เป็น ‘ทางเลือกใหม่’…ช่วยเลี่ยงผ่าตัดเปิดแผลใหญ่
ถึงแม้วันเวลาจะล่วงเลยมาถึงยุคนี้แต่ก็ใช่ว่าโรคภัยร้ายแรงจะถูก “มือปราบชุดขาว” กำจัดไปอย่างสิ้นซากก็หาไม่ อย่างเช่น “วัณโรคปอด” ที่เสมือน “ไอ้ตัวร้าย” เมื่อหลายทศวรรษก่อน ที่เมื่อส่งคนไข้เข้าเอกซเรย์คุณหมอจะเห็น “จุดที่ปอด” ซึ่งพบในรายใดก็มักถือเป็น “ข่าวร้าย” ของผู้ป่วยและคนใกล้ชิด ด้วยเหตุที่ “เทคโนโลยีการแพทย์” ยุคนั้นยังขาดความทันสมัย การใช้ยารักษายังไม่เป็นที่เชื่อถือวางใจจากคุณหมอผู้ดูแล จึงต้อง “ผ่าตัดเปิดแผลบริเวณหน้าอกคนไข้” ส่งผลให้ผู้ป่วยเจ็บปวดจากกระบวนการผ่าตัดมาก กว่าจะฟื้นตัวต้องใช้เวลานาน ซึ่งผู้ป่วยไม่น้อยต้องจากไปโดยไม่ทันได้ร่ำลาใคร ๆ ด้วยฤทธิ์เดช “มฤตยู–จุดที่ปอด” โดยแม้ต่อมาปัญหานี้ได้รับการคลี่คลายหลังมีเทคโนโลยีก้าวหน้ามารักษา “จุดที่ปอด” รวมถึง “วัณโรคปอด” ให้ลดน้อยแทบเข้าข่าย “สูญพันธุ์”… แต่หลังจากนั้นอีกไม่นานผู้คนบนโลกเบี้ยว ๆ ใบนี้ก็กลับเจอ “มฤตยูในปอดตัวใหม่” มาแทนที่ แถมมีฤทธิ์หนักกว่า รักษายากกว่า โอกาสสิ้นชีพมากกว่า… คือโรคอะไรนั้นหรือ? ก็ “มะเร็งปอด” ไงครับ!! เพราะแทบไม่มีใครคาดเดาได้เลยว่ามันจะแทรกซึมทำอันตรายปอดตอนไหน กว่าจะรู้ตัวก็มักแพร่กระจายอยู่ภายในไม่น้อยแล้ว จนเป็นโรคฮิตติดอันดับในบรรดา “มัจจุราชเงียบ” ที่มีอานุภาพรุนแรงแซงหน้ามฤตยูตัวเก่าจนเหลือแต่ชื่อ

แม้ว่าวันเวลาได้ผ่านต่อมาอีกหลายสิบปีแต่ก็ไม่ได้ทำให้อิทธิฤทธิ์ “มะเร็งปอด”ลดน้อยถอยลงแต่อย่างใด แถมยังทำให้ผู้ป่วยต้องล้มหายตายจากรายแล้วรายเล่า ทำเอาวงการแพทย์ต้องคิดค้นพัฒนาชนิด Non Stop โดยมีวิวัฒนาการอีกหลายต่อหลายอย่าง ทั้งเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัย จนถึงการใช้รังสีรักษารับมือกับมหันตภัยจากมะเร็งปอด จนกระทั่งมาถึงเทคโนโลยีเอกซเรย์ความละเอียดสูงที่ใช้คอมพิวเตอร์ ที่รู้จักกันต่อมาว่าคือ “CT Scan”ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประเมินขนาดและลักษณะได้แม้กระทั่ง “จุดที่ปอด” จึงเป็นโอกาสให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาได้อย่างทันการ โดยเฉพาะในรายที่ได้รับการตรวจพบตั้งแต่ในช่วงต้น ๆ ก่อนที่จะบานปลายกลายเป็น “เนื้อร้าย” ในเวลาต่อมา ทำให้พวกมันไม่อาจซ่อนเร้นแฝงตัวทำลายปอดของคนป่วยได้ดังเช่นในอดีตอีกต่อไป หลังจากมีการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยียุคใหม่ที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพมาดูแลรักษาอย่างว่องไว-แม่นยำ รวมทั้งปัจจุบันยังมีการใช้ประโยชน์จาก “หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด” มาเป็น “ทางเลือก” นอกเหนือจากใช้มาตรฐานการผ่าตัดแบบดั้งเดิม เพื่อ “เลี่ยงการผ่าตัดเปิดแผลใหญ่” ได้ด้วยแล้ว…

