“ลูกอมกระต่ายขาว” แบรนด์ลูกอมนมนุ่มระดับตำนานของจีนซึ่งเป็นที่คุ้นเคยในบ้านเราเช่นกัน เพิ่งกลายเป็นกระแสไวรัลเมื่อเร็ว ๆ นี้จากที่มีผู้หยิบยกดีไซน์ห่อกระดาษอันเป็นเอกลักษณ์มากล่าวถึง  

ในวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ผู้ใช้งานเอ็กซ์ในชื่อว่า “weeabob” ได้โพสต์ภาพห่อลูกอมลายคลาสสิกโทนสีน้ำเงิน แดง และขาว พร้อมรูปกระต่ายหูยาว และยกย่องว่าเป็น “ผลงานระดับมาสเตอร์พีซของการออกแบบกราฟิก”

โพสต์ดังกล่าวมียอดเข้าชมเกิน 6.1 ล้านครั้ง ผู้กดไลก์กว่า 264,000 ครั้ง และมีผู้เข้ามาแสดงความเห็นอีกกว่า 600 ข้อความ โดยผู้ใช้งานจำนวนมากต่างร่วมย้อนรอยความทรงจำถึงลูกอมนี้ รวมถึงพูดคุยถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และการทำงานร่วมกับแบรนด์หรือผู้มีอิทธิพลในแวดวงต่างๆ ที่น่าทึ่งของแบรนด์

ลูกอมกระต่ายขาวเปิดตัวครั้งแรกในปี 2502 เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็น “ลูกอมรสนมแห่งชาติ” ของจีน

ก่อนหน้ายุคแห่งลูกอมกระต่ายขาว ผลิตภัณฑ์ที่มาก่อนคือ “ลูกอมมิกกี้เมาส์ เอบีซี” ซึ่งพัฒนาขึ้นในปี 2486 โดยโรงงานลูกอมเอบีซีในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากลูกอมเนื้อนุ่มของอังกฤษ บรรจุอยู่ในห่อลูกอมพื้นแดง มีภาพมิกกีเมาส์และมินนีเมาส์ยืนคู่กันเป็นจุดเด่น

ต่อมาในปี 2497 โรงงานลูกอมเอบีซีได้เปลี่ยนชื่อเป็น โรงงานขนมและบิสกิตอ้ายหมิน ซึ่งมีความหมายว่า “รักประชาชน” และยกเลิกดีไซน์ห่อลูกอมที่ใช้รูปมิกกีเมาส์เนื่องจากกังวลเรื่องลิขสิทธิ์ ประกอบกับหนูถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน “สี่สัตว์ศัตรูพืช” ในยุคนั้น 

หลังจากนั้นลูกอมจึงถูกรีแบรนด์ใหม่ในชื่อ “ลูกอมรสนมตรากระต่ายขาว”

ในช่วงเวลาที่ทรัพยากรในจีนขาดแคลนอย่างหนัก ลูกอมกระต่ายขาวถูกมองว่าเป็นขนมระดับพรีเมี่ยมที่ทรงคุณค่าทางอาหาร ถึงขั้นมีคำกล่าวอ้างอันโด่งดังว่า “กินลูกอมกระต่ายขาว 7 เม็ด มีคุณค่าเท่ากับนม 1 แก้ว”

ดีไซน์ห่อลูกอมสีแดง น้ำเงิน ขาว พร้อมรูปกระต่าย สร้างภาพจำสุดคลาสสิกแก่ลูกค้าจากรุ่นสู่รุ่น

ในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมของจีน (ปี 2509 – 2519) ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกอมหาซื้อได้ยาก ผู้คนต่างพากันไปเข้าแถวต่อคิวยาวเหยียดหน้าร้านค้าเพื่อรอซื้อลูกอมยี่ห้อนี้ในช่วงเทศกาลสำคัญ

ลูกอมกระต่ายขาวคือความทรงจำแสนหวานของคนรุ่นก่อน ซึ่งสะท้อนผ่านวรรณกรรมยุคใหม่หลายเรื่อง เช่น ในนิยายเรื่อง “ซยงตี้” (ฉบับแปลภาษาไทยใช้ชื่อว่า “พี่กับน้อง”) ของหยูหัว ลูกอมกระต่ายขาวนี้เป็นสัญลักษณ์แทนความทรงจำวัยเด็กอันล้ำค่าของสองพี่น้องต่างสายเลือด ซึ่งเติบโตขึ้นในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม

ในปี 2515 ระหว่างการเยือนจีนครั้งประวัติศาสตร์ของประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน แห่งสหรัฐ มีรายงานว่าจีนได้มอบลูกอมกระต่ายขาวหนัก 5 กิโลกรัมเป็นของขวัญแก่คณะเดินทางทุกคน เล่ากันว่า คณะทำงานที่เดินทางมาถึงก่อนชื่นชอบลูกอมที่โรงแรมจัดไว้ให้มาก จนประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีน เหมาเจ๋อตง ต้องสั่งการให้นายกรัฐมนตรีโจวเอินไหล กำชับโรงงานผลิตลูกอมกระต่ายขาวให้เร่งผลิตทั้งวันทั้งคืนเพื่อนำมารับรองคณะทูต

แม้ปัจจุบันผู้บริโภคชาวจีนจะมีตัวเลือกในตลาดอาหารมากมาย แต่พวกเขาก็ยังคงซื้อลูกอมกระต่ายขาวต่อไป ซึ่งไม่ได้เกิดจากความถวิลหาอดีตเพียงอย่างเดียว

ปัจจุบันแบรนด์ลูกอมนี้อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท เซี่ยงไฮ้ กวานเซิงหยวน ฟูด จำกัด ซึ่งกำลังรุกตลาดด้วยการเปิดตัวสินค้าใหม่ และร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นทั้งในและต่างประเทศ

แบรนด์ลูกอมกระต่ายขาวเคยจับมือกับ “โคช” แบรนด์หรูจากอเมริกา ผลิตกระเป๋าและเสื้อผ้า รวมถึงร่วมมือกับแบรนด์จีนเพื่อผลิตน้ำหอมและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล

ในช่วงปีที่ผ่านมา ลูกอมกระต่ายขาวยังตีตลาดต่างชาติด้วยการบุกไปวางขายบนชั้นจำหน่ายขนมของ “คอสต์โค” ห้างค้าส่งยักษ์ใหญ่ในแคนาดา พร้อมเปิดตัวรสชาติใหม่ “ทิรามิสุ” สำหรับตลาดอเมริกาเหนือโดยเฉพาะ

ไม่เพียงเท่านั้น แบรนด์ยังขยายไลน์ไปสู่ ชานม ไอศกรีม และนำแครักเตอร์ “กระต่ายขาว” อันเป็นเอกลักษณ์ไปผลิตเป็นตุ๊กตา เครื่องเขียน และสินค้าอื่น ๆ เพื่อดึงดูดใจผู้บริโภครุ่นใหม่

แบรนด์ปรับตัวด้วยการขยายไลน์สินค้าและทำงานร่วมกับแบรนด์แฟชั่นอื่นๆ

บริษัทกวานเซิงหยวน รายงานว่า ยอดการผลิตลูกอมนมกระต่ายขาวเติบโตขึ้น 10% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี โดยมีปริมาณการผลิตรวมถึง 27,000 ตันในปี 2562 

หม่าโม่ ผู้เชี่ยวชาญด้านแบรนด์สินค้าจากสำนักข่าววิเคราะห์เศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคไฉจิ้งให้ความเห็นว่า ลูกอมกระต่ายขาวคือตัวอย่างของการรีแบรนด์สินค้าดั้งเดิมที่ประสบความสำเร็จ โดยสามารถสร้างรักษาสมดุลระหว่าง “คุณค่าดั้งเดิมและความคิดสร้างสรรค์” ได้อย่างลงตัว

“แบรนด์ยังคงยึดมั่นต่อรสนมที่เข้มข้นบริสุทธิ์ และดีไซน์ห่อลูกอมสีแดง น้ำเงิน ขาว แบบดั้งเดิม ทำให้ลูกค้าจำ ‘กระต่ายขาวในความทรงจำ’ ได้เสมอ ในขณะเดียวกันก็ปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของคนรุ่นใหม่ สร้างประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง” หม่าชี้ให้เห็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของแบรนด์.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES