ว่ากันว่า ในชีวิตคนเรานั้น ถ้าหัวเราะได้ ก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกต่อไป นี่จึงเป็นที่มาของการประกาศรางวัล “อิกโนเบล” หรือ Ig Nobel Prizes ซึ่งมีเป็นประจำทุกปี และปี 2026 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 36
รางวัลนี้ มีหลากหลายสาขาคล้ายกับ “รางวัลโนเบล” มอบให้กับงานวิจัยหรือความสำเร็จที่น่าประหลาดใจ เพื่อเสริมสร้างจินตนาการ และกระตุ้นความสนใจของผู้คน ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์, การแพทย์ และเทคโนโลยี
แต่ทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้แง่คิด “LAUGH, then THINK หรือ หัวเราะก่อน แล้วค่อยคิด
ปีนี้มอบรางวัลกันไปแล้ว ที่ศูนย์การประชุมซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา และมีผู้ได้รับรางวัลอิกโนเบลหน้าใหม่ 10 ราย
สาขาหนึ่งที่น่าสนใจมากสาขาหนึ่งในปีนี้คือ สาขาการแพทย์ (Medicine) เพราะใกล้ตัวคนเรามากจนเราอาจจะมองข้ามไป
เป็นงานวิจัยชื่อ “How to Blow the Nose- An Aerodynamic Study of the Nose-Blowing หรือ วิธีสั่งน้ำมูก-การศึกษาทางอากาศพลศาสตร์ของการสั่งน้ำมูก” โดย อ.โทคูจิ อันโน (Tokuji Unno) ชาวญี่ปุ่น
เชื่อหรือไม่ว่านี่คืองานวิจัยที่ทำกันมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1977
มีวัตถุประสงค์ของบทความนี้คือรวบรวมข้อมูลที่แม่นยำของการสั่งน้ำมูก, วิเคราะห์เทคนิค และให้คำแนะนำแก่ผู้ที่ไม่เข้าใจ “วิธีการสั่งน้ำมูกที่ถูกต้อง”
เนื่องด้วยเป็นงานวิจัยทางด้านการแพทย์ ซึ่งมีคำศัพย์ยากๆหรืออ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจ เราจึงขอสรุปเนื้อหาบางส่วนออกมาเป็นข้อ และย่อยให้เป็นภาษาที่อ่านกันง่ายๆ

- จากการทดลองพบว่า ค่าเฉลี่ยของความเร็วลมหายใจออกสูงสุดในการหายใจทางจมูกอยู่ที่ 1.87 ลิตรต่อวินาที (LPS) ในขณะที่การสั่งน้ำมูกผ่านจมูกข้างเดียวอยู่ที่ 1.81 ลิตรต่อวินาที
- ค่าเหล่านี้ช้ากว่า น้อยกว่า และนานกว่าค่าของการไอหรือการจาม
- พบการเปลี่ยนแปลงของความดันในรูหูระหว่างการถอนหายใจออกแรงๆระหว่างการสั่งน้ำมูกผ่านจมูกข้างเดียว จำนวน 31 จาก 60
- ขณะที่ 7 การทดลองแสดงการเปลี่ยนแปลงในเชิงลบ
- ไม่พบการเปลี่ยนแปลงใน 22 การทดลอง
- ความเร็วลมในจมูกข้างที่โล่งน้อยกว่าจะเพิ่มขึ้นโดยการปิดรูจมูกข้างที่โล่งมากกว่า
- นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงควรรอบสั่งน้ำมูกทีละข้างเมื่อมีความโล่งของรูจมูกที่ไม่เท่ากัน
- ยิ่งแรงดันขับของลมหายใจออกในการสั่งน้ำมูกเร็วเท่าไร ก็ยิ่งผลักดันสารซึมหลั่ง (สิ่งคั่งค้าง) ในโพรงจมูกออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากเท่านั้น
- การถอนหายใจออกอย่างแรง หรือการไอ การจาม ช่วยกำจัดสารซึมหลั่งเช่นกัน
- และไม่เพียงแค่จากทางเดินหายใจส่วนบนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทางเดินหายใจส่วนล่างด้วย
- การสั่งน้ำมูกก็อาจมีหน้าที่ที่คล้ายคลึงกัน
- จึงแนะนำให้สั่งน้ำมูกอย่างแรงและยาว เพื่อป้องกันโรคทางเดินหายใจส่วนบนและส่วนล่าง
เอกสารอ้างอิง: “How to Blow the Nose — An Aerodynamic Study of the Nose Blowing” [บทความภาษาญี่ปุ่น], Tokuji Unno and Hiroshi Yajima, Nippon Jibiinkoka Gakkai Kaiho, vol. 80, no. 1, January 1977, pp. 11-17.
เครดิตข้อมูลจาก: เพจเฟซบุ๊ค Jessada Denduangboripant และ อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์



