สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ว่า ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐในแมนฮัตตัน เจเน็ตต์ วาร์กัส กล่าวว่า นโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประกาศเมื่อเดือน ม.ค. “ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน” และขัดต่อกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง ซึ่งได้ตัดอำนาจของ รมว.การต่างประเทศ ในการดำเนินการเรื่องวีซ่าผู้อพยพของเจ้าหน้าที่กงสุลไว้อย่างชัดเจน

เธอกล่าวว่า นโยบายดังกล่าว ซึ่งห้ามการออกวีซ่าผู้อพยพอย่างเด็ดขาด โดยพิจารณาจากสัญชาติของผู้สมัคร ถือเป็นการยกเลิกกรอบกฎหมายนี้โดยตรง

การระงับส่งผลกระทบต่อผู้สมัครจากประเทศในลาตินอเมริกา เช่น บราซิล โคลอมเบีย และอุรุกวัย ประเทศในแถบคาบสมุทรบอลข่าน เช่น บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา และแอลเบเนีย และประเทศในเอเชียใต้ เช่น ปากีสถาน และบังกลาเทศ รวมถึงหลายประเทศในแอฟริกา ตะวันออกกลาง แคริบเบียน และไทย

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอ้างว่า ผู้สมัครจากประเทศเหล่านั้น มีความเสี่ยงสูงที่จะกลายเป็นภาระของภาครัฐ และต้องพึ่งพาทรัพยากรของรัฐบาลท้องถิ่น รัฐ และรัฐบาลกลาง

คดีฟ้องร้องดังกล่าวถูกยื่นโดยกลุ่มสิทธิผู้อพยพ เครือข่ายกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองคาทอลิก (Catholic Legal Immigration Network) และกลุ่มชุมชุนแอฟริกัน (African Communities Together) ร่วมกับผู้สมัครขอวีซ่าผู้อพยพ และพลเมืองสหรัฐที่ให้การสนับสนุนสมาชิกในครอบครัว จากประเทศที่ปรากฏอยู่ในรายชื่อทั้ง 75 ประเทศ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS