ่น และการสั่นคลอนของโครงสร้างทางสังคม ฯลฯ ผลงานในนิทรรศการสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ความเชื่อ และทรัพยากรที่ถักทอเป็นเนื้อเดียว ความศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในพิธีกรรม หากแฝงอยู่ในวิถีชีวิตที่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยสิ่งเหล่านั้น นิทรรศการครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงภาพแทนของความสูญเสีย หากคือการตั้งคำถามต่อสถานะของมนุษย์ ฯลฯ จัดแสดง 22 สิงหาคม – 2 ณ Head High Second Floor ถนนสิงราช เชียงใหม่

นิทรรศการศิลปะ “เศษศรัทธา (After Faith)” โดย สุภัทร์พร โปสกนิษฐกุล นิทรรศการฯชวนสำรวจชีวิตหลังพิธีกรรม ของวัตถุแห่งการบูชา นิทรรศการฯมาจากดอกไม้และเศษวัสดุที่หลงเหลือจากวิถีชีวิตประจำวันของตลาด วัสดุที่ถูกละทิ้งเหล่านี้ ได้รับการตีความแปรสภาพและสร้างความหมายใหม่ ผ่านการทดลองทางศิลปะ “เศษ”ไม่ได้หมายถึงจุดสิ้นสุดของคุณค่า หากเป็นช่วงเวลาหนึ่งของการเปลี่ยนผ่าน นิทรรศการฯชวนให้พิจารณา ไม่เพียงว่าเราถวายอะไร แต่สิ่งที่เราถวายจะดำรงอยู่ ต่อไปอย่างไร ทิ้งผลกระทบเช่นใดไว้เบื้องหลัง และจะรับผิดชอบต่อร่องรอยแห่งศรัทธาที่ได้ทำอย่างไร ฯลฯ นิทรรศการฯ จัดแสดง 26 กรกฎาคม ถึง 30 พฤศจิกายน ณ เมเกอร์ส ลอฟท์ ชั้น 3 ปากคลองตลาด ถนนจักรเพชร

“เปิดไฟประดับโบราณสถานยามค่ำคืน” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กรมศิลปากรเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ และโบราณสถานทั่วประเทศเข้าชมฟรี พร้อมเปิดไฟประดับโบราณสถานสำคัญเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีคุณูปการต่องานมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติอย่างหาที่สุดมิได้ ทั้งนี้โครงการประดับไฟโบราณสถานสำคัญจะเปิดไฟสว่างไสวพร้อมกันในวันที่ 27 – 29 กรกฎาคม ได้แก่ ปราสาทหินพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ , ปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์, เมืองโบราณเวียงกุมกาม จังหวัดเชียงใหม่, เมืองโบราณเชียงแสน จังหวัดเชียงราย บริเวณวัดป่าสัก วัดเจดีย์หลวง วัดพระบวช วัดมุงเมือง วัดพระยืน วัด เชตวัน (กาเผือก) และวัดอาทิต้นแก้ว,อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร, โบราณสถานบ้านหลวงรับราชทูต (บ้านวิชาเยนทร์) จังหวัดลพบุรี, ปราสาทหินพิมาย จังหวัดนครราชสีมา, อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช วัดชนะสงคราม และวัดสระศรี, อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และวัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ปิดท้ายที่ “เสือ 4 แควร์” ผลงาน 4 ศิลปิน ได้แก่ P7, Lolay, ทินกร กาษรสุวรรณ และวุฒิกร คงคา โดยนิทรรศการครั้งนี้สี่ศิลปินหวนกลับมาสร้างบทสนทนาใหม่ๆ หลังต่างคนต่างเติบโตในวงการศิลปะ บทสนทนาเรื่องราว “เสือๆ” ของศิลปินที่นั่งคุยกัน เล่าถึงการผจญภัยอย่างอิสระด้วยกรงเล็บจากพู่กันที่บรรจงกรีดลึกลงบนเนื้อหนังของผ้าใบ ท่ามกลางเสียงหัวเราะสนุกสนานในสถานะที่เคยร่วมแก๊งค์และเคยมีห่วงโซ่ของกุญแจมือล่ามตรึงให้เหนียวแน่นติดกันในช่วงหนึ่งของชีวิต ฯลฯ นิทรรศการฯแสดงต่อเนื่องถึง 5 สิงหาคม ณ ละลานตา ไฟน์อาร์ต
….สัปดาห์หน้าพาซอกแซกชมนิทรรศการกิจกรรมศิลปะที่ไหนอย่างไร กลับมาพบกัน
นายนกฮูก.



