ท่ามกลางกระแสกระแนะกระแหน ของคนไทยส่วนหนึ่ง แต่ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ก็ยังอยู่ในเส้นทางที่ดีในฟุตบอลอาเซียนคัพ
อาการฝืดๆ 35 นาทีแรกที่ชวนง่วงหงาวหาวนอน และ “เสือเหลือง” ของ ตันเชงโฮ ก็มาดี ขย่มไทยจนน่าหวาดเสียว ถ้าโดนก่อนจะหลุดโค้งไปเลยไหม
จุดเปลี่ยน จังหวะที่ มูฮัมหมัด ชามซุล ฟาซิลลี เตะยั้งเท้าไม่ทัน เข้าข้อเท้า คคนะ คำยก นำไปสู่การเช็ก VAR อยู่นาน เพราะภาพมาช้า และเมื่อมาแล้วก็ไม่ชัด
จะนานยังไง ก็เป็นจุดโทษอยู่ดี และ ยศกร บูรพา ยิงไม่พลาด
จากนั้นเกมพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ทุกอย่างง่ายไปหมด ยิ่งเมื่อมาได้ลูก 2 นาท่ีที่ 56 จาก ธีรศักดิ์ เผยพิมาย ก็เป็นอันจบ

ไทย จบเกมด้วยอีก 3 แต้ม รวมเป็น 6 แต้ม นำจ่าฝูง จากการยิง 7 ประตู และยังไม่เสียประตู
โอกาสเข้ารอบสูงมาก และควรเป็นที่ 1 เพราะโปรแกรมจะดีกว่า ตรงรอยต่อระหว่าง นัด 2 รอบรองฯ กับ นัดแรกรอบชิงฯ
เพราะหากตกที่ 2 ต้องเล่นแบบ “เยือน-พัก 2 วัน-เยือน”
2 เกมที่เหลือ วันที่ 4 ส.ค. เยือน ฟิลิปปินส์ ที่นิวคลาร์ก ตอนนี้ ฟิลิปปินส์ มี 3 แต้ม จากการเปิดบ้านแพ้ เมียนมา 1-4 และบุกชนะลาว 4-1
และปิดท้ายรอบแรก 8 ส.ค. เล่นที่ราชมังคลากีฬาสถาน พบ เมียนมา
ถึงนัดทีม เมียนมา นั้น ช้างศึก อาจเข้ารอบไปแล้ว สถานการณ์อาจไม่ตึงเครียด ดังนั้นอาจจะยังดึงแฟนบอลไทยไม่ได้เท่าไหร่
แต่อาจจะมีแฟนบอลเมียนมาเข้ามาเยอะ เพราะวันเสาร์ด้วย
ยอดผู้ชมเกม ช้างศึก-เสือเหลือง อยู่ที่ 16,037 คน เป็นจำนวนที่ช่วยโหมประโคม ดึงคนเข้าสนาม จนแทบจะนาทีสุดท้าย

แม้จะดูว่าไม่น่าเกลียด แต่เทียบกับ อาเซียนคัพหนก่อน เกมเหย้าแรก ที่ราชมังคลากีฬาสถาน และคู่แข่งคือมาเลเซีย เหมือนกัน กลางเดือน ธ.ค.2024
ยอดแฟนบอลอยู่ที่ 25,619 คน
ต่างกันเกือบ 1 หมื่นคน
เกมวันเสาร์ที่ผ่านมาใครไปดูที่สนาม ต้องยอมรับว่า “เงียบเหงา” ผิดปกติจริงๆ บอลเตะวันหยุด อีก 1-2 ชั่วโมงจะเตะ คนด้านนอกยังบางตา
ซุ้มแจกของกิน เนื้อย่างระดับพรีเมียม ให้ฟรีๆ กินเท่าไหร่ก็ไม่อั้น ยังไม่มีคนต่อคิว แค่เดินโฉบไปโฉบมา…คิดดูเถอะ
ปัจจัยหลายอย่าง นอกจากความสำคัญของแมตช์ แค่รอบแรกแล้ว
ราคาบัตร 300-600 บาท เพิ่มขึ้นที่นั่งละ 100 บาท จากหนล่าสุด
เงิน 100 บาท บางคนอาจจ่ายได้ แต่ก็มีคนที่รู้สึกว่า “เฮ้ย…ขูดกันเกินไป” จ่ายได้ แต่ไม่จ่าย(โว้ย)
ดูถ่ายทอดสด ก็ต้องเสียเงินจ่ายค่าแพคเกจครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เข้าใจได้ว่าโลกเปลี่ยนไป ทรูซื้อก็ซื้อไป แต่กลไกจากผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง ควรยื่นมือมาช่วยด้วย ไม่ใช่ ทรูซื้อแล้วก็จบ ยืนดูเฉยๆ
เหล่านี้ทำให้เกิดกระแส กระแนะกระแหน ประชดประชันหนัก
ไม่ดู, ไม่สน, บอลอะไร, ดูบอล 7 สีดีกว่า, ดูวอลเลย์บอลดีกว่า, ฟังวิทยุดีกว่า
น่าสนใจว่า กลายเป็นรถทัวร์ที่มาจอดเรื่อยๆ ในช่องทางโซเชียลของ สมาคมฟุตบอล, “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ และสื่อเจ้าต่างๆ

ยังดีที่ชนะ มาเลเซีย ได้แบบสงบๆ ไม่อย่างนั้นจะยิ่งลุกลาม
การเพิ่มเงินค่าบัตร, การเก็บเงินดูถ่ายทอดสด ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้น จนส่งผลกระทบต่อกระแส
เป็นแนวทางที่เหมือน “ไม่เห็นหัวอก หัวใจแฟนบอลคนไทย” คิดทำอะไรก็ทำได้ หรือปล่อยให้ทำไป
แฟนบอลคนไทยไม่ได้เป็นปัจจัยแรกที่นำมาคิด
แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้คงแก้ไขยากแล้ว ต้องเลยตามเลย

สิ่งที่จะกู้ศรัทธา ดึงแฟนบอลกลับมาสู่สนามมากๆ คือผลงานของทีมชาติไทย (ที่พวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยกับเหตุข้างต้น)
อย่างที่ แอนโธนี ฮัดสัน ตอบนักข่าว เรื่องแฟนบอลมีน้อย เขาบอกว่า เป็นหน้าที่ของเขา ที่ทำให้ทีมมีผลงานดีๆ เพื่อเรียกแฟนบอล
ถ้าปัจจัยรอบด้านไม่เอื้ออำนวย ทีมชาติไทย ก็ต้องก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ตัวเองต่อไปให้ดีที่สุด
รอบแรกกับเมียนมา อาจยังไม่มาก แต่รอบรองฯ, รอบชิงฯ หากเจอ เวียดนาม, อินโดนีเซีย จะดึงคนมากกว่านี้

โชว์ผลงาน เป็นการกวักมือเรียกแฟนบอล กลับมาดูทีมชาติไทย
ให้พวกเขารู้สึกว่าคุ้มค่ากับเงิน 300-600 บาท ที่จ่าย
คุ้มค่าเวลาเดินทาง
คุ้มค่ากับค่าแพคเกจ 199 บาท
อยากมาเชียร์ที่สนาม อยากดูถ่ายทอดสดจริงๆ
ลดความรู้สึก “ถูกเอาเปรียบ” ให้ได้มากที่สุด
เป็นการลดอาการขุ่นข้องหมองใจจากแฟนบอลได้ดีที่สุด.
.
วุฒินล บุญวานิช