ยิ่งตรวจ-รักษาได้ไว…โอกาสที่จะหายขาดก็ยิ่งมีสูง
มีเนื้อหาน่ารู้เกี่ยวกับ “มะเร็งปอด” ที่ “หมอหน้าเดิม”ขอนำมาเสนอให้ท่านผู้อ่านได้ทราบจาก “อุ่นใจ…ใกล้หมอ” ตอนนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่“นพ.ศุภฤกษ์ เจียรผัน” ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมทรวงอกในฐานะ“แพทย์ที่ปรึกษาโรงพยาบาลธนบุรี”ฝากมาให้ความรู้ความเข้าใจ ดังนี้ครับ…

“…มะเร็งปอดที่เคยมีอานุภาพรุนแรงนั้น ปัจจุบันนี้ถ้าเรารู้ทันรู้เร็วก็จะยิ่งรักษาหายได้มากขึ้น มีโอกาสหายขาดได้สูง เพียงแต่การใช้ X-Ray ธรรมดาอาจจะพบได้ยากในช่วงเป็นระยะแรก ๆ เพราะฉะนั้นในกลุ่มที่มีความเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่จัด มีคนในครอบครัวหรือญาติสายตรงเป็นมะเร็ง หรือทำงานในสถานที่ที่มีความเสี่ยง ตามโรงงานต่าง ๆ ที่มีสารเคมี และรวมถึงการหายใจรับฝุ่นพิษอย่าง PM2.5 ต่อเนื่องนาน ๆ ซึ่งจะเกิดความเสี่ยง ก็อยากแนะนำให้รับการตรวจคัดกรองด้วย Low Dose CTซึ่งเป็นการใช้ X-Ray Computer ปริมาณรังสีต่ำแบบไม่ต้องฉีดสารทึบรังสี แต่สามารถช่วยให้แพทย์ได้เห็นจุดเล็ก ๆ หรือจุดที่เริ่มเป็นมะเร็งได้อย่างชัดเจนจากวิวัฒนาการทางการแพทย์ จึงอยากแนะนำให้กลุ่มเสี่ยงมารับการตรวจวิธีนี้ เพื่อจะได้เห็นภาพในแบบ 3 มิติ ทั้งกว้าง ยาว และความสูง ในช่องอกของเรา หากมีจุดต้องสงสัยว่าเป็นมะเร็งปอดจะได้รู้ได้เร็ว…

