ไต้หวันเดินหน้าส่งเสริม “การทูตชิป” ในงานแสดงสินค้าเซมิคอนระดับใหญ่ที่กรุงไทเป เมื่อไม่นานมานี้ โดยนำเสนอจุดแข็งด้านเซมิคอนดักเตอร์ในฐานะซัพพลายเออร์ที่น่าเชื่อถือและยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย สำหรับรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)


ไต้หวัน ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่อย่างทีเอสเอ็มซี พยายามใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสร้างความสัมพันธ์และการสนับสนุนจากนานาชาติ ขณะที่จีนคัดค้านความพยายามดังกล่าวและยืนยันว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน


อย่างไรก็ตาม ไต้หวันกำลังเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐ ซึ่งเป็นพันธมิตรและผู้จัดหาอาวุธรายสำคัญ ให้เพิ่มการลงทุนและย้ายฐานการผลิตชิปไปยังสหรัฐมากขึ้น โดยทีเอสเอ็มซีมีแผนลงทุนในโรงงานหลายแห่งที่รัฐแอริโซนารวม 265,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.7 ล้านล้านบาท)


ประธานาธิบดีไล่ ชิง-เต๋อ ผู้นำไต้หวัน กล่าวว่า การขยายธุรกิจของบริษัทไต้หวันไปทั่วโลกจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและสร้างความมั่งคั่งร่วมกัน พร้อมย้ำว่าความแข็งแกร่งด้านเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันตั้งอยู่บนพื้นฐานของประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม


ด้านนายกง หมิง-ซิน รมว.เศรษฐกิจไต้หวัน กล่าวว่า บริษัทไต้หวันหลายแห่งมีแผนลงทุนเพิ่มเติมในสหรัฐราว 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 658,400 ล้านบาท) แม้ไต้หวันบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลวอชิงตันก่อนหน้านี้ เพื่อเพิ่มการลงทุนในสหรัฐแลกกับการลดภาษีส่งออก


ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่ หลังนายโฮเวิร์ด ลุตนิก รมว.พาณิชย์สหรัฐ ระบุว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์จากบริษัทที่ไม่ได้ผลิตชิปในสหรัฐ ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐยืนยันว่า ความร่วมมือด้านการค้ากับไต้หวันยังดำเนินไปด้วยดี และทั้งสองฝ่ายมีผลประโยชน์ร่วมกัน


นอกจากสหรัฐแล้ว ไต้หวันยังพยายามกระชับความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป ซึ่งต้องการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทไต้หวันมากขึ้นเช่นกัน โดยทั้งสองฝ่ายมีจุดยืนสนับสนุนยูเครนในสงครามกับรัสเซีย และต่างเผชิญข้อพิพาทด้านการค้าและการทูตกับจีน


นายฟรองซัวส์ อู๋ รมช.การต่างประเทศไต้หวัน กล่าวว่า ไต้หวันและฝรั่งเศสมีค่านิยมร่วมกันในเรื่องประชาธิปไตย เสรีภาพ และการยึดมั่นในระเบียบระหว่างประเทศบนพื้นฐานของกฎหมาย พร้อมย้ำจุดยืนว่า “เราใช้เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมต่อกับโลก ไม่ใช่เพื่อควบคุมโลก”.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS