“ช้างศึก” ทีมชาติไทย ยังทำผลงานไม่ถูกใจ ไม่ประทับใจ แฟนบอลที่ได้ดู และไม่ได้ดูเท่าไหร่ ในอาเซียนคัพ 2026
แม้จะคว้า 12 แต้มเต็ม จาก 4 นัด ยิง 10 ลูก ไม่เสียประตูเลยก็ตาม
เปิดด้วยบุกชนะ ลาว 5-0, กลับมาเล่นในบ้าน เชือด มาเลเซีย 2-0, ออกไปเฉือน ฟิลิปปินส์ 1-0 และส่งท้าย ได้ 2 จุดโทษ ชนะ เมียนมา 2-0
รอบรองชนะเลิศ ทีมไทย จะเจอสิงคโปร์ วันที่ 15 และ 18 ส.ค.69 โดยเราออกไปเยือนก่อน
ท่ามกลางข้อจำกัดด้านการเรียกใช้งานนักเตะ โชคดีที่เส้นทางของไทย นับว่าค่อนข้างโล่ง

ลาว ไม่ต้องพูดถึง, มาเลเซีย มีปัญหานักเตะเหมือนไทย, ฟิลิปปินส์ ก็ไม่ใช่ชุดที่ดี ส่วน เมียนมา ยังไม่ใช่ระดับใกล้เคียง
และ ลาว, มาเลเซีย, เมียนมา ล้วนแต่เพิ่งเปลี่ยนโค้ช
เทียบกับหากโยกไปอีกกลุ่มสลับกับ เวียดนาม ไปร่วมกลุ่ม อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, กัมพูชา, ติมอร์เลสเต
เราจะหนักกับการเยือน อินโดฯ และเล่นในบ้านกับ สิงคโปร์ หรือแม้แต่ กัมพูชา จะเป็นปัญหา ทั้งในสนาม และการบริหารจัดการ
หรือแม้แต่ตอนนี้เข้ารอบรองฯ ไปแล้ว ก็ยังดีมากที่ไม่เจอ อินโดนีเซีย โอเค อาจบอกว่า สิงคโปร์ ชุดนี้เก็บตัวมาดีนะ แต่บอลสิงคโปร์ ถึงทรงดี แต่ไม่เด่นเรื่องหนักแน่น เขี้ยว และที่สำคัญพลังการเป็นทีมเหย้า ที่เป็นของแสลงของไทย
ก็ยังดีกว่าเจอ “อินโดนีเซีย”
แผนการของ แอนโธนี ฮัดสัน จึงง่ายขึ้น สำหรับรอบแรก นอกจากชัยชนะเกมเฉพาะหน้าด้วย ต้องมองระยะไกล กับการเซฟนักเตะ ในการเล่นทัวร์นาเมนต์ที่เตะบ้าบอคอแตก พัก 2-3 วัน แล้วยังต้องบินต่อไปเรื่อยๆ

นัดแรกกับ ลาว เปิดด้วย ผู้รักษาประตู กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล, เซ็นเตอร์แบ๊ก ณัฐพงษ์ สายริยา, มานูเอล ทอม เบียรห์, แบ๊กขวา นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, แบ๊กซ้าย วันชัย จารุงนงคราญ, กองกลาง สารัช อยู่เย็น, ชัยพล อดทน, คคนะ คำยก, เสกสรรค์ ราตรี โดยมีคู่หน้า ธีรศักดิ์ เผยพิมาย, ยศกร บูรพา
จากนั้นเกมชนะมาเลเซีย ได่้พัก 6 วัน ยึดชุดเดิมเกือบหมด ยกเว้นแบ๊กซ้าย อูแซมมา เทียงคาม ลงแทน วันชัย
พอมาเจอเกมถี่ยิบ พัก 2 วัน แถมต้องบินไป ฟิลิปปินส์ ฮัดสัน ตัดสินใจครั้งสำคัญ เปลี่ยนค่อนทีม 8 ตำแหน่ง มีเพียง 3 คน ลงตัวจริงต่อ คือ ผู้รักษาประตู กัมพล, เซ็นเตอร์ ณัฐพงษ์ และ กองกลาง เสกสรรค์
นอกนั้น ใส่ พรรษา เหมวิบูลย์, วาริส ชูทอง, วันชัย จารุนงคราญ, ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, ปกเกล้า อนันต์ รวมถึงคู่ดาวรุ่งกองหน้า ชวัลวิทย์ แซ่เล้า, เจะฮานาฟี มามะ
โจทย์เรื่องพักร่างกายนักเตะผ่านไป พอนัดสุดท้ายกับ เมียนมา ต้องมาแก้ปม 4 แข้งติดใบเหลืองอีก ต้องไม่ให้โดนเพิ่ม ฮัดสัน ตัดสินใจดร็อปหมด ทั้ง คคนะ, ยศกร, เสกสรรค์ และ ธีรศักดิ์
ชวัลวิทย์, เจะฮานาฟี ยังได้เป็นกองหน้า ใส่ พิชา กับ วรชิต ขับเคลื่อนเกมรุก คุมแดนกลางโดย สารัช กับ ชัยพล, พัก ณัฐพงษ์ ให้ พรรษา ยืนเซ็นเตอร์เนื่อง คู่กับ ทอม บ้าง

แบ๊กขวา-ซ้าย สลับกลับไปใช้ นฤบดินทร์ กับ อูแซมมา
จะเห็นว่า 11 ตัวจริงของ ฮัดสัน จะมีความยืดหยุ่นสูงมาก ไม่ใช่ว่าศักยภาพดี ขุมกำลังเท่ากัน ใส่ใครลงไปก็ได้
แต่คือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ด้วยระบบการจัดแบบอาเซียนๆ อย่างนี้ เปลืองพลัง เปลืองกระดูกกระเดี้ยวอย่างมาก ดังนั้นสิ่งสำคัญของโจทย์แต่ละนัด นอกจากชนะแล้ว คือต้อง “เอาตัวรอด” เพื่อมีสภาพที่ดีพอจะเล่นนัดต่อไป
ยิ่งด้วยนักเตะที่เรียกมาชุดนี้ เห็นๆ กันอยู่ว่า ไม่ใช่ “แถวหน้า”
กลยุทธของ “ฮัดสัน” เป้าหมายเหมือน “Game Survivor” ยังไงขอให้รอดชีวิตไปให้ได้ก่อน

ไม่ว่าจะด้วยชัยชนะแบบไหน กว่าจะได้ประตูชัยฟิลิปปินส์ ต้องรอท้ายเกม, กว่าจะชนะ เมียนมา ต้องได้ 2 จุดโทษจากแฮนด์บอล ที่ ยอร์น แอนเดอร์เซน โค้ชเมียนมา อัดว่า ไม่ได้แพ้ไทย แต่แพ้คนข้างสนาม
จะอะไรก็ตาม หากเอาผลแข่งเป็นที่ตั้ง ฮัดสัน พาทีมไทยมาได้ตามเป้าหมาย
และเมื่อย้อนมาดูสภาพนักเตะ ก็ถือว่า “ครบ 32” อาการไม่แย่ลง ไม่มีใครเจ็บ ไม่มีใครติดโทษแบน แถมดีขึ้นจากการได้ซ้อมมากขึ้น และรอบรองฯ จะได้ พาตริก กุสตาฟส์สัน กองหน้าบีจี ปทุม มาเสริม
ไม่เถียงว่า รูปทรง รูปเกม ไม่สวยงามเอาเลย จะเล่นแบบไหน อะไร ยังไง ก็ไม่ชัดเจน
อันนี้ผมขอเป็น “ทีมฮัดสัน” จากโจทย์ที่บอก เขาคงไปเน้นส่วนนั้นไม่ได้ จากรอบที่ผ่านมา ที่เรื่องเยอะเหลือเกิน
ก็ต้องยกประโยชน์ให้

คำถามจากนี้คือ “ช้างศึก” จะไปถึงแชมป์ไหม
เวลาพัก 1 สัปดาห์ นักเตะครบแล้ว กับ สิงคโปร์ ที่รออยู่ และรอบชิงฯ เวียดนาม หรือ มาเลเซีย
แฟนไทย ไม่ถูกใจฟอร์ม แต่ผมว่าคู่แข่งน่าจะแอบหวั่นๆ กับบอลประเภทเน้นผล และใช้ปัจจัยทุกอย่างในมือ ให้ได้ผลที่ต้องการ
อย่างสไตล์ ฮัดสัน ที่แสดงให้เห็นตั้งแต่การผ่าน เติร์กเมนิสถาน เข้ารอบเอเชียนคัพแล้ว
จะโดนกระแนะกระแหนว่าเล่นขี้เหร่
แต่ถ้าอยากได้แชมป์ ฮัดสันจะหยิบแชมป์มาให้
จะมีทรง หรือไม่มีทรง ถูกใจใครหรือไม่ แต่ถ้า “ฮัดสัน” ทำได้ ด้วยศักยภาพของนักเตะที่ไม่เต็มทัพแบบนี้
แถมได้ปั้นเด็กใหม่ อย่าง เจะฮานาฟี, ชวัลวิทย์, อูแซมมา, ชัยพล ขึ้นมาอย่างราบรื่น มาเป็นตัวเลือกได้ในอนาคต
ก็ต้องปรบมือให้นะ.
วุฒินล บุญวานิช



