สวัสดีจ้า “ขาสั้น คอซอง” สัปดาห์นี้ มีไอเดียเจ๋งๆ ของทีมเครือข่ายเยาวชนสร้างสรรค์วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ มานำเสนอจ้า
โดยทีมเครือข่ายเยาวชนสร้างสรรค์วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ ได้นำรากวัฒนธรรมของบ้านเกิดมาสื่อสารด้วยภาษาของคนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการ “Surin Local Beats” ที่นำเสียงจากวิถีชีวิตและมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดสุรินทร์มาผสมผสานกับดนตรีแนว Lo-Fi ให้ฟังง่าย เข้าถึงได้ และอยู่ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ จนโดนใจคณะกรรมการ คว้ารางวัลชนะเลิศสุดยอดโครงการต้นแบบในการดำเนินงานของเครือข่ายเยาวชนสร้างสรรค์วัฒนธรรม ประจำปี 2569 “Cultural Nexus: วัฒนธรรม เชื่อมอนาคต” จัดโดย กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) อีกด้วย

ทีมนี้มีสมาชิก 13 คนจากหลายสถานศึกษาในจังหวัดสุรินทร์ นำโดย “โต้” ศุภวัฒน์ วานวิน นักเรียนชั้น ม.6/1 โรงเรียนสุรินทร์ราชมงคล ประธานกลุ่มเครือข่ายฯ พร้อมเพื่อนๆ ได้แก่ “มนต์ตรีภัทร ปราบเทพ”, “ณัฐวัฒน์ เทียมลม”, “ธนภัทร รองสาลี”, “วิทวัส ปัญญาเปรียว”, “พิชญธิดา สายชุ่มดี”, “ฐิติภัทรา วาปีเก”, “สุภาวดี จินต์รอบ”, “อัจนา สุทธิสน”, “เทพทัต เสาวรัจ”, “สุชาวดี สมพงษ์”, “ปวรุฒจ์ แรงรอบ” และ “กิตติธัช ใสสะอาด”

“โต้“ เล่าว่า จุดเริ่มต้นของโครงการ มาจากการที่สมาชิกในทีมมองเห็นว่าวิถีชีวิตพื้นบ้านและสิ่งที่เป็นเสมือน “จิตวิญญาณของท้องถิ่น” กำลังค่อยๆ เลือนหาย จึงอยากเก็บรักษาไว้ผ่านเสียงเพลง แทนที่จะเลือกใช้เพลง Pop หรือ Rock แบบทั่วไป แต่เราเลือก Lo-Fi เพราะเป็นดนตรีที่ฟังสบาย เข้าถึงคนรุ่นใหม่ และสามารถเปิดฟังได้ทุกเวลา โดยได้สร้างบทเพลงจำนวน 17 เพลง สอดแทรกเสียงสะท้อนอัตลักษณ์ของสุรินทร์ ไม่ว่าจะเป็น เสียงเครื่องเงิน เสียงช้าง และเสียงจากพิธีกรรมพื้นบ้าน ผสมผสานอยู่ในบทเพลงอย่างกลมกลืน เปลี่ยนสิ่งที่เคยเป็นเสียงคุ้นเคยของชุมชน ให้กลายเป็นสื่อร่วมสมัยที่เดินทางไปถึงผู้ฟังกลุ่มใหม่ได้

“โต้“ บอกด้วยว่า หลังคว้ารางวัล ทีมไม่ได้คิดหยุดอยู่เพียงเท่านี้ แต่มีแผนผลิตเพลงออกมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายไปสู่แนวดนตรีอื่นๆ เช่น Pop และ Hip-Hop เพื่อเข้าถึงผู้ฟังที่หลากหลายขึ้น รวมทั้งเตรียมจัดกิจกรรม “วัฒนธรรมสัญจร” นำผลงานและแนวคิดของโครงการไปเผยแพร่ตามโรงเรียนต่างๆ และขยายเครือข่ายเยาวชนออกไปยังอำเภออื่นๆ ในสุรินทร์ ด้วย
ต้องขอปรบมือให้ดังๆ กับผลงานสุดครีเอทของเยาวชนสุรินทร์กลุ่มนี้ ที่นำเสียงจากวิถีชีวิตและมรดกทางวัฒนธรรม มาผสมผสานกับดนตรีแนว Lo-Fi ออกมาได้อย่างลงตัวมากถึง 17 บทเพลง ทั้งยังเป็นการยืนยันอีกครั้งว่า หากเปิดใจรับฟังแนวคิดของเยาวชนรุ่นใหม่ เราจะได้พบแนวทางการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่น่าสนใจอีกมากมายแน่นอน