ทั้งนี้ ลักษณะที่มีความเหมือนมะเร็งมากนั้นจะเป็นแบบก้อนทึบมีหนาม กับอีกแบบคือมีลักษณะเป็นก้อนทึบปนฝ้าแบบคล้าย ๆ ไข่ดาว คือเหมือนมีไข่แดงอยู่ในวงรอบที่เป็นฝ้า ๆ ก็จะแนะนำให้เข้ารับการตัดชิ้นเนื้อตรวจอย่างรวดเร็วว่ามีเชื้อมะเร็งอยู่หรือไม่ ถ้าพบมะเร็งก็ควรต้องรีบกำจัดครับ… เพื่อให้แพทย์รักษาให้หายขาดได้เร็วขึ้น คือหากว่าขนาดที่ตรวจพบยังไม่ถึง 6 มิลลิเมตรก็อาจติดตามด้วย X-Ray Computer เป็นระยะ ๆ 3-6 เดือน เพราะส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ แต่หากเจอครั้งแรกที่ขนาด 1 เซนติเมตรกว่า ๆ แล้วจะแนะนำให้เข้ารับการตรวจยืนยันโดยไม่ต้องรอ เว้นเฉพาะในกลุ่มที่มีอาการแล้วและเจอก้อนใหญ่จนทำให้ไปกดเบียดอวัยวะข้างเคียง หรือไปทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่นไปบดบังเส้นเลือด หรือไปกินเส้นเลือด หรือหลอดลมเล็ก ๆ จนเกิดอาการไอเป็นเลือด ไอเรื้อรัง อะไรทำนองนี้ครับ…”
ทรวงอก-พื้นที่แคบ…เข้าถึงจุดผ่าตัดได้สะดวกขึ้น
ถ้าหากเกิดภาวะอาการอย่างที่ “อาจารย์ศุภฤกษ์” อธิบายไว้ และเกิดขึ้นในอดีตเมื่อ 60-70 ปีที่แล้วล่ะก็ บอกได้เลยว่าไม่มีคนป่วยรายไหน รวมทั้งคนใกล้ชิดคนใด ที่จะยังมีความหวังว่าจะสามารถฟื้นคืนมาได้ดังเดิม อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนการรักษาก็มีวิธี “ผ่าตัดยื้อชีวิต” อีกหนทางหนึ่ง แม้จะยังไม่มีเทคโนโลยีก้าวหน้ามาใช้ประโยชน์ดังเช่นยุคปัจจุบัน ดังที่ “อาจารย์ศุภฤกษ์” แพทย์ที่ปรึกษา “โรงพยาบาลธนบุรี” ได้ให้ข้อมูลความรู้ทั้งในยุคอดีตและในยุคปัจจุบัน ดังนี้…
“…การผ่าตัดสมัยก่อนต้องเปิดแผลใหญ่ โดยต้องใช้เครื่องถ่างขยายซี่โครงคนไข้เพื่อให้ศัลยแพทย์สามารถสอดมือเข้าไปผ่าตัดข้างในได้ ซึ่งปกติแล้วช่องซี่โครงจะกว้างประมาณ 1 เซนติเมตรหรือกว่านั้นเล็กน้อย และเมื่อจะต้องสอดมือเข้าไปก็จำเป็นต้องแหวกช่องซี่โครงค่อนข้างเยอะพอสมควร เพราะฉะนั้นคนไข้ต้องมีอาการบาดเจ็บบริเวณแผลที่ทำผ่าตัดโดยเกิดความเจ็บปวดไม่น้อย สมัยก่อนจึงต้องใช้เวลา 1-2 สัปดาห์กว่าจะกลับบ้านได้… พอยุคสมัยถัดมาก็มีวิวัฒนาการการผ่าตัดแบบแผลเล็กโดยใช้กล้องเข้าไป ซึ่งในช่วงเริ่มต้นจะเกิดรู 3-4 รู ขณะที่ในปัจจุบันจะเหลือรูเล็ก ๆ รูเดียว และช่วยให้การผ่าตัดง่ายขึ้น เห็นภาพชัดขึ้น โดยที่คนไข้เจ็บตัวน้อยลง พักฟื้นน้อยลง ยิ่งกว่านั้นก็ยังมีการใช้ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด มาช่วยให้มีความแม่นยำมากขึ้น แผลเล็กลง อาการบาดเจ็บระหว่างผ่าตัดจากที่เคยต้องถ่างขยายซี่โครงก็ไม่ต้องมีแล้ว เพราะใช้วิธีเจาะรูเข้าไปในช่องว่างระหว่างซี่โครง สามารถลดการบาดเจ็บเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงบริเวณช่องอกระหว่างซี่โครง ช่วยลดเวลาพักฟื้นได้มากทีเดียว ขนาดว่าคนไข้บางคนพักฟื้นในโรงพยาบาลเพียง 1-2 วันก็กลับบ้านได้แล้วถ้าไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นใดครับ…

นอกจากช่วยเพิ่มความสะดวกในการกำจัดมะเร็งปอดแล้ว หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดยังให้ประโยชน์กับการผ่าตัดอีกหลายโรคในช่องอกซึ่งเป็นพื้นที่แคบ ๆ โดยที่เห็นชัดคือในการผ่าตัดกลุ่ม เนื้องอกที่ต่อมไทมัส รวมถึงกลุ่มโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือกลุ่มกล้ามเนื้อหนังตาตก ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์จากหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดได้อย่างมีประสิทธิภาพทีเดียวครับ… กรณีต่อมไทมัสนั้นร่างกายมีไว้ผลิตสารสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายในวัยเด็ก พอโตเป็นวัยรุ่นเป็นผู้ใหญ่เต็มที่แล้วมันจะลดการทำงานลงเรื่อย ๆ จนหยุด และส่วนใหญ่จะกลายเป็นก้อนไขมันอยู่บริเวณกระดูกหน้าอกกับหัวใจซึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งแคบมาก ๆ และมีโอกาสเกิดเนื้องอกแบบหนึ่งซึ่งบางคนเรียกว่าเป็นมะเร็งต่อมไทมัส เพราะเป็นเนื้องอกที่ประพฤติตัวเหมือนมะเร็ง สามารถกระจายไปรุกรานอวัยวะข้างเคียงได้ โดยเฉพาะตรงบริเวณหัวใจ เส้นเลือดใหญ่ หรือผนังหน้าอกตรงนั้น ก็เป็นอีกโรคหนึ่งที่เราสามารถใช้หุ่นยนต์ช่วยในการผ่าตัดได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ…”
ก็ขอขอบคุณข้อมูลที่เป็นประโยชน์จาก “นพ.ศุภฤกษ์ เจียรผัน” ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมทรวงอก แพทย์ที่ปรึกษา “โรงพยาบาลธนบุรี” และหมดเนื้อที่ “อุ่นใจ…ใกล้หมอ” ตอนนี้พอดี ขอบคุณสำหรับการติดตาม สวัสดีครับ
หมอหน้าเดิม




